มหากาพย์บัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ก่อนลุ้น “ชาโด้ vs นิโค” ชิงเข็มขัดเฉพาะกาล
ในกติกา ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ถูกยกให้ “ตึงที่สุด” เนื่องจากมีการขับเคี่ยวอย่างดุเดือดของเหล่ายอดฝีมือจากทั่วโลก โดยมีเพียงนักสู้ที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นจึงจะฝ่าด่านโหดขึ้นมาครองบัลลังก์ได้ โดยตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของรุ่นนี้ เราได้เห็นทั้งการครองตำแหน่งของตำนาน และช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ เมื่อดาวรุ่งไฟแรงก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจ

ก่อนถึงศึกสำคัญ ONE Fight Night 40: แจ็กกี vs สเตลลา ll ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 ก.พ. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ซึ่ง “ชาโด้ สิงห์มาวิน” มวยยอดกตัญญู วัย 25 ปี จากเมืองตาก ผู้ท้าชิงอันดับ 3 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต จะชิงเข็มขัดแชมป์โลกเฉพาะกาลกับ “นิโค คาร์ริลโล” จอมน็อกเอาต์ วัย 27 ปี จากสกอตแลนด์ เจ้าของอันดับ 4 ของแรงกิงรุ่นเดียวกัน เราขอพาไปย้อนดูว่าเข็มขัดเส้นนี้เคยผ่านมือใครมาแล้วบ้าง
“เพชรมรกต” ปฐมราชันแห่งรุ่นเฟเธอร์เวต
ประวัติศาสตร์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เปิดฉากจาก “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี” ผู้ครองบัลลังก์คนแรก เจ้าของดีกรีอดีตแชมป์เวทีลุมพินี 2 รุ่น และแชมป์โลกมวยไทย WMC ซึ่งนำสไตล์มวยเข่าอันเป็นเอกลักษณ์มาสร้างชื่อใน ONE ตั้งแต่ปี 2561 แถมด้วยอาวุธครบเครื่องทั้งหมัดคมและศอกอันดุดัน
หลังจากฝากผลงานอันน่าประทับใจ “เพชรมรกต” ได้โอกาสชิงเข็มขัดครั้งแรกของรุ่นในศึก ONE: WARRIOR’S CODE เมื่อเดือน ก.พ. 63 ที่อินโดนีเซีย โดยเขาสาดอาวุธครบเครื่องเข้าใส่ “พงษ์ศิริ พีเค.แสนชัย” ได้แบบสนุกตลอดทั้ง 5 ยก ก่อนเป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ ผงาดขึ้นเป็นแชมป์โลกรุ่นเฟเธอร์เวตอย่างยิ่งใหญ่
ความยอดเยี่ยมของ “เพชรมรกต” ถูกพิสูจน์ด้วยการป้องกันตำแหน่งได้ถึง 3 ครั้ง เริ่มจากเอาชนะคะแนนเสียงข้างมากเพื่อนร่วมชาติระดับตำนาน “ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์”, ชนะทีเคโอยก 3 “แม็กนัส แอนเดอร์สัน” จากสวีเดน และชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ “จิมมี วีโนต์” จากฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยของ “เพชรมรกต” ต้องปิดฉากลงในศึก ONE 161 เมื่อเดือน ก.ย. 65 เมื่อเขาตกเป็นฝ่ายเสียท่าให้กับคลื่นลูกใหม่ โดยพ่ายให้กับ “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” ไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ ทิ้งผลงานป้องกันแชมป์สำเร็จ 3 ครั้ง และตำนานในฐานะแชมป์โลกที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งของรุ่นนี้ไว้บนหน้าประวัติศาสตร์
“ตะวันฉาย” ยุคสมัยใหม่แห่งการทำลายล้าง
“ตะวันฉาย” ถูกยกย่องเป็นอัจฉริยะแห่งยุค ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ ONE ในปี 2564 และเขาก็พิสูจน์ฝีมือได้อย่างรวดเร็วด้วยผลงานน็อกคู่แข่งชื่อดังอย่าง “ฌอน แคลนซี” จากไอร์แลนด์, “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” และ “นิคลาส ลาร์เซน” จากเดนมาร์ก จนได้โอกาสขึ้นชิงบัลลังก์กับ “เพชรมรกต” ในเดือน ก.ย. 65 และเป็นฝ่ายเอาชนะ ผงาดครองเข็มขัดแชมป์โลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี
“ตะวันฉาย” ประเดิมป้องกันตำแหน่งครั้งแรกในศึก ONE Fight Night 7 เมื่อเดือน ก.พ. 66 โดยใช้เวลาเพียง 49 วินาที เตะเจาะยาง “จามาล ยูนูซอฟ” จากตุรกี จนลุกขึ้นสู้ต่อไม่ไหว ตามด้วยการวัดฝีมือกับ “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต ในศึก ONE ลุมพินี 46 เมื่อเดือน ธ.ค. 66 ซึ่งเป็นไฟต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ก่อน “ตะวันฉาย” จะเบียดเอาชนะรุ่นพี่ไปด้วยคะแนนเสียงข้างมาก
ต่อจากนั้น “ตะวันฉาย” โชว์ย้ำชัยเหนือคู่ชกที่เคยเจอกันมาในกติกาคิกบ็อกซิ่งอย่าง“โจ ณัฐวุฒิ” ในศึก ONE 167 เมื่อเดือน มิ.ย. 67 ซึ่งแม้ต้องรับมือกับหมัดอันตรายของผู้ท้าชิง แต่ยังอาศัยลูกเตะซ้ายทีเด็ดเอาชนะไปด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ก่อนยุติทุกข้อกังขาในการบู๊ภาค 2 กับ “ซุปเปอร์บอน” ในศึก ONE 170 เมื่อเดือน ม.ค. 68 ด้วยการซัดคู่ชกร่วงถึง 3 นับในยก 2 ก่อนชนะทีเคโออย่างเด็ดขาด ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มอิมแพ็ค อารีนา
อย่างไรก็ตาม “ตะวันฉาย” ไม่สามารถทำหน้าที่ตำแหน่งแชมป์โลกได้ในขณะนี้ หลังได้รับบาดเจ็บขาหักจากการชกกติกาคิกบ็อกซิ่งกับ “หลิว เมิงหยาง” ในศึก ONE ลุมพินี 137 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าตัวต้องพักรักษาตัวนานเกือบปี แต่เมื่อใดที่ร่างกายกลับมาพร้อมเต็มที่ ยอดนักสู้เจ้าของฉายา “ซ้ายดารา” พร้อมหวนคืนสังเวียนให้ทุกคนหายคิดถึง เพื่อทวงความยิ่งใหญ่และพิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังคงเป็นเบอร์หนึ่งของรุ่นนี้
ได้เวลาราชาคนใหม่นั่งบัลลังก์เฉพาะกาล
ในช่วงที่ “ตะวันฉาย” ต้องพักรักษาตัว ทาง ONE จึงเปิดโอกาสให้สองนักสู้ฟอร์มเด่นที่มีชื่อในแรงกิงอย่าง “ชาโด้” และ “นิโค” ได้ขึ้นมาลุ้นครองบัลลังก์เฉพาะกาล และจะได้สิทธิ์ขึ้นชิงบัลลังก์กับ “ตะวันฉาย” ต่อไปเมื่อเวลาเหมาะสม
สำหรับ “ชาโด้” ไต่เต้าขึ้นมาจากเวที ONE ลุมพินี ด้วยผลงานชนะ 5 ไฟต์รวด จนพิชิตสัญญา ONE มาครองได้ ก่อนเปิดตัวระดับโลกในศึก ONE Fight Night 33 เมื่อเดือน ก.ค. 68 ซึ่งแม้เป็นฝ่ายคุมเกมใส่ “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” จากแอลจีเรีย แต่เกมต้องจบลงแบบ “ไม่มีผลการแข่งขัน (No Contest)” จากอุบัติเหตุนิ้วจิ้มตา อย่างไรก็ตาม “ชาโด้” กลับมาเดินหน้าล่าความฝันอีกครั้ง ด้วยการชนะทีเคโอยก 2 “บัมปารา คูยาเต” อีกหนึ่งตัวท็อปของรุ่นจากฝรั่งเศส/มาลี ด้วยหมัดเหวี่ยงกลับหลังสุดสวยในศึก ONE Fight Night 35 เมื่อเดือน ก.ย. 68 ส่งสัญญาณชัดว่าพร้อมก้าวสู่เส้นทางชิงแชมป์อย่างเต็มตัว
ขณะที่ “นิโค” สถาปนาตัวเองเป็นจอมน็อกเอาต์สุดอันตราย หลังเก็บชัยชนะแบบไม่ครบยก 4 ไฟต์รวดในรุ่นแบนตัมเวต ปราบนักมวยไทยชื่อดังทั้ง “เมืองไทย พีเค แสนชัย” และ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” โดยยิ่งทวีพลังทำลายล้างมากขึ้นเมื่อขยับขึ้นสู่รุ่นเฟเธอร์เวต เมื่อประเดิมรุ่นใหม่ด้วยการน็อกเอาต์ยก 2 “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” ในศึก ONE Fight Night 30 เมื่อเดือน เม.ย. 68 ก่อนตามด้วยปิดเกมทีเคโอ “ลุค ลิสซีย์” จากสหรัฐอเมริกา ในยก 2 เช่นกัน ในศึก ONE Fight Night 37 เมื่อเดือน พ.ย. 68 ยืนยันสถานะขอเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงสุดอันตรายของรุ่นนี้
ร่วมติดตามไฟต์ในฝันที่ทั่วโลกเฝ้ารอคอย งานนี้ “ชาโด้” และ “นิโค” พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อแย่งชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต มาพาดบ่า สุดท้ายจะมียอดนักชกเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้สานต่อความยิ่งใหญ่ของรุ่นนี้ต่อไป แฟนมวยทั่วประเทศห้ามพลาดเด็ดขาด!
ติดตาม “ชาโด้ vs นิโค” ศึก ONE Fight Night 40: แจ็กกี vs สเตลลา ll ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันเสาร์ที่ 14 ก.พ. 69 จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 09.00 น. และรับชมทางช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 10.00 น.
- เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เริ่ม 09.00 น.
- ยูทูบ ONE Championship (บางประเทศ) เริ่ม 09.00 น.
- Watch.ONEFC.com เริ่ม 09.00 น.