ภารกิจกู้ชื่อ! ย้อนดูเส้นทาง “เคียมรัน นาบาติ” นักสู้ไร้พ่ายจากดาเกสถาน ก่อนดวลเดือด “นนทชัย” ศึก ONE Fight Night 46
พาไปย้อนดูเส้นทางของ “เคียมรัน นาบาติ” นักชกชาวรัสเซีย อดีตกำปั้นไร้พ่ายจากดาเกสถาน ก่อนขึ้นสังเวียนซัดเดือด “นนทชัย จิตรเมืองนนท์” เพื่อเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมา โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึก ONE Fight Night 46 พร้อมถ่ายทอดสดไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08.00 น. วันเสาร์ที่ 15 ส.ค. 69
ชื่อของ “เคียมรัน” ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักชกต่างชาติที่กลายเป็นฝันร้ายของนักชกไทย จากผลงานอันโดดเด่นบนเวทีของ ONE ในช่วงปี 2567-2568 ที่สามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 4 ไฟต์รวด ก่อนเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากการติดโทษแบน 1 ปี ตามด้วยการพุ่งชนความพ่ายแพ้ครั้งแรกในอาชีพจากไฟต์ล่าสุด
โดยวันนี้เราขอพาทุกท่านไปย้อนดูเส้นทางของ “เคียมรัน” เพื่อทำความรู้จักยอดนักชกจากแดนหมีขาวรายนี้ให้มากยิ่งขึ้น ก่อนที่เขาจะกลับมาขึ้นสังเวียนพบกับ “นนทชัย” ในวันเสาร์นี้ เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเขายังสามารถกลับมาเป็นนักชกเป็นตัวอันตรายของรุ่นแบนตัมเวตได้อีกครั้ง
จุดเริ่มต้นในดาเกสถาน แรงบันดาลใจจาก “บัวขาว”
“เคียมรัน” เกิดและเติบโตในแคว้นบูนักสค์ รัฐดาเกสถาน หนึ่งในเขตการปกครองของรัสเซียที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดนักสู้ระดับพระกาฬในวงการศิลปะการต่อสู้ระดับโลก เขาเริ่มต้นจากการฝึกมวยปล้ำตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อนจะข้ามสายมาฝึกมวยไทยครั้งแรกตอนอายุเพียง 10 ขวบ โดยมี “บัวขาว บัญชาเมฆ” ตำนานนักชกซูเปอร์สตาร์ชาวไทย เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ
“เคียมรัน” เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพบนเส้นทางนักสู้ตั้งแต่ระดับเยาวชน หลังคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ รายการ IFMA ในปี 2553 และ 2554 พร้อมกวาดรางวัลจากเวทีระดับประเทศมาแล้วอีกมากมาย ก่อนสั่งสมประสบการณ์บนสังเวียนสมัครเล่นมากกว่า 200 ไฟต์ และตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางนักชกอาชีพอย่างเต็มตัวในปี 2558
“เคียมรัน” สานต่อฟอร์มอันร้อนแรงมายังระดับอาชีพ ด้วยการก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์มวยไทยรายการดังของรัสเซีย ในปี 2565 และสร้างสถิติไร้พ่ายระดับอาชีพถึง 18 ไฟต์รวด
เจ้าของสัญญา ONE ฉบับที่ 17 จากเวที ONE ลุมพินี
ด้วยฟอร์มอันโดดเด่น “เคียมรัน” จึงได้รับโอกาสขึ้นชกในศึก ONE ลุมพินี เพื่อพิสูจน์ศักยภาพและเดินหน้าตามล่าความฝันสูงสุดในการคว้าสัญญานักกีฬา ONE มาครอง โดยเจ้าตัวใช้เวลาเพียง 2 ไฟต์แรกในการแจ้งเกิดด้วยการปราบ 2 นักชกไทยฝีมือระดับแถวหน้าอย่าง “พงษ์ศิริ พีเค.แสนชัย” และ “อวตาร พีเค.แสนชัย”
ก่อนไฟต์ที่ 3 ชื่อของ “เคียมรัน” จะโด่งดังไปทั่วโลกจากการน็อก “เสือแบล็ค ท.พราน49” ด้วยหมัดฮุกขวาสุดเฉียบขาดในยกแรกของศึก ONE ลุมพินี 68: พระจันทร์ฉาย vs โจนาธาน เมื่อเดือน มิ.ย.67 จนสามารถพิชิตใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” คว้าสัญญานักกีฬา ONE มาครองได้เป็นคนที่ 17 ของรายการ ONE ลุมพินี
เผชิญจุดเปลี่ยนโดนโทษแบนสารต้องห้าม
หลังคว้าสัญญา ONE มาครอง “เคียมรัน” ยังคงเดินหน้าสร้างผลงานร้อนแรงต่อเนื่องด้วยการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต อย่างไรก็ตามในไฟต์ต่อมากับ “เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์” ในศึก ONE ลุมพินี 95 เมื่อเดือน ม.ค. 68 เขาถูกตรวจพบสารต้องห้ามในร่างกายระหว่างการแข่งขัน ส่งผลให้โดน ONE ลงโทษแบน 1 ปีทันที และทำให้เขาต้องห่างหายจากสังเวียนไปในช่วงที่กำลังสร้างโดดเด่น
พุ่งชนความพ่ายแพ้ครั้งแรกบนเส้นทางนักชกอาชีพ
หลังจากพ้นโทษแบนกลับมา “เคียมรัน” ได้โอกาสคืนสังเวียนอีกครั้งในศึก The Inner Circle 15 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยถูกประกบให้มาดวลกับมวยฟอร์มแรงอย่าง “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี” ซึ่งผลปรากฏว่า “เคียมรัน” เป็นฝ่ายพ่ายคะแนนไม่เอกฉันท์ ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในอาชีพนักชกของเขา
จากผลการแข่งขันอันน่าผิดหวังในไฟต์ล่าสุด ทำให้กลับมาครั้งนี้ “เคียมรัน” มีความมุ่งมั่นสุดกำลังที่จะทวงคืนฟอร์มเก่ง และกู้ศักดิ์ศรีพาตัวเองกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะให้ได้อีกครั้ง
บทพิสูจน์ครั้งใหม่ ดวลดาวรุ่งฟอร์มแรง นนทชัย
สำหรับคู่ชกของ “เคียมรัน” ในไฟต์นี้จะต้องเผชิญหน้ากับนักชกรุ่นน้องไฟแรงอย่าง “นนทชัย จิตรเมืองนนท์” เจ้าของแชมป์ Road To ONE ประเทศไทย ซีซัน 2 เจ้าของสถิติชนะต่อเนื่อง 3 ไฟต์ในรายการ
โดยไฟต์นี้ “เคียมรัน” พร้อมพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าความพ่ายแพ้ครั้งก่อนเป็นผลจากการร้างเวทีไปนานเท่านั้น ด้วยการดับฮอต “นนทชัย” ให้ได้เพื่อตอกย้ำศักยภาพให้คนดูได้เห็นว่าเขายังคงเป็นหนึ่งในนักชกที่อันตรายที่สุดของรุ่น และเดินหน้าทวงสิทธิ์ลุ้นชิงบัลลังก์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ต่อไป
ติดตาม “เคียมรัน vs นนทชัย” ศึก ONE Fight Night 46 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันเสาร์ที่ 15 ส.ค. 69 จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 08.00 น. และรับชมทางช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 10.00 น.
- เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เริ่ม 08.00 น.
- ยูทูบ ONE Championship (บางประเทศ) เริ่ม 08.00 น.
- Watch.ONEFC.com เริ่ม 08.00 น.