ฝ่าฟันทุกอุปสรรค! เปิดประวัติ “โคตะ อาเบะ” จากอดีตพนักงานทำความสะอาด สู่ผู้พิชิตสัญญา ONE รายที่ 2 จากเวที ONE ซามูไร
พาไปทำความรู้จัก “โคตะ อาเบะ” นักสู้ฟอร์มดุ วัย 28 ปี จากญี่ปุ่น ที่ได้รับสัญญา ONE เป็นรายที่ 2 จากรายการ ONE ซามูไร ด้วยการเอาชนะทีเคโอ “โชโสะ อิโซจิมะ” เพื่อนร่วมชาติ วัย 29 ปี ตั้งแต่ยกแรกในศึก ONE ซามูไร 4 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา
หลังแจ้งเกิดอย่างงดงามด้วยชัยชนะในศึก The Inner Circle 10 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาด้วยการปิดเกมพร้อมประเดิมรับโบนัส 350,000 บาทไปครอง “โคตะ” ก็ได้รับโอกาสครั้งสำคัญขึ้นสังเวียนใหญ่ในศึก ONE ซามูไร 4 และโชว์ผลงานร้อนแรงเอาชนะทีเคโอไปได้เพียงแค่ยกแรก พร้อมคว้าโบนัสพิเศษ 1.5 ล้านเยน (ประมาณ 320,000 บาท) และคว้าสัญญานักกีฬา ONE มาครองได้สมใจ
วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเส้นทางชีวิตของ “โคตะ” เด็กหนุ่มบนเกาะชิโกกุ ผู้เคยผ่านงานด้านทำความสะอาดและงานก่อสร้าง สู่การฝ่าฟันมรสุมบนสังเวียน จนก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
รากฐานยูโด สู่จุดเปลี่ยนชีวิตในวัย 21 ปี
“โคตะ” เกิดและเติบโตที่จังหวัดเอฮิเมะ บนเกาะชิโกกุ ประเทศญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายต่อสู้ของเขาเริ่มจากการฝึกยูโดในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมุ่งมั่นพัฒนาฝีมือจนคว้าสายดำ ชั้น 1 มาครองได้สำเร็จ แม้ในช่วงแรกเขาจะไม่เคยคิดเอาดีทางด้านการยึดอาชีพนักสู้ แต่หลังจากได้ลองเริ่มฝึกบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) เขากลับพบว่าร่างกายและจิตใจแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งเมื่ออายุได้ 21 ปี “โคตะ” ลาออกจากงานประจำ และเก็บกระเป๋าย้ายเข้าสู่กรุงโตเกียว เพื่อตามหาความท้าทายใหม่ให้กับชีวิต โดยในช่วงนั้นเขาทำงานในบริษัทรับทำความสะอาด ก่อนจะย้ายไปทำงานในบริษัทก่อสร้างที่เมืองโยโกฮามะ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานที่เต็มไปด้วยเพื่อนร่วมงานที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ และทำให้เขาได้ไปฝึกซ้อมที่ Pancraseism Yokohama จนกระทั่งได้พบกับ “ซาโตรุ คิตาโอกะ” ยอดนักสู้ชื่อดัง ผู้เป็นสะพานเชื่อมชักนำเขาเข้าสู่รั้วของค่ายระดับตำนานอย่าง Tribe Tokyo MMA
นับหนึ่งใหม่ที่ค่ายระดับตำนาน Tribe Tokyo MMA
เมื่อย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Tribe Tokyo MMA ภายใต้การเคี่ยวกรำอย่างเข้มงวดของ “เรียว โชนัน” ตำนานนักสู้ของญี่ปุ่น “โคตะ” ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ทักษะพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ทั้งเกมยืนสู้และเกมนอน ในช่วงแรกเขาลงแข่งขันสั่งสมกระดูกมวยในระดับสมัครเล่นไป 4 ไฟต์
ด้วยความมีวินัยและความมุ่งมั่น เจ้าตัวพัฒนาฝีมืออย่างก้าวกระโดดจนได้รับอนุญาตให้ขยับขึ้นมาชกในระดับอาชีพ โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค. 65 และประเดิมไฟต์แรกด้วยการใช้เวลาเพียง เพียง 2 นาที 10 วินาที ในการเผด็จศึกคู่ต่อสู้
สั่งสมกระดูกมวยและบททดสอบชีวิต
แม้จะออกสตาร์ตระดับอาชีพได้ด้วยชัยชนะ 3 ไฟต์รวด แต่เส้นทางของ “โคตะ” กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันยากลำบากในการหาคู่ชก ทำให้เขาต้องร้างสังเวียนไปนานถึง 1 ปี และตลอดระยะเวลาบนสังเวียนอาชีพ เขายังต้องเผชิญกับอุปสรรคจากอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เป็นระยะ จนทำให้จำนวนไฟต์การแข่งขันไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร
บททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในปี 2567 เมื่อ “โคตะ” ต้องพบกับความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิตอาชีพ แต่จิตวิญญาณนักสู้ของเขากลับไม่ยอมจำนน ในไฟต์คัมแบ็กปี 2568 เขากลับขึ้นสังเวียนด้วยหัวใจเกินร้อย แม้จะถูกต่อยร่วงลงไปนับก่อน แต่ก็แสดงความทรหด พลิกสถานการณ์กลับมาไล่ถลุงเอาชนะน็อกคู่ต่อสู้ได้อย่างสะใจ สั่งสมสถิติก่อนเข้าสู่ ONE ไว้ที่ ชนะ 5 แพ้ 1
กระทั่งเจ้าตัวได้โอกาสขึ้นชกไฟต์ระดับอาชีพครั้งที่ 7 ในรายการ The Inner Circle 10 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา “โคตะ” ได้ระเบิดพลังด้วยการทุบน็อก “ฮีโร มาร์โก มันกูเลย์” นักชกวัย 24 ปีจากฟิลิปปินส์ ในยกที่ 3 เปิดตัวสุดหรูในรายการสมใจ
หมัดขวาปิดบัญชี คว้าสัญญา ONE

ความร้อนแรงของ “โคตะ” นำพาเขามาสู่เวที ONE ซามูไร 4 การดวลกับ “โชโสะ” กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีปล่อยของ เมื่อเขาตัดสินใจเปิดเกมแลกหมัดอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนประเคนหมัดขวาพิฆาตปิดบัญชีคู่ต่อสู้ไปตั้งแต่ยกแรก
สถิติรวมปัจจุบันขยับเป็น ชนะ 7 แพ้ 1 และเป็นการเก็บชัยชนะแบบไม่ครบยก 2 ไฟต์รวดใน ONE ผลงานอันเด็ดขาดไร้ข้อกังขาทำให้ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ไม่รอช้า มอบสัญญานักกีฬา ONE เป็นรางวัลตอบแทนทันที
ไม่ใช่เส้นชัย แต่คือจุดเริ่มต้น
หลังบรรลุความฝันก้าวสู่เวทีระดับโลก “โคตะ” ได้เปิดใจถึงความรู้สึกหลังคว้าสัญญา ONE ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมย้ำชัดถึงเป้าหมายในอนาคตที่ต้องการยกระดับฝีมือเพื่อก้าวขึ้นเป็นนักสู้ซูเปอร์สตาร์ขององค์กรให้ได้
“ขอบคุณทุกกำลังใจครับ ผมสามารถคว้าชัยชนะทีเคโอในยกแรกได้สำเร็จ และในที่สุดก็สามารถคว้าสัญญา ONE ได้แล้ว แต่นี่ไม่ใช่เส้นชัย มันคือจุดเริ่มต้นเท่านั้น นับจากนี้ ผมจะมุ่งมั่นก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวจริง และจะแสดงผลงานบนเวทีที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมให้ทุกคนได้เห็นอย่างแน่นอน”
แฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH