เปิดปูมชีวิต: “อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ” ผู้ท้าชิงแชมป์โลกที่ไต่บัลลังก์ด้วยฝีมือล้วน ๆ

Alaverdi Ramazanov vs Zhang Chenglong at ONE MARK OF GREATNESS DC 2036

เปิดประวัติ “อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ” ผู้ท้าชิงบัลลังก์ “ราชันฆ่าไม่ตาย” น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว คนล่าสุด

“Babyface Killer” ลาวอร์ดี รามาซานอ ผู้ท้าชิงชาวรัฐซี ที่จ้องจะตะครุบบัลลังก์มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (145 ป.) ของ “ราชันฆ่าไม่ตาย” น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว ตาเป็นมัน ซึ่งจะเป็นคู่เอกของศึก ONE ลุมพินี นัดปฐมฤกษ์ วันศุกร์ที่ 20 ม.ค.66 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยเริ่มคู่แรกเวลา 19.30 น. และเริ่มถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD ตั้งแต่เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป

 

Nong O vs Alaverdi Lumpinee
อลาเวอร์ดี vs น้องโอ๋


ลาวอร์ดี” ถือเป็นนักชกที่แฟน ๆ หมัดมวยชาวไทยจะต้องจับตามองให้ดี เนื่องจากผลงานสร้างชื่อในสังเวียน ONE ล้วนแล้วแต่เป็นการคว่ำนักชกแถวหน้าของไทยมาแล้วหลายราย อาทิ “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเคมี” พงษ์ศิริ พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม รวมถึง “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเคมี” 

แต่กว่าที่ “ลาวอร์ดี” จะได้ขึ้นเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวตกับ “น้องโอ๋” เขาต้องผ่านเรื่องราวและฝ่าฟันอุปสรรคมาไม่น้อย ซึ่งวันนี้เราจะขออาสาเปิดอีกมุมของ “ลาวอร์ดี” ที่หลายคนยังไม่เคยรู้

 

#เส้นทางที่พ่อกำหนด

อลาเวอร์ดี และพ่อ

 

ครอบครัวของ “ลาวอร์ดี” อาศัยอยู่ที่เมืองกิซล์ยาร์ (Kizlyar) ในดาเกสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตการปกครองรูปแบบสาธารณรัฐของประเทศรัสเซีย “ลาวอร์ดี” เติบโตมาเหมือนกับเด็กผู้ชายทั่วไปที่ชอบออกไปเล่นนอกบ้านกับเพื่อน ๆ ตามถนนและที่สาธารณะ โดยมีคุณพ่อคอยกวดขันเขาในเรื่องการเรียน และคาดหวังว่าลูกชายจะประกอบอาชีพในวงการแพทย์ แต่ผลการเรียนของ “ลาวอร์ดี” นั้นสวนทางกับความคาดหวังของพ่อไปมาก

 

อลาเวอร์ดี และแม่

 

เมื่อหนทางการเป็นหมอนั้นดูจะเกินเอื้อม คุณพ่อจึงเลือกเส้นทางสายกีฬาให้ “ลาวอร์ดี” ได้เดินต่อโดยส่งเขาไปที่โรงเรียนสอนมวยสากล แต่ตอนนั้นเขาอายุเพียง 9 ขวบ ทางผู้ฝึกสอนได้แนะนำให้เขาไปเล่นกีฬาอื่นก่อน สุดท้ายก็ต้องไปจบลงที่กีฬาบาสเกตบอล

 

“โค้ชบอกว่าผมยังเด็กเกินไปที่จะฝึกมวยสากล และแนะนำให้พ่อพาผมไปเล่นบาสเก็ตบอล หรือฟุตบอลแทน จนกว่าผมจะอายุครบ 12 ปี ผมไม่ชอบบาสเกตบอล เรียกว่าเกลียดเลยก็ได้ จึงไม่มีทางเลยที่ผมจะทำมันได้ดี ผมก็ฝึกไปงั้น ๆ”


#แรงบันดาลใจจากศิลปะการต่อสู้


เมื่ออายุครบ 12 ปี “อลาเวอร์ดี” ไม่ได้เริ่มเรียนเรียนมวยปล้ำหรือมวยสากลในทันทีอย่างที่โค้ชเคยแนะนำเอาไว้ จนกระทั่งผ่านไปสองปี เขาได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้ไปทดลองฝึกมวยไทย ซึ่งเขาก็หลงเสน่ห์ของมวยไทยตั้งแต่คลาสแรก ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการเรียน การให้ความเคารพและสนับสนุนซึ่งกันและกันของเพื่อนร่วมชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโค้ช “อิบราฮิม ฮิดีรอฟ” ที่สอนให้ลูกศิษย์ได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของการเรียนรู้ทักษะการต่อสู้

“เขาเป็นโค้ชที่เก่งมาก สำหรับพวกเราเขาเป็นมากกว่าโค้ช แต่ยังเปรียบเสมือนพ่อคนที่สองด้วย เขาปลูกฝังระเบียบวินัยให้พวกเรา คอยพร่ำสอนว่าเราต้องเป็นแชมเปียนทั้งในและนอกสังเวียน”

“สิ่งที่ผมได้จากการเรียนมวยไทย ช่วยให้ผมข้ามผ่านความลำบากในชีวิตหลายครั้ง และกีฬายังช่วยให้ผมเติบโต มีความมั่นใจ และมองโลกในแง่ดี”



ในช่วงแรก “อลาเวอร์ดี” เรียนมวยไทยเพื่อใช้เป็นศิลปะป้องกันตัวเท่านั้นแต่แล้วเขาก็ได้โอกาสขึ้นสังเวียนในฐานะนักมวยไทยสมัครเล่นในเวลาต่อมา ซึ่งผลการแข่งขันในช่วงแรกเขาพ่ายแพ้ติดต่อกันถึง 6-7 ครั้ง

แต่จุดแข็งของเขาคือ ไม่ว่าจะเเพ้สักกี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยคิดที่จะล้มเลิก เขากลับไปพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันระดับภูมิภาค

จากนั้นตอนอายุ 16 ปีเขาคว้าแชมป์ระดับประเทศในการแข่งขัน All-Russia championship ซึ่งเป็นบันไดให้เขาได้กลายเป็นนักกีฬาทีมชาติ ก่อนที่จะคว้าแชมป์ IFMA World Championships ได้อีกสามสมัย


#คนที่ไม่เป็นที่ต้องการ


หลังจากคว้ารางวัลมากมาย “อลาเวอร์ดี” ตัดสินใจเข้าสู่การเป็นนักมวยอาชีพทันทีเมื่อเขาอายุพ้น 18 ปี โดยเขาตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะต้องได้รับการฝึกฝนมวยไทยจากครูมวยและคู่ซ้อมที่เก่งที่สุดในโลก และแน่นอนว่าเขาบินลัดฟ้ามาฝึกมวยไทยกับต้นตำรับที่ประเทศไทย

“ผมตระเวนหาค่ายมวยต่าง ๆ ในประเทศ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย กระทั่งวันหนึ่งผู้จัดการของผมตัดสินใจส่งผมมาที่ค่ายมวยในกรุงเทพฯ การฝึกซ้อมทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งผมแพ้ในการแข่งขันที่พวกเขาจัดให้ หลังจากนั้นการปฏิบัติที่พวกเขามีต่อผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เหมือนกับพยายามจะบีบให้ผมออกจากค่าย”



ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดี ๆ อยู่ เมื่อเพื่อนของ “อลาเวอร์ดี” ที่อยู่เมือง ได้พาเขาเข้าสู่ปีกอันแข็งแกร่งของค่ายเวนัม (Venum) ชื่อดังแห่งเมืองพัทยา และนั่นคือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของ “Babyface Killer”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากนะครับกับการอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ผมมองไม่เห็นจุดหมายปลายทางในชีวิต มองไม่เห็นโอกาส ไม่รู้ว่าจะมีประตูบานไหนต้อนรับบ้าง ผมแค่ทุ่มเทความศรัทธาลงไป และฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อจะได้มีพื้นที่ของตัวเองในค่ายแห่งนี้”


#เป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืน

อลาเวอร์ดี vs เพชรมรกต (6 ต.ค.61)


และแล้วความพยายามของ “อลาเวอร์ดี” ก็ส่งผลเขาชนะการแข่งขันในรายการใหญ่ของเมืองไทย ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในสังกัดขององค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง วัน แชมเปียนชิพ ในเดือนต.ค.61


“อลาเวอร์ดี” เปิดตัวใน ONE สุดปังด้วยการเอาชนะ “เพชรมรกต” หนึ่งในนักมวยแถวหน้าของไทย ด้วยคะแนนเอกฉันท์ในศึก ONE: KINGDOM OF HEROES จัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ทำเอาช็อกกองเชียร์เจ้าถิ่น และประกาศศักดานักมวยโนเนมที่คนไทยแทบไม่รู้จัก ให้กลายเป็นที่จดจำในชั่วข้ามคืน


IMG_7793
อลาเวอร์ดี vs เพชรมรกต (6 ต.ค.61)


“ทุกวันนี้ เวลาใครแนะนำผม เขาจะบอกว่าคนนี้ไงที่ชนะ เพชรมรกต จริง ๆ เขาเป็นไอดอลคนหนึ่งของผมนะ และมันเหลือเชื่อมากที่เขากลายมาเป็นคู่แข่งบนเวที ชัยชนะครั้งนั้นถือเป็นก้าวสำคัญที่ยิ่งใหญ่ในอาชีพผมทีเดียว”


#สูงสุดสู่สามัญ

Alaverdi Ramazanov vs Zhang Chenglong at ONE MARK OF GREATNESS DC 2087
อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ


“อลาเวอร์ดี” ขึ้นถึงจุดสูงสุดด้วยการข้ามสายไปชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัวเวตกับ “จาง เฉิงหลง” และคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE อันทรงเกียรติมาครอบครองได้สำเร็จ เมื่อเดือน ธ.ค.62

น่าเสียดายที่เข็มขัดเส้นนี้ก็อยู่กับเขาได้ไม่นาน โดยหลังจากต้องห่างสังเวียนร่วมปีเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด “อลาเวอร์ดี” ได้คิวป้องกันตำแหน่งครั้งแรก และเสียเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ให้กับ “กัปปิตัน” ไปในเดือน ม.ค. 64

แต่ “อลาเวอร์ดี” เสียใจอยู่ไม่นาน เขาลุกขึ้นมาปั้นฟอร์มใหม่ในสายมวยไทยกติกาที่ถนัด โดยสามารถน็อก “พงษ์ศิริ” ในยกแรกภายใน 10 เดือนหลังจากเสียเข็มขัดคิกบ็อกซิ่งไป ต่อมาเขาได้โอกาสสางแค้นกับอริเก่า “กัปปิตัน” และเบียดเอาชนะคะเเนนไม่เอกฉันท์ถอนแค้นได้สำเร็จ ก้าวขึ้นรั้งอันดับสองของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต


Alaverdi Ramazanov throws a punch at Capitan Petchyindee at ONE 161
อลาเวอร์ดี vs กัปปิตัน (29 ก.ย.65)


“อลาเวอร์ดี” ตั้งเป้าที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในฐานะแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต โดยทุ่มเทเตรียมความพร้อมและเปี่ยมไปด้วยมั่นใจเกินร้อยว่าตัวเองจะสามารถโค่นบัลลังก์ของ “น้องโอ๋” ได้ในศึกครั้งสำคัญนี้

ติดตาม “อลาเวอร์ดี vs น้องโอ๋” นัดปฐมฤกษ์ ศึก ONE ลุมพินี ในวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2566 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) แฟนกีฬาชาวไทยสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง https://bit.ly/3iJBC8d โดยคู่แรกเริ่มเวลา 19.30 น. และถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 20.30 น.


อ่านเพิ่มเติม:

ดูเพิ่มเติมในหมวด บทความ

Jompadej Nupranburi vs Kaichon Sor Yingcharoenkarnchang OL55 (1)
Cover_OFN24_Amy01
Hiroba Minowa Gustavo Balart ONE 165 12
Danielle Kelly Jessa Khan ONE Fight Night 14 8 scaled
Kulabdam Sor Jor Piek Uthai VS Nabil Anane (12)
Pongsiri PK Saenchai VS Soe Lin Oo (19)
ONE_TH Two_Sports_Champ 1920x1278px
OL68 Suablack vs Kiamran Nabati (7)
Double_Bonus 68 1920x1278
Nakrob vs Tagir Khalilov (3)
Carlo Bumina ang vs Chayan Oorzhak (19)
masaaki 16 9