วัดกึ๋นข้างเวที! “ซุปเปอร์บอน-ตะวันฉาย” วางหมากศึก “แรมโบ้เล็ก vs ยอดไอคิว” เดิมพันศักดิ์ศรีสองค่าย
ดูเหมือนว่าศึกชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135 -145 ป.) ระหว่าง “แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ” กับ “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี” ไม่ได้มีเดิมพันเพียงเข็มขัดกลางสังเวียน เพราะเบื้องหลังทั้งสองฝ่ายยังมี “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) และ “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” อดีตราชัน ONE มวยไทย รุ่นเดียวกัน ร่วมถ่ายทอดแผนการชกให้รุ่นน้องคนสนิทที่เปรียบเหมือนเด็กในคาถา ศึกนี้จึงเป็นบททดสอบทั้งฝีมือ ไหวพริบ และคุณภาพการแก้เกมของสองค่าย
โดย “แรมโบ้เล็ก” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต วัย 23 ปี จากชัยภูมิ จะขึ้นป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ “ยอดไอคิว” ผู้ท้าชิงวัย 24 ปี จากบุรีรัมย์ ในคู่เอกของศึก The Inner Circle 30 วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

สิ่งที่เพิ่มมิติให้ไฟต์นี้คือ “ซุปเปอร์บอน” กับ “ตะวันฉาย” ไม่ใช่เพียงนักชกรุ่นพี่ที่อยู่คนละค่าย แต่เป็นคู่ต่อสู้ที่เคยสัมผัสอาวุธและวิธีคิดของกันและกันในศึกชิงแชมป์โลกมาแล้ว
ทั้งคู่พบกันใน ONE มาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกในศึก ONE ลุมพินี 46 เมื่อเดือน ธ.ค. 66 โดย “ตะวันฉาย” ป้องกันแชมป์โลกมวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ด้วยการชนะคะแนนเสียงข้างมาก จากนั้นทั้งคู่เปิดศึกรีแมตช์ในรายการ ONE 170 เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 68 ซึ่ง “ตะวันฉาย” เป็นฝ่ายคว้าชัยได้อีกครั้งด้วยน็อกเอาต์

ประสบการณ์ตรงดังกล่าวทำให้ “ซุปเปอร์บอน” รู้จักแนวคิดและรายละเอียดการชกของ “ตะวันฉาย” ในระดับที่ลึกกว่าการศึกษาจากวิดีโอ ขณะเดียวกัน “ตะวันฉาย” ก็ย่อมรู้ว่า “ซุปเปอร์บอน” ให้ความสำคัญกับจังหวะ ระยะ และการวางกับดักอย่างไร
ทั้งคู่จึงอาสาถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้รุ่นน้องร่วมค่ายอย่างเต็มที่ โดยฝั่ง “ซุปเปอร์บอน” ในฐานะเจ้าของค่าย ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ ก็ตั้งใจจะให้ “แรมโบ้เล็ก” รั้งเข็มขัดให้ยังอยู่กับค่ายต่อไป ฝ่าย “ตะวันฉาย” แห่งค่าย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ที่เพิ่งสละตำแหน่งแชมป์ไป ก็หวังให้ “ยอดไอคิว” เป็นตัวแทนแบกเข็มขัดกลับมา
ฝั่งแชมป์: ซุปเปอร์บอน ลงนวมทวนเชิงด้วยตัวเอง

บทบาทของ “ซุปเปอร์บอน” ในการเตรียมตัวให้กับ “แรมโบ้เล็ก” ครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การยืนให้คำแนะนำข้างเวทีซ้อม แต่ลงไปเป็นคู่เล่นเชิงเพื่อทดสอบจังหวะ การตัดสินใจ และความสามารถในการแก้สถานการณ์ของแชมป์รุ่นน้องด้วยตัวเอง โดยเผยว่า
“ผมมาเป็นคู่เล่นเชิงให้ แรมโบ้เล็ก เอง เพราะถ้าเล่นเชิงแล้วฝีมือสู้ผมได้ ไม่ว่าจะรุ่นไหนใน ONE เขาก็จะสามารถสู้ได้หมด ผมเลยพยายามเล่นเชิง ทวนเชิงให้เขาตลอดครับ”

ชัดเจนว่า “ซุปเปอร์บอน” มีจุดแข็งทั้งรูปร่าง ประสบการณ์ และชั้นเชิงในระดับแชมป์โลก หาก “แรมโบ้เล็ก” สามารถรักษารูปมวย ตอบโต้ และหาทางออกเมื่อต้องซ้อมกับคู่เล่นเชิงที่ใหญ่กว่าและเก๋ากว่าได้ การกลับไปเผชิญหน้าคู่ชกในรุ่นเดียวกันย่อมช่วยให้เขารับมือกับสถานการณ์ได้หลากหลายขึ้น
เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มความหลากหลายให้แชมป์ เพราะเมื่อขึ้นครองตำแหน่งแล้ว คู่ต่อสู้ทุกคนย่อมศึกษาแนวทางการชกและเตรียมวิธีแก้ทางมาอย่างละเอียด
“ผมบอกให้ แรมโบ้เล็ก พลิกแพลงสไตล์การชกให้ได้มากที่สุด เพราะการป้องกันแชมป์นั้นยากกว่าการเป็นแชมป์ ทุกคนอยากชกกับเรา คู่ชกศึกษามาแล้วว่าเราจะชกยังไง แล้วหาวิธีเอาชนะ เพราะฉะนั้น เราต้องชกได้หลากหลายเพื่อให้คู่ต่อสู้ตามเราไม่ทันครับ”
คำแนะนำดังกล่าวสอดคล้องกับสิ่งที่ “แรมโบ้เล็ก” เปิดเผยในกิจกรรมเช็กฟิตว่า “ซุปเปอร์บอน” ต้องการให้เขาเร่งจังหวะการออกอาวุธ โดยมีพลังหมัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
คำว่า “เร็วขึ้น” ไม่ได้หมายถึงความเร็วของหมัดเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงการตัดสินใจ การชิงออกก่อน และการเปลี่ยนจากจังหวะตั้งรับเป็นเกมรุกโดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ
ฝั่งผู้ท้าชิง: ตะวันฉาย เก็บทีเด็ดไว้เปิดบนเวที

อีกฟากหนึ่งของการเตรียมตัว “ยอดไอคิว” ได้รับการดูแลจากทีมค่ายพีเค.แสนชัยมวยไทยยิม โดยมี “ตะวันฉาย” ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และช่วยวางรายละเอียดในการรับมือแชมป์โลก
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มขึ้นเฉพาะไฟต์นี้ “ตะวันฉาย” เห็นพัฒนาการของ “ยอดไอคิว” มาตั้งแต่ยังเป็นนักชกดาวรุ่ง และถึงขั้นคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปีว่า รุ่นน้องร่วมค่ายจะได้รับโอกาสชิงแชมป์โลก และทุ่มสุดตัวในการถ่ายทอดเคล็ดลับวิชาให้รุ่นน้องร่วมค่ายเพื่อไฟต์สำคัญนี้

“ผมบอก ยอดไอคิว ไว้แล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า ปีนี้ต้องได้ชิงแชมป์โลก ONE ขอแค่ตั้งใจ แล้วสุดท้ายก็ได้โอกาสให้ชิงจริง ๆ แต่ไฟต์นี้ประมาทไม่ได้ เพราะ แรมโบ้เล็ก เป็นมวยครบเครื่อง อาวุธคมหนัก ซึ่งผมก็ได้ช่วยติวการชกไปให้แล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ว่าแนะนำอะไรให้บ้าง อยากให้ไปรอดูบนเวที รับรองมันแน่นอน”
นี่อาจเป็นเพียงการสร้างสีสันก่อนการแข่งขัน แต่ในทางแท็กติก การไม่เปิดเผยแผนย่อมทำให้ฝั่งแชมป์ต้องเตรียมรับมือหลายสมมติฐาน และไม่สามารถล็อกเป้าได้ชัดเจนว่าผู้ท้าชิงจะมาในรูปเกมใด

แม้ “ตะวันฉาย” จะไม่เปิดเผยทีเด็ด แต่ “ยอดไอคิว” ให้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการเตรียมตัว โดยยอมรับว่าเน้นฝึกป้องกันหมัดเป็นพิเศษ พร้อมเลือกลงนวมกับคู่ซ้อมที่มีรูปร่างใหญ่กว่า เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับแรงปะทะและไม่เสียสมดุลเมื่อต้องรับอาวุธหนัก
สอดรับกับ “เทรนเนอร์หวัง” สมหวัง มาทอง เทรนเนอร์มือเอกแห่งค่าย พีเค. แสนชัยมวยไทยยิม ที่ออกมาเผยว่าได้กำชับให้ “ยอดไอคิว” ป้องกันหมัด และยังมีการเสริมความแข็งแกร่งให้ด้วย
“ไฟต์นี้ทีมงานในค่ายช่วยกันดูแล ยอดไอคิว อย่างเต็มที่ ส่วนผมได้กำชับให้เขาระวังหมัดของ แรมโบ้เล็ก ให้ดี รวมถึงเน้นเสริมแรงกำลังให้มากขึ้นเป็นพิเศษครับ”
“ยอดไอคิว” จึงมีโจทย์สองชั้น ชั้นแรกคือต้องผ่านพลังหมัดโดยไม่เสียอาการ ส่วนชั้นต่อมาคือต้องหาวิธีบังคับให้แชมป์ออกจากเกมที่ถนัด หากเดินกดดันตรง ๆ มากเกินไป เขาอาจกลายเป็นฝ่ายเปิดพื้นที่ให้ “แรมโบ้เล็ก” เล่นจังหวะสองเสียเอง

อ่านเกมสองโค้ชดีกรีแชมป์โลก
ฝั่งแชมป์ “แรมโบ้เล็ก” ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเร็ว และความสามารถในการพลิกแพลงตามคำแนะนำของ “ซุปเปอร์บอน” ส่วนฝั่งผู้ท้าชิงเลือกสร้างฐานจากเกมรับ เตรียมร่างกายให้ผ่านอาวุธหนัก แล้วรอเปิดทีเด็ดที่ “ตะวันฉาย” ยังไม่ยอมเปิดเผย
หาก “แรมโบ้เล็ก” กำหนดจังหวะได้ก่อน พลังหมัดและจังหวะสองของเขาอาจเปลี่ยนเกมได้ทุกขณะ แต่หาก “ยอดไอคิว” รับแรงกดดันช่วงต้นได้และพาไฟต์เข้าสู่เกมที่ต้องแก้ทางกันทีละชั้น โอกาสเปลี่ยนเจ้าของเข็มขัดก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง

ในไฟต์ชิงแชมป์โลกที่ระดับฝีมือนักกีฬาใกล้เคียงกันมาก ความแตกต่างมักเกิดจากรายละเอียดเล็กที่สุด และ “ไหวพริบ” อาจเป็นอาวุธตัดสินแพ้ชนะ โดย “ซุปเปอร์บอน” เผยให้เห็นมุมมองนี้ว่า
“ไฟต์นี้ผมมองว่าสูสี โอกาสออกได้ 50/50 รูปเกมจะเป็นการชิงไหวชิงพริบกัน ซึ่งผมรู้สึกว่า แรมโบ้เล็ก มีไหวพริบและไอคิวมากกว่า ยอดไอคิว อยู่นิดหนึ่ง”
นั่นหมายความว่าไฟต์นี้อาจไม่ได้จบจากแผนแรกที่แต่ละฝ่ายเตรียมมา แต่อยู่ที่ว่าเมื่อแผนเดิมใช้ไม่ได้ ใครจะมองเห็นปัญหาและเปลี่ยนวิธีชกได้เร็วกว่ากัน

ขณะที่ “เทรนเนอร์หวัง” จากฝั่งค่าย พีเค.ฯ ชี้ว่า
“รูปเกมระหว่าง ยอดไอคิว และ แรมโบ้เล็ก จะออกมาสนุกสูสี ส่วนใครจะเป็นผู้ชนะขึ้นอยู่กับจังหวะเด็ดขาดบนเวที ถ้าฝ่ายไหนพลาดโดนเต็ม ๆ ก็มีโอกาสจบไม่ครบยก”
โดยต้องรอดูว่าจังหวะเด็ดขาดที่ว่านั้นจะออกมารูปแบบไหน และจะใช่ทีเด็ดที่ “ตะวันฉาย” ถ่ายทอดวิชาไว้ให้ “ยอดไอคิว” หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไฟต์นี้ไม่ควรถูกมองเป็นการล้างแค้นหรือการสะสางบัญชีแทนกันของ “ซุปเปอร์บอน” และ “ตะวันฉาย” ที่เคยเป็นคู่ปรับกันมาก่อน เพราะคนที่ต้องออกอาวุธและตัดสินผลการแข่งขันจริงคือ “แรมโบ้เล็ก” กับ “ยอดไอคิว”
สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือ บทเรียนจากการต่อสู้ระดับโลกของสองรุ่นพี่จะถูกถ่ายทอดสู่รุ่นน้องได้มากเพียงใด และฝ่ายใดจะนำคำแนะนำเหล่านั้นไปใช้ภายใต้ความกดดันได้มีประสิทธิภาพกว่า
ติดตาม “แรมโบ้เล็ก vs ยอดไอคิว” วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle