บทความ

“THE IRON MAN” นักชกงานชุกที่สุดใน วัน แชมเปียนชิพ ปี 2019

12 ธ.ค. 2019

หากจัดอันดับนักชกไทยที่ขึ้นสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ บ่อยที่สุดในปี 2019 คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “The Iron Man” รถถัง จิตรเมืองนนท์ แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต หนุ่มใต้จากพัทลุงที่กำลังจะมีคิวขึ้นรีแมตซ์กับ “The General” โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี คู่ปรับเก่าเมืองผู้ดีอังกฤษ ในศึกรับศักราชใหม่ ONE: A NEW TOMORROW ที่สังเวียน อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 10 มกราคม 2563

ต้องบอกว่าในปี 2019 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ถือเป็นปีทองของ รถถัง ในเวที วัน แชมเปียนชิพ เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเขาจะได้ขึ้นสังเวียนบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดานักชกไทยด้วยกัน คือ 5 ไฟต์ภายในปีนี้  ยังสามารถกระชากเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต จากเอวของนักชกหนุ่มชาวอังกฤษกลับคืนสู่มาตุภูมิไทยได้อีกครั้ง หลังจากนักชกรุ่นพี่ “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” เสียตำแหน่งไป

การพบกันภาคแรกถือว่าทั้งคู่สู้กันได้สูสีในช่วงยกต้นๆ แต่ด้วยความที่เป็นมวยเดินบุกตะลุยไม่หยุดของ รถถัง ในยกที่ 4 เขาก็สามารถสอยกำปั้นผู้ดีจากอังกฤษร่วงลงไปฟังกรรมการนับ ซึ่งจังหวะนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการคว้าชัยชนะของรถถัง เและท้ายที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายได้รับการชูมือไปด้วยผลคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์

นอกจากการเผชิญหน้ากับ โจนาธาน แล้ว  รถถัง ยังเจอคู่ต่อกรระดับเขี้ยวลากดิน ตั้งแต่ ฟาห์ดี คาเล็ด, ฮาคิม ฮาเมช, ซก ที และรายล่าสุด วอลเตอร์ กอนซาลเวส ซึ่งทั้งหมดล้วนมีดีกรีแชมป์จากหลายเวทีเป็นเครื่องการันตีฝีมือ แต่ถึงกระนั้น รถถัง ก็ยังโชว์ความเป็นเจ้าตำรับมวยบู๊ไล่ตะบันคู่ต่อสู้จนคว้าชัยได้ทุกครั้ง และยังครองสถิติไร้พ่ายใน วัน แชมเปียนชิพ มาถึงปัจจุบัน

ด้วยสไตล์การชกที่เดินหน้าฆ่ามันชวนทะเลาะไม่เลิกอันเป็นเอกลักษณ์นี่เอง ที่ทำให้เขาสามารถครองใจแฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขามีคิวขึ้นสังเวียนมากกว่านักชกรายอื่นๆ

สำหรับปี 2020 เชื่อว่าจะเป็นอีกปีที่นักชกจากเมืองพัทลุงรายนี้ต้องขึ้นพิสูจน์ตัวเองกับเป้าหมายที่ยากกว่าการเป็นแชมป์โลก นั่นคือการรักษาแชมป์ไว้ให้ได้นานที่สุด เพราะรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นพิมพ์นิยม มีเหล่านักสู้มากมายที่ต่างจ้องจะกระชากเข็มขัดเส้นนี้ไปครอบครอง

อย่างไรก็ตาม ลำดับความสำคัญในตอนนี้คือการผ่านไฟต์รีแมตซ์กับ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ไปให้ได้ ถือเป็นงานหนักรับศักราชใหม่ และนับเป็นไฟต์ที่ 7 ในสังเวียนแห่งนี้ หลังเซ็นสัญญาได้เพียงปีเศษเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม: