บทความ

5 สิ่งที่ได้รู้จากศึก ONE: KING OF THE JUNGLE

3 มี.ค. 2020

การประกบคู่ของศึก ONE: KING OF THE JUNGLE นำมาซึ่งความประหลาดใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก หรือการประกาศศักดาของนักสู้หน้าใหม่

และนี่คือบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ 5 ประการที่เราได้รับจากศึกนี้ ซึ่งปิดฉากลงไปเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม

#1 “เจเน็ต” พิสูจน์ “แสตมป์” ก็แพ้เป็น

Janet Todd lands a punch on Stamp Fairtex

ก่อนที่ ONE: KING OF THE JUNGLE จะจัดขึ้น แทบนึกภาพไม่ออกเลยว่า แชมป์โลกสาวสองประเภทกีฬาอย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ที่สั่งสมสถิติไร้พ่ายมาตลอดเกือบสองปี จะถูกโค่นลงในไฟต์นี้

แม้ซูเปอร์สตาร์สาวชาวไทยจะเผชิญศึกหนักมาหลายครั้ง แต่เธอยังสามารถหาทางเค้นพลังจนก๊อกสุดท้าย และคว้าชัยชนะได้ทุกครั้ง แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อต้องหวนกลับมาพบกับคู่ปรับเก่าที่เคี้ยวยากอย่าง “JT” เจเน็ต ท็อดด์ นักสู้สาวลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมตัวมาดี และวางแผนมาแก้เกมนี้โดยเฉพาะ จึงทำให้ได้รับการชูมือไปด้วยคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์

เจเน็ต เดินเกมนี้อย่างรวดเร็วทั้งการเข้าออก ฟุตเวิร์กที่แคล่วคล่อง การออกหมัดคม และลูกเตะล่างทำลายจังหวะ จนแทบจะตรงตามแผนที่เตรียมมารับมือได้ทุกกระเบียดนิ้ว แม้แต่ตอนที่ แสตมป์ งัดพลังเฮือกสุดท้ายออกมาสู้ แต่ผู้ท้าชิงก็ตอบโต้ได้อย่างทันควัน

รางวัลจากความพยายามกลับมาล้างแค้นในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา คือชัยชนะ 2 ใน 3 จากกรรมการให้คะแนน ส่งให้เธอกระชากเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวตมาครอง พร้อมกับโค่นนักสู้ตัวแม่แห่งวงการมวยผู้ไม่เคยแพ้ใครได้เป็นครั้งแรก

อ่านเพิ่มเติม: “แสตมป์” ยอมรับเหมือน “คนอกหัก” หลังเข็มขัดคิกบ็อกซิ่งกระเด็น

#2 “สามเอ” เก๋าเกินกว่าคู่ชิงหนุ่มจะรับมือ

Sam-A Gaiyanghadao exchanges strikes with Rocky Ogden at ONE KING OF THE JUNGLE

คนส่วนใหญ่คงอยากเห็นภาพนักมวยจอมเก๋าวัย 36 ปีอย่าง “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” เปิดบทเรียนสอนมวยรุ่นน้อง “ร็อกกี อ็อกเดน” ซึ่งอายุอ่อนกว่าถึง 16 ปี ในนัดชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต ครั้งแรก และมันก็เป็นจริงดังที่คิด

แม้ว่านักชกหนุ่มจากออสซีจะเผชิญหน้าเจ้าตำนานอย่างไม่เกรงกลัว แถมเดินบุก ออกอาวุธหมัดอันตราย และฟาดแข้งได้ว่องไว หวังแจ้งเกิดให้ได้ในนัดเปิดตัว แต่ไม่ว่าจะงัดเชิงมวยอะไรออกมาใช้ ก็ยังเทียบชั้นครูอย่าง สามเอ ไม่ติด

ด้วยสถิติบนผืนผ้าใบกว่า 400 ไฟต์ ทำให้ไอคอนแห่งวงการมวยไทยอย่าง สามเอ ทิ้งห่างเรื่องประสบการณ์และกระดูกมวยมากกว่าคู่แข่งที่มีเพียง 42 ไฟต์ ถึง 10 เท่าตัว แค่ตั้งท่าเงื้อมหมัด สามเอ ก็อ่านเกมออกและคิดแผนล่วงหน้าไปกว่าหนึ่งขั้น

อย่างไรก็ตาม อ็อกเดน ยังมีอนาคตที่สดใส เพราะในวัยเพียง 20 ปี เขามีอาวุธมวยครบเครื่อง และสำคัญที่สุดคือหัวใจนักสู้ เพียงแต่ตอนนี้อาจไม่ใช่เวลาอันเหมาะสมที่เขาจะนั่งบัลลังก์สูงสุดเท่านั้นเอง

อ่านเพิ่มเติม: กระดูกคนละเบอร์ “สามเอ” สอนมวย “ร็อกกี” คว้าเข็มขัด ONE ได้อีกเส้น

#3 “เดนิส” ฟอร์มจัด คว้าตั๋วชิงเข็มขัดตัวแม่

Denice Zamboanga outstrikes Mei Yamaguchi

เพียงไม่กี่วินาทีหลังกำราบตัวท็อปของรุ่นอย่าง “V.V.” เม ยามากูชิ ได้ นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานใหญ่และ CEO ของวัน แชมเปียนชิพ ก็ยื่นโอกาสให้ “The Manace Fairtex” เดนิส แซมโบอันกา คว้าตั๋วเข้าไปท้าชิงแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวตกับตัวแม่ของรุ่นอย่าง “Unstopable” แองเจลา ลี ชนิดที่เหนือความคาดหมาย จนเจ้าตัวถึงกับร่ำไห้บนเวที

จริงๆ ไม่น่าแปลกใจ เพราะดาวรุ่งสาวชาวฟิลิปปินส์โชว์ฟอร์มเดือดต่อเนื่องสองไฟต์ตั้งแต่นัดเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ จนถึงไฟต์นี้ที่ชี้ให้เห็นความเด็ดเดี่ยวและเกรี้ยวกราดมากขึ้นกว่าไฟต์ที่แล้ว ทั้งๆ ที่เธอขึ้นสังเวียนในฐานะ “มวยรอง” และต้องเจอกับคู่แข่งมากประสบการณ์อย่าง เม

หลังคว้าชัยชนะอย่างเป็นเอกฉันท์ในครั้งนี้ ทำให้ เดนิส มีสถิติไร้พ่ายสุดเพอร์เฟกต์ 7-0 ซึ่งหากเธอขึ้นทาบตัวแม่อย่าง แองเจลา จริงๆ ก็จะเป็นอีกครั้งที่เธอต้องตกอยู่ในฐานะมวยรอง ที่หลายคนมองว่าเทียบกันไม่ติด แต่ก็อย่างที่เห็นไปแล้วว่า เธอสามารถพลิกโผครั้งใหญ่ชนิดช็อกโลกได้ทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม: “เดนิส” มองข้ามช็อต ถ้าโค่น “เม” ได้รายต่อไปขอเจอ “แองเจลา ลี”

#4 “ทรอย” มีของมากกว่าที่เรารู้

American bantamweight Troy Worthen cracks Mark Fairtex Abelardo with a head kick

กลยุทธ์การต่อสู้ของ “Pretty Boy” ทรอย เวิร์ทเธน ในการแข่งขันที่ผ่านมาสองครั้งแรก ดูไม่มีอะไรซับซ้อนสำหรับนักสู้ที่มีพื้นฐานมวยปล้ำ แค่รวบคู่ต่อสู้ลงไปเล่นเกมภาคพื้น และชิงความได้เปรียบเพื่อเล่นงานอีกฝ่ายให้อยู่หมัด จนกว่ากรรมการจะยุติการแข่งขัน

สำหรับครั้งที่สาม เขาตั้งใจที่จะโชว์ให้โลกเห็นทักษะการยืนสู้ที่มีมากขึ้น หลังจากไปซุ่มฝึกกับยิมอีโวล์ฟ ที่แดนสิงโต โดยกล้าที่จะตรึงเกมยืนสู้ แถมยังงัดลูกเตะสูงออกมาใช้กับจอมน็อกเอาต์สุดอันตรายอย่าง “Tyson” มาร์ค แฟร์เท็กซ์ อาเบลาร์โด อีกด้วย

แน่นอนว่าเขายังไม่ลืมรากเหง้ามวยปล้ำที่ติดตัวมา และใช้มันจัดการ มาร์ก อยู่หลายครั้ง สลับกับเกมยืนสู้ สุดแล้วแต่ว่าสถานการณ์ไหน สู้แบบไหนจะเหมาะสมที่สุด

เชื่อว่ายิ่ง ทรอย ขลุกอยู่กับยิมอีโวล์ฟมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะเป็นข่าวร้ายสำหรับนักสู้คนอื่นๆ ในรุ่นแบนตัมเวตมากขึ้นเท่านั้น

#5 “เจฟ จัน” ไม่เก่งแต่ปาก

Jeff Chan hits Radeem Rahman with ground and pound at ONE KING OF THE JUNGLE

ในฐานะยูทูบเบอร์ ผู้สอนเทคนิคและแนวคิดของศิลปะการต่อสู้ ให้แก่ผู้ติดตามหลายแสนคนผ่านช่อง MMAShredded ย่อมต้องเกิดความคาดหวังว่า “เจฟ จัน” จะสู้บนสังเวียนจริง ได้เก่งเหมือนที่อยู่หลังกล้องในช่องของเขา

จากฟอร์มการแข่งขันของเขาเมื่อครั้งเจอกับ “ราดีม ราห์มันในฐานะคู่เปิดหัวของศึกที่สิงคโปร์ นักสู้ชาวแคนาดาสามารถหยิบทุกอย่างที่เขาสอนในคลิป มาเล่นงานคู่แข่งขันได้เกินกว่าที่เขาคาดคิด

ด้วยทักษะการยืนสู้และการปล้ำจับล็อกสุดลื่นไหล ทำให้เขาสามารถคุมเกมได้อย่างเหนือชั้น ก่อนที่จะได้โอกาสรัดคอคู่ต่อสู้ด้วยท่า rear-naked choke ในยกที่สองในการแข่งขันนัดเปิดตัว

อ่านเพิ่มเติม: “เจฟ จัน” นักสู้เน็ตไอดอลกับเส้นทางที่เลือกเอง