ปีนี้ขอแรงต่อ! “พันฤทธิ์” ปรับสไตล์บู๊พลิกฟอร์มเก่ง พร้อมโค่นแกร่ง “เมืองไทย” ล่าชัย 3 ไฟต์ติด ศึก The Inner Circle 20
“พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” ประกาศขอสานต่อฟอร์มดุสยบแกร่ง “เมืองไทย พีเค. แสนชัย” เก็บชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 3 ในปี 2569 โดยทั้งคู่จะดวลกันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในคู่แรกของรายการ The Inner Circle 20 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง LIVE.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
หลังจากฟอร์มสะดุดต่อเนื่องในช่วงปี 2568 “พันฤทธิ์” พลิกสถานการณ์กลับมาเก็บชัยได้ 2 ไฟต์ติดต่อกันในปีนี้ โดยเริ่มจากโค่นนักกีฬาที่มีสัญญา ONE อย่าง “นักรบ แฟร์เท็กซ์” ในศึก ONE ลุมพินี 143 ล่าสุดถอนแค้นคู่ปรับเก่า “กฤษณะ ดาวเด่นมวยไทย” ด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในศึก ONE ลุมพินี 152 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าตัวเรียกความมั่นใจกลับมาได้
“ปีนี้ผมปรับแผนการชกใหม่ จากเดิมที่เปิดหน้าแลกอาวุธอย่างเดียว เปลี่ยนเป็นชกแบบใจเย็นขึ้น มีสติมากขึ้น เพราะคิดได้ว่าถ้ายังชกแบบเดิม อาจทำให้อยู่ในเส้นทางนี้ได้อีกไม่นาน ซึ่งก็ส่งผลให้ผลงานดีขึ้นตามลำดับ จนเก็บชัยชนะได้ 2 ไฟต์ติดต่อกัน”
“ช่วงนี้ผมมีคิวชกต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายได้ขยับอยู่ตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการอยู่แล้ว เพราะยิ่งได้ชกบ่อย ก็ยิ่งมีโอกาสพัฒนาฝีมือตัวเอง ส่วนไฟต์นี้แม้จะเป็นรายการใหญ่ประจำไตรมาส 2 ของปี แต่ไม่ได้รู้สึกกดดัน พร้อมขึ้นไปสู้เต็มที่เหมือนเดิมแน่นอน”
บททดสอบต่อไปของ “พันฤทธิ์” ไม่ใช่งานง่าย เมื่อต้องวัดฝีมือกับคู่ชกประสบการณ์สูงอย่าง “เมืองไทย” ที่ฝากผลงานชนะ 10 จาก 15 ไฟต์ ในรายการของ ONE และกำลังต้องการทวงฟอร์มเก่งคืนมา หลังล่าสุดพลาดท่าพ่ายทีเคโอ “แอนตาร์ คาเซม” ตัวแทนจากฝรั่งเศส/เบลารุส ในศึก ONE ลุมพินี 126 เมื่อเดือน ก.ย. 68

งานนี้ “พันฤทธิ์” พกความมั่นใจมาเต็มที่ แถมยังมีลูกพี่ “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเสริมให้ทั้งเรื่องเทคนิคการออกหมัด และวิธีการแก้เกมคู่ชก ทำให้เขาพร้อมเปิดเกมสู้กับ “เมืองไทย” อย่างสนุก พร้อมล่าชัยต่อเนื่องกลับบ้าน
“ผมดีใจที่ได้ชกกับ เมืองไทย เพราะอยากพิสูจน์ฝีมือด้วยการเอาชนะนักชกระดับแถวหน้า จุดเด่นเขาคือมีศอกที่อันตรายมาก รวมถึงความอึดและสไตล์เดินบู๊ที่พร้อมปะทะกับทุกคน ไฟต์นี้ขอให้เขาเตรียมตัวมาให้เต็มที่ แล้วมาวัดกันบนเวทีว่าใครจะเหนือกว่ากัน”

“ส่วนจุดอ่อนของ เมืองไทย คือยังไม่ค่อยมีความหลากหลาย อย่างไฟต์ที่แพ้ให้กับ แอนตาร์ ก็ชกในรูปแบบเดิม ๆ ผมต้องเพิ่มจังหวะเข้าทำให้มากขึ้น ไม่ไปยืนแลกปะทะตรง ๆ นอกจากนั้นการที่เขาร้างเวทีไปนานถึง 9 เดือน อาจส่งผลต่อฟอร์มการชกด้วย”
หมัด ท้าวัดแกร่ง ศอก
แม้ “เมืองไทย” จะขึ้นชื่อเรื่องความอึดทนมากแค่ไหน แต่ “พันฤทธิ์” ยังเชื่อมั่นในความหนักของอาวุธตัวเอง โดยพร้อมพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นอีกครั้ง ด้วยการสยบนักชกรุ่นพี่ให้เด็ดขาด พร้อมเปิดทางลุ้นคว้าโบนัส 350,000 บาทกลับบ้านเป็นครั้งที่ 4
“เมืองไทยมีศอกที่อันตราย ส่วนผมก็มั่นใจในหมัดของตัวเอง และเชื่อว่ามีดีพอจะเล่นงานเขาได้ แผนของผมคือจะยืนสู้แบบรัดกุม ใช้ความเร็วสร้างจังหวะ แล้วค่อยเลือกจังหวะเข้าทำให้แม่นยำ เพราะถ้าเลือกเปิดหน้าแลกตั้งแต่ต้น เกมการชกอาจออกมาเหนื่อยมากเกินไป”
“ผมไม่ได้โบนัสมาเกือบปีแล้ว ครั้งนี้อยากกลับมาคว้าให้ได้อีกครั้ง เพื่อเก็บเงินไว้จุนเจือช่วยเหลือครอบครัว ถ้ามีโอกาสก็อยากปิดเกมสวย ๆ ให้สำเร็จ”
สานต่อผลงานแรงปี 2569
นอกจากนี้ “พันฤทธิ์” ยังเชื่อว่าหากสามารถเก็บชัยเหนือนักชกมากประสบการณ์อย่าง “เมืองไทย” ได้สำเร็จ ก็จะยิ่งเปิดโอกาสให้เขาขยับเข้าใกล้โอกาสคว้าสัญญา ONE มากยิ่งขึ้น ซึ่งเจ้าตัวมั่นใจว่าจะผ่านด่านแกร่งนี้ไปได้แบบไร้ปัญหา
“ปีนี้ผมตั้งใจรักษาสถิติชนะต่อเนื่องให้ได้ต่อไป หากสามารถเอาชนะคู่ชกระดับ เมืองไทย ได้ ผมมองว่าถ้าชนะอีกประมาณ 2 ไฟต์ อาจมีโอกาสคว้าสัญญา ONE มาครองได้”
“ผมมั่นใจเต็มร้อยว่าจะเก็บชัยชนะเป็นไฟต์ที่ 3 ติดต่อกันได้ ไฟต์นี้ผมชกในพิกัด 140 ป. ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับสภาพร่างกาย แต่หลังจากไฟต์นี้ หากผลงานออกมาดี ก็มีแผนจะขยับลงไปที่ 135 ป. ต้องรอดูผลลัพธ์ของไฟต์นี้ก่อนว่าออกมาเป็นอย่างไรครับ”
ติดตาม “เมืองไทย vs พันฤทธิ์” วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 20 ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ทาง LIVE.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle