ปิดตำนานสมเกียรติ! “ทาเครุ” จารึกชื่อเข้าทำเนียบ “ONE Hall of Fame” รายที่ 4 บนแผ่นดินเกิด

"ทาเครุ" เข้าพิธีจารึกชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ “ONE Hall of Fame”

“ทาเครุ” ซูเปอร์สตาร์คิกบ็อกซิง วัย 35 ปี ชาวญี่ปุ่น เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล (125-135 ป.) ได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ “ONE Hall of Fame” เป็นรายที่ 4 อย่างสมเกียรติ หลังก้าวเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ONE จนได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนกีฬาทั่วโลก



โอกาสนี้ขอพาย้อนไปดูเส้นทางล่าฝันของ “ทาเครุ” ที่แม้ต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เจ้าตัวสามารถฝ่าฟันทุกวิกฤตก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในอาชีพได้สำเร็จด้วยการคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล มาพาดบ่าอย่างยิ่งใหญ่ สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ และกลายเป็นนักสู้ต้นแบบที่หลายคนหวังเจริญรอยตาม


#ท้าทายขีดจำกัด ล่าความสำเร็จใน ONE


“ทาเครุ” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักคิกบ็อกซิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบแบบปอนด์ต่อปอนด์ในโลก โดยมีตำแหน่งแชมป์การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ถึงสามรุ่นการันตีความสามารถ ได้แก่ แชมป์โลก K-1 รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต, เฟเธอร์เวต และซูเปอร์เฟเธอร์เวต พร้อมทั้งรักษาบัลลังก์เหนียวแน่น โดยไม่แพ้ให้ใครยาวนานถึง 7 ปีบนแผ่นดินเกิด

เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม “ทาเครุ” ตัดสินใจท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ด้วยการเข้าสู่ชายคาองค์กร ONE ที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับพระกาฬจากกีฬาหลายแขนง พร้อมตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าอยากพิสูจน์ตัวเป็นนักชกคิกบ็อกซิงที่เก่งที่สุดในโลก ด้วยการคว้าแชมป์โลก ONE มาครองให้ได้ เพื่อตอบแทนแฟน ๆ ที่สนับสนุนมาตลอด


#เผชิญฝันร้ายพ่ายแพ้เจ็บหนัก


หลังจรดปากกาเข้าสู่ ONE เมื่อเดือน เม.ย. 66 “ทาเครุ” เจอบททดสอบสุดหินตั้งแต่ด่านแรก เมื่อมีคิวขึ้นท้าชิงเข็มขัดของ “ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวตในขณะนั้นในศึก ONE 165: ซุปเปอร์เล็ก vs ทาเครุ เมื่อเดือน ม.ค. 67 ต่อหน้าแฟนมวยเจ้าถิ่นบนดินแดนซามูไร

สุดท้ายผลจบลงที่ “ทาเครุ” แพ้คะแนนแบบเอกฉันท์ ไม่สามารถแย่งชิงเข็มขัดแชมป์โลกมาครองได้ แถมยังโดนยอดนักสู้ชาวไทยฝากรอยช้ำเอาไว้อย่างหนัก จนต้องพักรักษาตัวนานพักใหญ่ แต่เจ้าตัวยืนยันเสมอว่าไม่เคยคิดยอมแพ้ โดยพยายามเร่งฟื้นฟูร่างกายจนกลับมาสมบูรณ์ และมุ่งพิสูจน์ฝีมือที่แท้จริงให้ทุกคนได้เห็น


#กลับมาแกร่งกู้คืนความมั่นใจ


หลังจากพ่ายแพ้ให้กับ “ซุปเปอร์เล็ก” หลายฝ่ายต่างเฝ้ารอการคัมแบ็กของ “ทาเครุ” อย่างใจจดใจจ่อ โดย “ทาเครุ” ใช้เวลารักษาอาการบาดเจ็บจากไฟต์เปิดตัวอยู่นานหลายเดือน ก่อนตอบรับขึ้นสังเวียนอีกครั้งในศึก ONE ลุมพินี 81: ซุปเปอร์บอน vs โจ เมื่อเดือน ก.ย. 67 พบกับ “ธานท์ ซิน” มวยแกร่งจากเมียนมาที่ถือสถิติชนะ 2 ไฟต์รวด ณ ขณะนั้น

สุดท้าย “ทาเครุ” ไม่ทำให้เอฟซีทุกคนต้องผิดหวัง แม้จะพลาดท่าเสียนับไปก่อน แต่พลิกสถานการณ์กลับมาชนะน็อก “ธานท์ ซิน” ได้อย่างเด็ดขาดในยกที่ 2 ประเดิมเก็บแต้มชัยแรกใน ONE อย่างสวยงาม พร้อมเรียกความมั่นใจคืนมา และปูทางให้มีไฟต์ในฝันที่ทั่วโลกต่างเฝ้ารอชมระหว่างเขากับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ได้เกิดขึ้น


#สู้ไม่ถอยเพื่อบรรลุเป้าหมาย


การดวลกับ “รถถัง” ทั้งสองภาคพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของ “ทาเครุ” ได้เป็นอย่างดี โดยการเจอกันครั้งแรกในศึก ONE 172: ทาเครุ vs รถถัง เมื่อเดือน มี.ค. 68 “ทาเครุ” พลาดท่าโดนกดน็อกด้วยเวลาเพียง 80 วินาทีของยกแรก กลายเป็นบาดแผลฝังลึกในใจ ซึ่งทำให้เจ้าตัวเสียศูนย์จนเกือบจะแขวนนวม และตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เคยสร้างมา

แต่จิตวิญญาณของเลือดบูชิโดไม่มีวันยอมแพ้ ไฟต์ต่อมา “ทาเครุ” กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะทีเคโอยก 2 “เดนิส พูริช” จากบอสเนีย-แคนาดาในศึก ONE 173: ซุปเปอร์บอน vs มาซาอากิ เมื่อเดือน พ.ย. 68 พร้อมตั้งเป้าชัดเจนว่าอยากถอนแค้น “รถถัง” ให้สำเร็จ เพื่อเป็นการปิดฉากภารกิจชีวิตบนสังเวียนผ้าใบอย่างสมบูรณ์แบบ



สุดท้าย “ทาเครุ” มาทำความฝันให้เป็นจริงด้วยการไล่ถล่ม “รถถัง” จนร่วงลงไปกองพื้นถึง 4 ครั้ง ก่อนชนะทีเคโอยก 5 คว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล มาครองอย่างยิ่งใหญ่ในศึก ONE ซามูไร 1 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนวางนวมลงกลางเวที พร้อมกล่าวอำลาอย่างสุดซึ้งต่อหน้าแฟนมวยบ้านเกิด


#ตำนานเป็นที่จดจำตลอดไป


ผลงานตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมาของ “ทาเครุ” ช่วยสร้างสีสันและเรียกกระแสให้ชื่อเสียงของ ONE โด่งดังมากขึ้น ทางองค์กรจึงให้เกียรติเขาด้วยการจัดพิธีประกาศเกียรติคุณเพื่อจารึกชื่อ “ทาเครุ” เข้าสู่หอเกียรติยศ ONE (ONE Hall of Fame) อย่างเป็นทางการเป็นรายที่ 4 ในศึก ONE ซามูไร 4 เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ต่อจาก 3 ตำนานแชมป์โลก ONE “ดิมิเทรียส จอห์นสัน”, “บิเบียโน เฟอร์นานเดส” และ “ออง ลา เอ็น ซาง” โดยเจ้าตัวได้กล่าวอำลาแฟนมวยเป็นครั้งสุดท้ายอย่างสุดซึ้ง ท่ามกลางเสียงปรบมือลั่นสนามอาริอาเกะ อารีนา

“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้ ผมเริ่มชกมวยอาชีพไฟต์แรกที่ประเทศไทยตอนอายุ 17 ปี และโชคดีที่ได้แข่งขันในระดับสูงจนถึงอายุ 35 ปี ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ผมได้รับแรงสนับสนุนจากผู้คนมากมาย หากไม่มีทุกคน ผมคงแขวนนวมไปนานแล้ว และคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์อันน่าทึ่งตลอดอาชีพนักสู้ของผม”



“ผมขอขอบคุณ ONE ที่มอบโอกาสให้ผมได้เผชิญทั้งความเจ็บปวดและความยากลำบาก ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้อาชีพนักสู้มีความหมายอย่างยิ่ง ผมรู้ดีว่านักสู้ต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง แม้ตอนนี้ผมจะแขวนนวมแล้ว แต่นักสู้เหล่านี้ยังต้องฝ่าฟันอุปสรรค และเอาชนะความท้าทายมากมายกว่าจะได้ก้าวขึ้นสู่สังเวียน”

“ผมไม่คิดว่าจะมีกีฬาไหนที่นักกีฬาต้องทุ่มเทและเสียสละมากขนาดนี้ ผมอยากให้ทุกคนสนับสนุนนักสู้เหล่านี้ต่อไป และร่วมกันผลักดันวงการศิลปะการต่อสู้ให้เติบโตยิ่งขึ้น ส่วนผมจะสนับสนุนจากเบื้องหลังอย่างเต็มที่ในทุกทางที่ทำได้ เรามาร่วมกันสร้างและพัฒนาวงการกีฬานี้ให้ดียิ่งขึ้นไปด้วยกัน ขอบคุณทุกคนมากครับ”


ประมวลภาพพิธีจารึกชื่อ “ทาเครุ” เข้าสู่หอเกียรติยศ ONE


แฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

ดูเพิ่มเติมในหมวด บทความ

"ทาเครุ" เข้าพิธีจารึกชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ “ONE Hall of Fame”
ชินทาโร มัตสึกุระ ซ้อมเข้มก่อนเปิดตัวใน ONE
"จามิล ออสมานอฟ" แสดงความดีใจหลังได้สัญญา ONE ใน The Inner Circle 33
รีเกียน เออร์เซล เผชิญหน้า จอร์จ จาร์วิส ในศึก ONE Fight Night 34
World Grand Prix Champions
"พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์" สาดแข้งเข้าก้านคอ "อานัวร์ ซิสเนรอส" ใน The Inner Circle 23
“ศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป” เปิดตัวด้วยความมั่นใจในศึก ONE ลุมพินี 150
เสกสรร อ.ขวัญเมือง วางนวมอำลาสังเวียนในศึก The Inner Circle 30
แรมโบ้เล็ก ซุปเปอร์บอน ตะวันฉาย ยอดไอคิว
"อูเบด ฮัสเซน" แสดงความดีใจในศึก ONE ลุมพินี 90
แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ เปิดตัวในรายการ The Inner Circle 18
วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม บนสังเวียนศึก ONE ลุมพินี 153