กว่าจะเป็น “เดอะ ควีน” เปิดเส้นทาง “เพชรจีจ้า” จากเด็กหญิงผู้ปราบมวยชาย สู่ราชินีผู้ล่าแชมป์โลกสองกติกา
อีกไม่นาน “เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นอะตอมเวตหญิง (105-115 ป.) จะได้โอกาสไล่ล่าเข็มขัดแชมป์เส้นที่สองในกติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต จาก “อัลลิเซีย เฮลเลน รอดริเกส” ราชินีเจ้าบัลลังก์ผู้ป้องกันตำแหน่งมาแล้วถึง 4 ครั้ง ในรายการ The Inner Circle 19 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง LIVE.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

เส้นทางของ “เพชรจีจ้า” เริ่มต้นจากเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งต้องขึ้นสังเวียนมวย เพื่อช่วยเหลือครอบครัว และด้วยฝีมือที่โตเกินวัย ทำให้ในเวลานั้นแทบไม่มีคู่ชกหญิงในรุ่นน้ำหนักเดียวกันให้เธอได้พิสูจน์ฝีมือ จนต้องเบนเข็มไปสู้กับคู่ชกต่างเพศ ส่งให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังไปทั่วประเทศ
“เริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และชกกับผู้ชายมาตั้งแต่ไฟต์แรก ๆ เลย เพราะไม่มีนักมวยหญิงในรุ่นน้ำหนักเดียวกัน ตอนนั้นตระเวนชกตามต่างจังหวัดโดยใช้วิธีเทียบน้ำหนัก บางทีก็ต้องชกกับผู้ชายสองไฟต์ต่อวัน เป็นรอบกลางวันและรอบกลางคืนค่ะ”
หนึ่งในคู่ชกวัยเด็กที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของ “เพชรจีจ้า” คือ “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” ผู้เคยก้าวขึ้นท้าชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต โดยทั้งคู่เคยดวลฝีมือกันมาแล้วถึง 3 ครั้งในสมัยที่ยังตระเวนชกตามเวทีภูธร ก่อนที่เส้นทางชีวิตจะพาพวกเขาได้เป็นนักกีฬาสังกัดเดียวกันใน ONE ซึ่งทำให้ “เพชรจีจ้า” รู้สึกยินดีที่ได้เห็นเพื่อนร่วมเส้นทางในวัยเยาว์ก้าวมาประสบความสำเร็จในอาชีพนักมวยเช่นเดียวกัน
“หนูเคยชกกับทรงชัยน้อยมา 3 ครั้ง หนูชนะสองครั้ง ส่วนเขาชนะหนูครั้งหนึ่ง พอได้เห็นเขา หนูตื่นเต้นมากเลย เหมือนเราได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าสมัยเด็กอีกครั้ง และก็ดีใจกับเขาด้วยที่ได้เข้ามาอยู่ใน ONE เหมือนกันค่ะ”
เส้นทางพิสูจน์ความแกร่งของ เพชรจีจ้า
ความแข็งแกร่งของ “เพชรจีจ้า” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงบนสังเวียนแข่งขัน แต่ยังถูกหล่อหลอมจากการฝึกซ้อมร่วมกับคู่ซ้อมผู้ชายที่แข็งแกร่งกว่า ซึ่งกลายเป็นบททดสอบสำคัญที่ช่วยสร้างทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ
“บางครั้งหนูต้องลงนวมกับคู่ซ้อมผู้ชาย 4-5 คน เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายว่าจะรับไหวไหม ซึ่งการซ้อมกับผู้ชายตลอดเวลาช่วยทำให้หนูจิตใจแข็งแกร่ง และมีแรงผลักดันให้ต้องสู้ทุกวัน”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ชื่อเสียงของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศจากการชกกับนักมวยชาย เส้นทางอาชีพกลับต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อกฎระเบียบเกี่ยวกับการชกข้ามเพศถูกนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง จนเธอได้รับข่าวร้ายแบบไม่ทันตั้งตัวก่อนขึ้นชกในไฟต์หนึ่งเพียงไม่กี่นาที
“หนูได้ยินว่าหนูอาจไม่ได้ชกมวยอีกแล้ว เพราะทางกกท. เขาไม่เห็นด้วย แล้วโปรโมเตอร์ก็เดินมาบอกว่าขึ้นชกไม่ได้แล้วนะ เพราะเขาไม่อนุญาตให้นักมวยชายชกกับนักมวยหญิงแล้ว”
“หนูรู้สึกผิดหวังและท้อแท้มาก เพราะที่ผ่านมาหนูชกกับผู้ชายมาตลอด เพราะแทบจะไม่มีนักมวยหญิงเลย หรือต่อให้มีก็ไม่มีใครยอมขึ้นชกกับหนูเลยค่ะ”
จากเหตุการณ์นั้นทำให้อาชีพนักมวยของเธอต้องหยุดชะงักไปหลายเดือน แต่ในเวลาต่อมา “เพชรจีจ้า”ก็ได้รับโอกาสกลับมาขึ้นชกอีกครั้ง โดยต้องเผชิญหน้ากับนักมวยหญิงที่อายุมากกว่าและรูปร่างใหญ่กว่า ทว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่วัยเด็ก ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เธอฝ่าฟันทุกอุปสรรคจนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการ
“การชกกับผู้ชายในวันนั้นทำให้ได้เรียนรู้ที่จะสู้กับทุกอุปสรรค และหล่อหลอมให้หนูแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีช่วงเวลาเหล่านั้น รวมถึงคุณพ่อที่คอยอยู่เคียงข้างมาตลอด ก็คงไม่มี เพชรจีจ้า ในแบบที่ทุกคนเห็นวันนี้ค่ะ”

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา “เพชรจีจ้า” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีอุปสรรคใดใหญ่เกินกว่าหัวใจนักสู้ของเธอ และตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ต่อหน้าโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในอาชีพ เมื่อมีคิวท้าชิงบัลลังก์มวยไทยจาก “อัลลิเซีย” เพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฐานะแชมป์โลกสองกติกา งานนี้ “เดอะ ควีน” จะสานฝันและจารึกประวัติศาสตร์บทใหม่ได้หรือไม่ ห้ามพลาดชมเด็ดขาด
ติดตาม “อัลลิเซีย vs เพชรจีจ้า” วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ทาง LIVE.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle