ข้อแนะนำ

10 ศิลปะการต่อสู้ที่นักกีฬานำเทคนิคมาใช้บนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ

25 มี.ค. 2020

“ศิลปะการต่อสู้” อาจมีจุดเริ่มต้นในสมรภูมิรบ แต่ทุกวันนี้มันกลายเป็นวิชาเพื่อพัฒนาศักยภาพตนเอง และทำให้ผู้ฝึกเป็นคนที่ดีขึ้นจากคุณค่าที่พวกเขาได้รับทั้ง ความซื่อสัตย์, อ่อนน้อมถ่อมตน, การให้เกียรติ, ความเคารพ, ความกล้าหาญ, มีวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ดังที่เราได้เห็นจากเหล่านักกีฬาของ วัน แชมเปียนชิพ นับหลายร้อยคน

และนี่คือ 10 วิชาศิลปะการต่อสู้ที่คุณเคยรู้จักมาแล้ว ซึ่งนักกีฬาของ วัน แชมเปียนชิพ ได้นำเทคนิคต่างๆ ขึ้นไปใช้บนสังเวียนการต่อสู้ของพวกเขา

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA)

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือที่หลายท่านคุ้นกันในชื่อ MMA ซึ่งมาจากคำว่า Mixed Martial Arts ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่ โดยผสมผสานมาจากการต่อสู้หลากหลายรูปแบบของ กรีกโบราณ, จีน, อียิปต์, อินเดีย, อิตาลี และ ญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละประเทศจะมีกฎกติกาแตกต่างกันออกไป

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานสมัยใหม่จะมีรูปแบบการต่อสู้ที่ชัดเจน โดยใช้การปล้ำจับล็อก (grappling) การต่อสู้ในท่ายืน และเกมภาคพื้น มาใช้ในการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบัน วัน แชมเปียนชิพ มีการจัดแข่งขันชิงแชมป์โลกในกีฬาประเภทนี้รวม 11 รุ่นน้ำหนัก แต่น่าเสียดายที่ในอดีตเคยมีนักกีฬาไทยขึ้นนั่งบัลลังก์ในกีฬาประเภทนี้ แต่ก็ต้องเสียเข็มขัดแชมป์โลกไป

ประเทศไทยมีนักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานจำนวนไม่มาก ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในขณะนี้ ได้แก่ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค ซึ่งเคยเป็นอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต, ชนนภัทร วิรัชชัย, ริกะ อิชิเกะ, พงษ์ศิริ มิตรสาธิต และ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ โดยเฉพาะรายหลังสุดนี้เป็นความหวังใหม่ของพวกเรา เพราะเธอมีเป้าหมายจะคว้าแชมป์โลกกีฬาประเภทนี้มาประดับบารมีให้ได้ หลังจากคว้าแชมป์โลก ONE มวยไทยและคิกบ็อกซิ่งมาครองแล้วสองเส้น

 

คุนแขมร์

คุนแขมร์ (Kun Khmer) หรือ มวยเขมร มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ในฐานะศิลปะการต่อสู้ที่ชาวกัมพูชาใช้ปกป้องประเทศชาติจากการรุกรานและการล่าอาณานิคมของประเทศอื่น

ลักษณะของ คุนแขมร์ คล้ายคลึงกับมวยไทย ในลักษณะของการต่อสู้ที่เน้นท่ายืนและปล้ำตีเข่าได้ โดยไม่อนุญาตให้ใช้การปล้ำจับล็อกหรือเกมภาคพื้น

มีนักกีฬาที่มีพื้นฐานคุนแขมร์หลายคนที่เข้าร่วมการแข่งขันใน วัน แชมเปียนชิพ อาทิ จัน โรธนะ, ขอน สีจัน, นู สเรย์ โปว และ ซก ที

 

เลทเว่ย

เลทเว่ย (Lethwei) หรือ มวยพม่า เป็นศาสตร์แห่งการต่อสู้โบราณที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 สมัยที่อาณาจักร ปยู (Pyu) ปกครองพม่า ซึ่งเดิมทีกีฬาประเภทนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

จนกระทั่ง “จาร์ บา เยน์ (Kyar Ba Nyein)” นักมวยสากลโอลิมปิกปี 1952 ออกเดินทางไปทั่วพม่า เพื่อกำหนดกฎกติกาให้กีฬาเลทเว่ย จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมักจะถูกเรียกว่า “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งเก้า”  โดยสามารถใช้ได้ทั้ง หมัด, เข่า, ศอก, เตะ และใช้หัวโขกได้

ทั้งนี้ มีนักกีฬาบางคนที่มีดีกรีเป็นแชมป์โลกในกีฬาเลทเว่ย อาทิ ไมต์ ไยน์ และ เจ ตุย นี  ส่วนดาวดังของรุ่นเฟเธอร์เวตอย่าง “Bushido” โพ เตาะ ก็เคยลงแข่งขันในกีฬานี้เช่นกัน

 

สานต่า (วูซู)

สานต่า (Sanda) เป็นศิลปะการต่อสู้ของจีนที่มีชื่อเรียกมากมาย ทั้ง วูซู (Wushu) และ ซานโจว (SanShou) ซึ่งไม่ว่าจะเรียกอย่างไหนก็ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ มันพัฒนามาจากกองทัพจีน

กีฬานี้เน้นไปที่การชก, เตะ, ยืนปล้ำ, ทุ่ม, กวาด และเทกดาวน์ (จับลงพื้น) โดยนักสู้ที่ใช้วิชานี้บนสังเวียน ได้แก่ “The Challenger” เรเน คาตาลัน แชมป์โลกวูซูหลายสมัย, เจา จือ กัง แชมป์สานต่าระดับประเทศ และ “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต และเจ้าของเหรียญทอง วูซู ชาติฟิลิปปินส์

 

ยูโด 

“คาโน จิโงโระ” เป็นผู้ให้กำเนิดกีฬายูโด (Judo) ในปี พ.ศ.2425 เขาได้สร้างสรรค์วิชาศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่านี้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพกาย และจิตใจที่ดี รวมถึงมีคุณธรรมไปในตัว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยูโด ได้วิวัฒนาการและถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิก โดยเป็นกีฬาที่เน้นการทุ่มด้วยมือ, ทุ่มด้วยสะโพก, ทุ่มด้วยไหล่, ปัดขา, ล็อกข้อต่อ และ รัดคอ

ซูเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่นอย่าง “Thunder” ยูชิน โอกามิ, “Sexy Yama” โยชิฮิโระ อากิยามา, อายากะ มิอูระ, เคน ฮาเซกาวา และ “Tobikan Judan” ชินยะ อาโอกิ  ล้วนแต่เชี่ยวชาญศิลปะการป้องกันตัวแขนงนี้

 

คาราเต้ 

คาราเต้ (Karate) เข้ามาในญี่ปุ่นโดยชาวรีวกีวและถูกสอนอย่างเป็นระบบในช่วงทศวรรษที่ 1920 และ 1930 โดยในปี พ.ศ.2559 คณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติได้พิจารณาเห็นชอบให้ คาราเต้ รวมอยู่ในกีฬาโอลิมปิกส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว

นอกจากจะมีต้นกำเนิดจากศิลปะการต่อสู้ของชาวรีวกีวแล้ว คาราเต้ยังได้รับอิทธิพลจากวิชากังฟู โดยเน้นการใช้ หมัด, เตะ, ศอก, เข่า และฝ่ามือ

นักสู้ชื่อดังในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ฝึกฝนศาสตร์นี้ได้แก่ “The Panther” อเล็น เอ็นกาลานี  และ รามอน กอนซาเลส 

 

กังฟู 

กังฟู (Kung Fu) เป็นต้นกำเนิดของศิลปะการต่อสู้มากมายทั่วเอเชีย ซึ่งสไตล์การต่อสู้นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ป้องกันตัว ล่าสัตว์ และการฝึกทหารในสมัยจีนโบราณ

ลักษณะการต่อสู้เน้นใช้การโจมตีด้วยการยืนสู้, จับทุ่ม, เล่นงานข้อต่อและจุดสำคัญต่างๆ ของร่างกาย

นักกีฬาที่มีพื้นฐานกีฬานี้ เช่น “Little Rock” อเล็กซ์ ซิลวา อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต, “The Hunter” เอเดรียน แปง และ “The Hurricane” เอ็นริโก เคห์ล

 

มวยไทย 

Rodtang Jitmuangnon

มวยไทย เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นกีฬาประจำชาติของประเทศไทย โดยในศตวรรษที่ 19 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศให้การต่อสู้นี้กลายเป็นกีฬา ซึ่งในปีต่อๆ มาได้มีการตั้งกฎกติกาต่างๆ ขึ้น

นอกเหนือจากการแข่งขันแล้ว มวยไทย ยังเป็นวิชาที่ใช้ป้องกันตัว เป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาชีพที่ทำให้หลายคนลืมตาอ้าปากได้

“ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” เป็นการต่อสู้ที่ใช้การต่อย, เตะ,  เข่า และ ศอก รวมถึงปล้ำ และกวาดขา

ปัจจุบันมีแชมป์โลกชาวไทยส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากมวยไทย อาทิ น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว, สามเอ ไก่ย่างห้าดาว, รถถัง จิตรเมืองนนท์, เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี และ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์

 

เทควันโด

Dae Sung Park

เทควันโด (Taekwondo) ได้รับการพัฒนาในประเทศเกาหลีระหว่างปี 1940 และ 1950 โดยนักศิลปะการต่อสู้ที่ศึกษาศาสตร์การต่อสู้ของญี่ปุ่นและจีน

ลักษณะของกีฬา เน้นไปที่การเตะศรีษะ, กระโดดเตะ, หมุนตัวเตะ และเทคนิคการเตะอื่นๆ

นักกีฬาที่ใช้ทักษะเทควันโด เช่น “Ottogi” แด ควอน คิม, “Pretty Boy” ควอน วอน อิล และแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต อย่าง “The Immortal” รีเกียน เออร์เซล

 

บราซิลเลียน ยิวยิตสู

Bibiano Fernandes

บราซิลเลียน ยิวยิตสู หรือที่รู้จักกันในชื่อ BJJ ถูกพัฒนามาจากกีฬายูโด เมื่อ “มิตซูโยะ เมเอดะ” ลูกศิษย์แถวหน้าของ “คาโน จิโงโระ”  เดินทางไปยังประเทศบราซิลในปี พ.ศ.2457

เมเอดะ ได้สอนเทคนิคนี้ให้กับ “คาร์ลอส กราเซีย” ก่อนที่ “เฮลิโอ กราเซีย” น้องชายของเขาจะดัดแปลงมาเป็น บราซิลเลียน ยิวยิตสู อย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ 

เกมยืนสู้ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิชา BJJ แต่ส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่เกมนอนสู้เป็นหลัก และมักจะเอาชนะคู่แข่งด้วยการล็อกส่วนต่างๆ ของร่างกาย

กีฬานี้โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในช่วงปี 1980 และ 1990 โดยนักสู้ในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้ทักษะนี้ เช่น “The Flash” บิเบียโน เฟอร์นานเดส, “Mikinho” อาเดรียโน โมราเอส และ “Unstoppable” แองเจลา ลี 

อ่านเพิ่มเติม: