มวยซ้ายสายลุย! ย้อนเส้นทางมือปราบต่างชาติ “วรพล” ก่อนดวล “เลนนี บลาซี” ศึก The Inner Circle 28
“วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” ขาลุยจากบุรีรัมย์ วัย 23 ปี ขอสานต่อฟอร์มร้อน 4 ไฟต์ติด ด้วยการดวลเดือด “เลนนี บลาซี” กำปั้นอันตราย วัย 22 ปี จากอิตาลี ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึก The Inner Circle 28 ที่จะจัดการแข่งขันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30-20.30 น.
ทั้งคู่ถูกประกบให้เจอกันมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่มีเหตุให้ต้องคลาดกันทุกครั้ง และจะได้เผชิญหน้ากันจริงในไฟต์นี้ แต่เราขอพาย้อนดูเส้นทางชีวิต “วรพล” จากเด็กที่หลงใหลกีฬาฟุตบอล แต่กลับถูกพ่อชักนำเข้าสู่โลกของกำปั้น ก่อนสั่งสมประสบการณ์จนก้าวขึ้นมาเป็นนักชกแถวหน้าบนเวที ONE ลุมพินี และกำลังล่าชัยไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอสำหรับสัญญา ONE
จากเด็กชอบฟุตบอล สู่ก้าวแรกบนสังเวียน
“วรพล” เริ่มต้นชกมวยตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ โดยมีคุณพ่อซึ่งชื่นชอบกีฬามวยเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทว่าในช่วงแรกเจ้าตัวไม่ได้สนใจกีฬาชนิดนี้มากนัก เพราะชื่นชอบฟุตบอลและมักใช้เวลาว่างไปเตะบอลกับเพื่อน ๆ มากกว่า
กระทั่งในหมู่บ้านมีค่ายมวยและจัดการแข่งขันตามงานบุญอยู่บ่อยครั้ง “วรพล” จึงเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากลอง ก่อนตัดสินใจขึ้นชกครั้งแรกในวัย 7 ขวบ ทั้งที่แทบไม่เคยฝึกซ้อมมาก่อน ผลปรากฏว่าสามารถคว้าชัยได้ทันที พร้อมรับค่าตัว 150 บาท ซึ่งเขานำไปซื้อรถบังคับ ของเล่นที่อยากได้ด้วยเงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง
เปลี่ยนโรงเรียนเพื่อเดินตามความฝัน
ความรู้สึกจากการหาเงินด้วยตัวเองโดยไม่ต้องขอพ่อแม่ กลายเป็นแรงผลักดันให้ “วรพล” เริ่มสนุกกับการชกมวย และหันมาฝึกซ้อมอย่างจริงจัง “วรพล” ตัดสินใจทุ่มเทให้กับการชกมวยมากขึ้น โดยในช่วงที่เขาเรียนอยู่ชั้นประถม เจ้าตัวตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเอกชนในตัวเมืองบุรีรัมย์ เพราะต้องเดินทางด้วยรถตู้ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดและกลับถึงบ้านในช่วงเย็น ทำให้มีเวลาซ้อมมวยไม่เต็มที่
จากนั้น “วรพล” เลือกย้ายกลับมาเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับค่ายมวยในหมู่บ้านไผ่ดง จ.บุรีรัมย์ และตะเวนชกตามเวทีภูธรเพื่อสะสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง
ก้าวสู่เมืองกรุง เปลี่ยนชีวิตบนเส้นทางนักมวย
จากเด็กที่ขึ้นเวทีเพราะอยากได้ค่าขนมและของเล่น เส้นทางของ “วรพล” ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นการเดินตามความฝันอย่างจริงจัง จนเมื่ออายุประมาณ 13 ปี เจ้าตัวได้รับโอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีมือในกรุงเทพฯ
“วรพล” สามารถคว้าชัยชนะได้ตั้งแต่ไฟต์แรกที่เข้ามาแข่งขันในกรุงเทพบนเวทีรายการมวยไทย 7 สี ก่อนเริ่มเป็นที่รู้จักและมีแฟนมวยติดตามมากขึ้น จากนั้นจึงได้มีโอกาสขึ้นชกเวทีราชดำเนิน ก่อนก้าวเข้าสู่เวที ONE ลุมพินี อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นบนเวที ONE ไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะไฟต์แรกเจ้าตัวยังซ้อมอยู่ที่บ้านเกิดและยังขาดประสบการณ์ ก่อนพ่ายคะแนนไปในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ “วรพล” จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ก่อนเลือกเข้ามาอยู่กับค่าย ส.เดชะพันธ์ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอาชีพนักมวยที่มีรูปแบบการฝึกซ้อมที่เป็นระบบและมีรายละเอียดมากกว่าเดิม จนช่วยพัฒนาฝีมือของเขาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือชัยชนะในไฟต์ที่ 2 ศึก ONE ลุมพินี 30 เมื่อ 25 ส.ค. 66 พร้อมรับดับเบิลโบนัส 7 แสนบาท ตามด้วยแต้มชัยต่อเนื่องในไฟต์ที่ 3 ศึก ONE ลุมพินี 53 เมื่อ 23 ก.พ. 67 ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าการตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ คือสิ่งที่ถูกต้อง
ผ่านมรสุมชีวิต ก่อนกลับมายืนอีกครั้ง
เส้นทางนักมวยของ “วรพล” ไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ เพราะเจ้าตัวยังเคยเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังต้องสูญเสียน้องสาว ซึ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจและขวัญกำลังใจอย่างมาก ทำให้แพ้สามไฟต์ต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2567 แต่สุดท้ายเจ้าตัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากมาได้ และค่อย ๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมา จนเอาชนะได้ 4 ไฟต์ติด
ก่อนจะสะดุดพ้ายให้กับ “จูลิโอ โลโบ” ในศึก ONE ลุมพินี 135 เมื่อ 28 พ.ย. 68 ซึ่ง “วรพล” ยอมรับตรง ๆ ว่าเป็นความผิดพลาดจากการเตรียมตัว โดยเฉพาะเรื่องการซ้อมและการเพิ่มน้ำหนักขึ้นไปชกในรุ่นที่ใหญ่กว่าเดิม จนเสียเปรียบคู่ชกทั้งเรื่องแรงปะทะและอาวุธ ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นจึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ทำให้ “วรพล” กลับไปพัฒนาตัวเอง และเตรียมร่างกายให้เหมาะสมกับพิกัดมากขึ้น
ปัจจุบัน “จูลิโอ” กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีจากการคว้าชัยต่อเนื่อง และ “วรพล” ก็ยังติดตามผลงานของอดีตคู่ชกอยู่เสมอ พร้อมยอมรับว่าหากมีโอกาส เขาอยากกลับไปแก้มืออีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานในไฟต์แรกไม่ใช่ศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง
เบื้องหลังฟอร์มแรง ยึด “ซุปเปอร์เล็ก” เป็นต้นแบบ
หลังผ่านมรสุมและนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน “วรพล” กลับมาสร้างผลงานร้อนแรงในปี 2569 ด้วยการคว้าชัย 3 ไฟต์ติดต่อกัน หนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อมากที่สุด คือการเป็นนักชกคนแรกในรายการที่สามารถน็อก “ซอ ลิน อู” นักชกจอมแกร่งจากเมียนมาได้สำเร็จใน ศึก ONE ลุมพินี 139 เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาพร้อมรับโบนัสจากผลงานดังกล่าว
ก่อนสานต่อฟอร์มร้อนแรงด้วยการคว้าชัยเหนือ “ทอม คาสส์” ในไฟต์ล่าสุด ศึก ONE ลุมพินี 153 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าตัวกำลังเดินหน้าล่าชัยเป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกันในครั้งนี้
เบื้องหลังฟอร์มอันร้อนแรง “วรพล” ให้เครดิตกับความตั้งใจ วินัยในการฝึกซ้อม และกำลังใจจากครอบครัว ขณะเดียวกันเจ้าตัวยังมี “ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย” เป็นนักมวยต้นแบบที่ติดตามผลงานมาตั้งแต่เด็ก และชื่นชอบในเรื่องอาวุธที่หลากหลาย ความเร็ว ลูกเตะ รวมถึงการแก้เกมบนเวที
วรพล พร้อมน็อก เลนนี คู่ปรับที่คลาดกันมา 3 ครั้ง

แม้กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง แต่บททดสอบครั้งต่อไปของ “วรพล” ไม่ใช่งานง่าย เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับ “เลนนี” ซึ่งทั้งคู่ถูกประกบให้เจอกันมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่กลับมีเหตุให้ต้องคลาดกันทุกครั้ง
ด้าน “เลนนี” เองก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี หลังกลับมาขึ้นชกบนเวที ONE ลุมพินีอีกครั้งและคว้าชัยมาแล้ว 2 ไฟต์ติดต่อกัน ทำให้การพบกันครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งสองฝ่าย
“เลนนี เป็นคู่ชกต่างชาติที่อันตราย ฟอร์มเขาดีขึ้นมาเรื่อย ๆ มีอาวุธหลากหลาย ทั้งหมัด เตะ และเข่า สไตล์การชกเขาเป็นมวยไทยครบเครื่อง ต่างจากนักชกต่างชาติบางคนที่เน้นแค่หมัดอย่างเดียว”
“ไฟต์นี้ผมวางแผนเดินบุกตั้งแต่ระฆังยกแรกดัง จะใช้อาวุธทุกอย่างที่มี และตั้งใจใช้ลูกเตะซ้ายเล่นงาน ถึงแม้เขาจะสูง 180 เซนติเมตร แต่ไม่มีปัญหา เพราะผมก็เคยชกกับคนตัวสูงมาก่อน และมั่นใจว่าผมมีประสบการณ์และกระดูกมวยเหนือกว่าครับ”
“ผมยังคงอยากรักษากิตติศัพท์การเป็นมือปราบต่างชาติเอาไว้ด้วยการเอาชนะให้ได้ และถ้ามีจังหวะปิดเกมได้ก็จะทำทันที เพราะอยากจะสานชัยชนะไฟต์ที่ 4 ของปี ถ้าทำผลงานออกมาดีต่อเนื่องอีกประมาณ 1-2 ไฟต์ก็น่าจะเข้าใกล้สัญญา ONE มากขึ้น”
“ฝากแฟน ๆ เชียร์ผมด้วยครับ ไฟต์นี้ได้เจอกันแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครถอนแล้ว ผมตั้งใจเดินบดตั้งแต่ระฆังดัง เพราะอยากทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดครับ”
ติดตาม “วรพล vs เลนนี” วันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 28 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle