ม้ามืดรุ่นอะตอมเวต! คุ้ยประวัติ “บันลือโลก” ก่อนฝ่าด่าน “ทรงชัยน้อย” ลุ้นพิชิตสัญญา ONE ศึก The Inner Circle 27
ย้อนดูเส้นทางชีวิตไม่ธรรมดาของ “บันลือโลก ศิษย์วัชรชัย” มวยหมัดคมจากสกลนครที่กำลังน่าจับตามอง ก่อนขึ้นสังเวียนไฟต์สำคัญ พบกับ “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” จอมบู๊แหลกจากสมุทรปราการ ในกติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ในรายการ The Inner Circle 27 ที่จะจัดการแข่งขันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. นี้ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
ถอดสตั๊ดมาสวมนวม
“บันลือโลก” เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง โดยมีพ่อและแม่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เขาเป็นลูกคนกลางจากพี่น้องทั้งหมด 3 คน และในวัยเด็กมีความชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นพิเศษ โดยมักใช้เวลาหลังเลิกเรียนเตะฟุตบอลกับเพื่อนอยู่เสมอ โดยระหว่างทางเดินกลับบ้าน ต้องผ่านค่ายมวยไทยเป็นประจำ ทำให้วันหนึ่งคนในค่ายเห็นหน่วยก้านดี จึงเอ่ยปากชักชวนให้ลองเข้ามาฝึกมวยไทยดู ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบตกลงทันทีด้วยความอยากรู้อยากลองตามประสาเด็กวัยรุ่น
หลังฝึกซ้อมเพียง 7 วัน “บันลือโลก” ได้รับโอกาสขึ้นชกเป็นครั้งแรกและคว้าชัยมาครองได้ทันที ก่อนลุยเก็บชัยอีก 8 ไฟต์รวด ซึ่งด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมดังกล่าว ทำให้ “บันลือโลก” ตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลและหันมาซ้อมมวยอย่างจริงจัง ก่อนได้โอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีมือในเมืองกรุงตั้งแต่อายุ 15 ปี
ดีกรีแชมป์เวทีมวยอ้อมน้อย 2 รุ่น
การก้าวเข้าสู่สังเวียนเมืองหลวงกลายเป็นช่วงเวลาที่ “บันลือโลก” ได้ปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ โดยเขาสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนสามารถไต่ระดับขึ้นไปคว้าแชมป์มวยไทยเวทีสยามอ้อมน้อยได้ถึง 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 105 ป. ในปี 2559 และรุ่น 108 ป. ในปี 2560
หลังคว้าแชมป์เวทีสยามอ้อมน้อย รุ่น 108 ป. มาครองได้ไม่นาน เส้นทางมวยที่กำลังรุ่งโรจน์ของ “บันลือโลก” กลับต้องสะดุดลงด้วยอาการบาดเจ็บ จนทำให้เขาตัดสินใจแขวนนวมและหันไปทำหน้าที่เทรนเนอร์ที่ค่ายมวยในบ้านเกิด
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางนักมวยและเห็นบรรยากาศการฝึกซ้อมอยู่ทุกวัน ความรู้สึกคิดถึงการชกมวยจึงหวนคืนมาอีกครั้ง ทำให้ “บันลือโลก” ที่สภาพร่างกายกลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว ตัดสินใจหวนคืนสู่สังเวียนในอีก 1 ปีต่อมา เพื่อพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางค้ากำปั้นอีกครั้ง
ฮีโร่ทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองมวยไทยและคิกบ็อกซิง
หลังสลัดอาการบาดเจ็บกลับคืนสู่สังเวียน “บันลือโลก” ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนได้รับโอกาสก้าวขึ้นมารับใช้ทีมชาติไทยในฐานะนักกีฬามวยไทยสมัครเล่น ซึ่งเขาไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ด้วยการคว้าเหรียญทองการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น IFMA ในปี 2562 และ 2565 ก่อนเปลี่ยนบทบาทมารับใช้ชาติในกีฬาคิกบ็อกซิง ซึ่งสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาครองได้ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 2567 และ 2568
ม้ามืดแห่งรุ่นอะตอมเวต
ขณะที่ผลงานบนสังเวียน ONE ของ “บันลือโลก” บอกได้คำเดียวว่าไม่ธรรมดาเพราะเขาสามารถคว้าชัยชนะไปครองได้มากถึง 5 จาก 6 ไฟต์ โดยผลงานล่าสุดคือการคว้าชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 2 ด้วยการโชว์เชิงหมัดสุดโหดกดน็อกจอมอึดอย่าง “รักษ์ เอราวัณ” ในรายการ The Inner Circle 17 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา จนก้าวขึ้นมาเป็นม้ามืดที่น่าจับตาและอยู่ในข่ายลุ้นคว้าสัญญา ONE มาครอง
โดยเจ้าตัวเผยว่าเบื้องหลังผลงานอันยอดเยี่ยมใน 2 ไฟต์หลังสุด เกิดจากความมุ่งมั่นที่ต้องการจะลบเสียงวิจารณ์จากไฟต์ที่แพ้ “นาดากะ” แบบสู้ไม่ได้ในศึก ONE ลุมพินี 114 เมื่อเดือน มิ.ย. 68
“ผลงานตอนนี้ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ครับ หลังจากแพ้ นาดากะ ผมกลับมาทุ่มเทซ้อมหนักกว่าเดิม เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เพราะอยากลบคำสบประมาทของแฟนมวยหลายคนที่มองว่า ผมเจอของจริงแล้วไปไม่รอด ซึ่งจากผลงาน 2 ไฟต์ล่าสุดที่ผมเอาชนะคู่ชกที่มีชื่อชั้นมาได้ ทำให้แฟนมวยหันมายอมรับในฝีมือของผมมากขึ้นครับ”
“ตอนนี้เป้าหมายของผมมีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือการคว้าสัญญา ONE และอีกอย่างคือการกลับไปแก้มือกับ นาดากะ เพราะไฟต์แรกที่เจอกัน ผมผิดหวังกับตัวเองมาก เพราะทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานจนทำให้คนที่รอเชียร์ต้องผิดหวัง ผมอยากกลับไปพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และมั่นใจว่าถ้าได้รีแมตช์ ผลงานจะดีกว่าเดิมครับ”

ล็อกเป้าน็อก ทรงชัยน้อย พิสูจน์ตัวคู่ควรพิชิตสัญญา ONE
ด้วยผลงานอันร้อนแรงเกินต้าน ทำให้ไฟต์นี้ “บันลือโลก” ได้รับโอกาสครั้งสำคัญให้มาพิสูจน์ตัวเองกับนักกีฬา ONE อย่าง “ทรงชัยน้อย” ที่เคยผ่านประสบการณ์ขึ้นชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต มาแล้ว
ศึกสำคัญครั้งนี้ “บันลือโลก” ยืนยันชัดเจน พร้อมงัดชั้นเชิงมวยไทยผสมผสานสไตล์คิกบ็อกซิง ออกมาเล่นงาน มวยบู๊อย่าง “ทรงชัยน้อย” พร้อมประกาศชัดต้องการปิดเกมจอมแกร่งรายนี้ให้ได้เป็นคนแรกในรายการ เพื่อเพิ่มโอกาสคว้าสัญญา ONE มาครอง
“ทรงชัยน้อย เป็นมวยบู๊ มีแค่หมัดอย่างเดียวที่อันตราย แตกต่างจากคู่ชกหลายคนที่ผมเคยเจอซึ่งมีอาวุธหลากหลายกว่า การเจอกับมวยที่เน้นหมัดแบบนี้ถือว่าเข้าทางผมพอสมควร เพราะเขาต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเพื่อชกให้โดน ขณะที่ผมสามารถใช้ความเร็วและฟุตเวิร์กสไตล์คิกบ็อกซิงคอยหลบหลีก และคอยดักชิงจังหวะเล่นงานได้”
“จุดที่ผมมองว่าเขาเหนือกว่ามีเพียงเรื่องความหนักของอาวุธ มั่นใจว่าถ้าผมไม่พลาดโดนเต็ม ๆ น่าจะทนได้ ส่วนเรื่องความอึดถึกทน ยอมรับว่าเขาอึดจริง แต่ผมก็มั่นใจหมัดของตัวเองเหมือนกัน ถ้าชกเข้าจุดโฟกัสเมื่อไหร่ ยังไงก็มีโอกาสเห็นเขาร่วงครับ”

“ไฟต์นี้ผมจะชกมวยไทยในสไตล์คิกบ็อกซิงเหมือนเดิม แผนคือใช้จุดเด่นเรื่องความเร็วและการชิงจังหวะออกอาวุธให้ไว แต่ต้องดูสถานการณ์จริงบนเวที ผมคิดว่าเขาต้องเดินบุกแหลกแน่ เพราะไฟต์ล่าสุดเขาชกผิดฟอร์มไปมาก คงอยากจะน็อกผมให้ได้ เพื่อกู้ความมั่นใจ ถ้าเขาเลือกเดินบู๊จริง ๆ เข้าทางอาวุธผมแน่นอนครับ”
“ผมตั้งเป้าจะป็นคนแรกที่น็อก ทรงชัยน้อย ให้ได้ ถ้าทำได้จริง ก็มีโอกาสสูงที่จะได้สัญญา ONE หรือต่อให้ชนะคะแนน ผมก็ยังมองว่ามีลุ้นเหมือนกัน เพราะ หนุ่มสุรินทร์ (ช.เกตุวีณา) เคยคว้าสัญญาจากการชนะคะแนนเขามาแล้ว ไฟต์นี้เป็นอีกหนึ่งไฟต์ที่สำคัญที่สุดตั้งแต่ผมชกมวยมา ผมจะทำทุกทางเพื่อคว้าชัยชนะและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าผมก็มีดีพอที่จะเป็นนักกีฬา ONE ครับ”
ติดตาม “ทรงชัยน้อย vs บันลือโลก” วันศุกร์ที่ 21 ส.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 27 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle