บทความ

“รถถัง” ไม่ลืมตัว ชีวิตนี้ไม่รู้จักคำว่าอีโก้

26 ก.ย. 2019

แม้ในวันนี้ “The Iron Man” รถถัง จิตรเมืองนนท์ ยืนหยัดเป็นนักชกแถวหน้าของวงการหมัดมวย ในฐานะขวัญใจของแฟนๆ ชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงครองบัลลังก์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต แต่เขาไม่ยึดติดกับชื่อเสียงและเกียรติยศ

นักชกหนุ่มจากพัทลุงประสบความสำเร็จมากมายตั้งแต่อายุยังน้อย และเขาเชื่อในคำกล่าวที่ว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว เขาจึงเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่เหลิงไปกับชื่อเสียง ทำตนเป็นที่รักของทุกคน พร้อมรักษาคุณภาพและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

“การมีอีโก้ไม่ได้ทำอะไรดีขึ้นมา และมันก็ไม่ได้ช่วยให้ประสบความสำเร็จด้วย”

“ผมอยากบอกนักมวยทุกคนว่า ถ้าวันใดที่เรามีชื่อเสียง จงอย่าลืมว่าเราเป็นใคร หรือเรามาจากไหน และอย่าลืมวันแรกที่เข้ามาที่ค่ายมวย”

รถถังรู้ว่าแม้จะมีประสบการณ์และความสำเร็จมากมาย แต่สำหรับวัย 22 ปี เขายังมีอนาคตที่ต้องเดินทางบนเส้นทางสายนักสู้อีกยาวไกล กว่าจะไปถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

“ผมเป็นนักมวยรุ่นใหม่ และผมให้เกียรตินักมวยรุ่นพี่ที่ผ่านจุดนี้มาก่อนผมเสมอ มันไม่ใช่สิ่งที่เราถูกสอนมา แต่มันเป็นจิตสำนึกในฐานะนักกีฬาคนหนึ่ง”

ตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขัน วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ รถถัง คว้าชัยชนะมาครอง 5 ไฟต์รวด รวมถึงคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต มาครองได้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา



อย่างไรก็ตาม นักมวยจากเมืองพัทลุงไม่ยอมให้ความสำเร็จและความเป็นซูเปอร์สตาร์มาเปลี่ยนชีวิตของเขาได้ เขายังคงฝึกซ้อมด้วยความทุ่มเทและมีความกระตือรือร้นเหมือนกับที่เคยเป็นในอดีต 

ความเก่งกาจและสภาพร่างกายไม่ได้ยืนยงคงกระพัน ดังนั้นการฟิตซ้อม รักษาสภาพร่างกาย และมุ่งมั่นอย่างสุดความสามารถ จะทำให้อายุของการเป็นนักมวยของเขายืนยาวขึ้น

“ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหน มันก็มีแพ้มีชนะเสมอ”

“มวยไทยเป็นกีฬาที่สอนให้เราได้เรียนรู้และเติบโตเป็นผู้เป็นคน มวยไทยสอนให้รู้จักชัยชนะ ความพ่ายแพ้ และการให้อภัย”

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ รถถัง ยังคงติดดินอยู่ตลอดเวลา คือการที่เขามาจากครอบครัวที่ยากจน เขามีพี่น้องอีก 9 คน วัยเด็กเขาเคยเก็บขยะไปขาย ล้างจานในงานศพ ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว แม้ว่าช่วงเวลานั้นจะผ่านมานานแล้ว แต่ รถถัง ไม่เคยลืมความยากลำบากในชีวิตเลย 

แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ใช้มวยไทยหารายได้จุนเจือครอบครัว จนวันนี้เขามีชีวิตที่สุขสบายขึ้น รวมถึงพ่อแม่ที่เขาต้องเลี้ยงดู ได้สบายในยามชรา ด้วยความมานะอุตสาหะพยายามของลูกชายคนนี้

รถถัง ไม่คิดว่าตัวเองมีความพิเศษอะไร และนั่นถือเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาต้องทุ่มเทในการฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อยืนหยัดเป็นนักมวยเบอร์ต้นๆ ของประเทศ

“ความนอบน้อมไม่ได้ทำให้เราเป็นนักมวยที่เก่งขึ้น แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นนักสู้ มันเป็นสิ่งที่เราต้องมีและแสดงออกกับคนที่คอยสนับสนุนเรา”

“เราต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า หากชีวิตของเรากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่าสูญเสียความเป็นตัวเองเด็ดขาด และหากทุกอย่างพังทลายลงมา จงอย่าท้อแท้หรือหมดหวัง”

อ่านเพิ่มเติม:  แม่เลี้ยงลูก 10 คนยังไหว “รถถัง” เปิดใจลำบากทุกวันนี้ยังไม่ได้ครึ่งของแม่