ข่าว

“เพชรทนง” มั่นใจสุดโต่ง ดาหน้าเข้ามาเลย ถ้าเป็นคิกบ็อกซิ่งปราบได้หมดทุกคน

พกความมั่นใจมาเกินร้อย สำหรับ “เพชรทนง” ที่กำลังประเดิมสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ ถึงขั้นประกาศอย่างไม่เกรงใจใครว่า ถ้าเป็นกติกาคิกบ็อกซิ่ง สามารถเอาชนะได้ทุกคนในรุ่นนี้

“เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” นักมวยผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมากว่า 20 ปี ด้วยวัย 34 ในวันนี้เขาผ่านร้อนผ่านหนาวบนสังเวียนมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งมาถึง 412 ไฟต์ และยังได้นั่งแท่นแชมป์โลกถึง 6 สมัย ซึ่งหากรวบรวมเข็มขัดแชมป์ทั้งหมดไม่ว่ารายการเล็กใหญ่ เขากวาดมาแล้วถึง 16 เส้น

เมื่อช่วงต้นปี เพชรทนง เพิ่งหมดสัญญากับรายการใหญ่ในประเทศจีน จึงเป็นจังหวะพอดีที่เขาสนใจเข้าร่วมงานกับ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งเป็นองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และมีฐานทัพจัดการแข่งขันในเอเชีย ที่สำคัญคือที่ประเทศไทย ซึ่งเจ้าตัวรู้สึกดีใจที่จะได้มีโอกาสกลับมาชกในสังเวียนบ้านเกิด

 

เพชรทนง มาชมการแข่งขัน วัน แชมเปียนชิพ ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เพื่อเชียร์สหายเก่าร่วมค่ายอย่าง น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว

 

“รายการ วัน แชมเปียนชิพ เป็นรายการที่นักกีฬาทุกคนอยากต่อยมากๆ ประจวบกับที่ผมเพิ่งหมดสัญญากับทางจีน และมีโควิด-19 พอดี จึงไม่รู้ว่าจะได้บินไปชกต่างประเทศอีกเมื่อไหร่ ผมดีใจที่จะได้มีโอกาสกลับมาชกในประเทศไทย ภายใต้องค์กรที่ใหญ่ที่สุดในประเภทมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งอย่าง วัน แชมเปียนชิพ”

จริงๆ แล้ว เพชรทนง กับสหายรักอย่าง ซุปเปอร์บอน ได้รับการติดต่อให้เซ็นสัญญากับ วัน แชมเปียนชิพ ในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ด้วยเรื่องเงื่อนไขสัญญาซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณา จึงทำให้ ซุปเปอร์บอน ได้เข้ามาก่อน ส่วน เพชรทนง ตามมาในภายหลัง

 

ซุปเปอร์บอน – เพชรทนง 

 

เมื่อ ซุปเปอร์บอน ได้โปรแกรมชกในวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา กับ “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” เพชรทนง จึงเป็นโค้ชคู่ใจให้ จน ซุปเปอร์บอน คว้าชัยในไฟต์แรกได้อย่างงดงาม

ส่วนตัวเขาเองซึ่งร้างเวทีไปนานตั้งแต่เดือนมกราคม ก็มีกิจวัตรประจำวันในการเข้ายิมเป็นปกติอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้เน้นฝึกซ้อมในรูปแบบมวยไทยหรือคิกบ็อกซิ่ง แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าสภาพร่างกายแข็งแกร่งตลอดเวลา

 

เข้ายิมเป็นกิจวัตร

 

“ช่วงโควิด ผมไม่ได้ซ้อมมวยเลยครับ แต่ก็เป็นโค้ชให้ ซุปเปอร์บอน เยอะมาก และเข้าฟิตเนส 6 วันต่อสัปดาห์ พอมารู้ตัวว่าจะได้ต่อยก็รู้สึกฉุกละหุกเหมือนกัน มีเวลาซ้อมจริงๆ แค่ 4-5 วัน หลังจากนั้นก็ต้องไปโรงแรมเพื่อเก็บตัวนักกีฬาและทำน้ำหนักครับ”

“ไฟต์นี้ถึงมีเวลาซ้อมไม่มาก แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งตลอดเวลา ผมไม่กินเหล้าเมายา ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม มีแต่ กิน นอน ซ้อม เล่นเวตหนักเป็นชีวิตจิตใจ ผมมั่นใจในตัวเอง ยิ่งเป็นกติกาคิกบ็อกซิ่ง พอถามผมว่าชกได้ไหม ผมตอบทันทีว่าพร้อมชก”

 

กัปปิตัน vs เพชรทนง

 

เมื่อรู้ตัวแล้วว่ามีโปรแกรมการแข่งขันในศึก ONE: A NEW BREED III ซึ่งจะมีการออกอากาศในรูปแบบบันทึกการแข่งขัน วันที่ 18 กันยายนนี้ กับมวยแกร่งอย่าง “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง เพชรทนง ไม่รู้สึกกังวลอะไร นอกจากเรื่องการทำน้ำหนัก ที่ปกติเคยชกอยู่ราว 67 กิโลกรัม แต่ต้องลดมาอยู่ในรุ่นแบนตัมเวต (61.3 – 65.8 กิโลกรัม) โดยต้องมีการตรวจวัดระดับน้ำในร่างกาย อีกทั้งต้องชั่งน้ำหนักสองวัน ซึ่งแม้เจ้าตัวจะเคยผ่านเวทีมากว่า 400 ไฟต์ แต่ก็ไม่เคยชั่งน้ำหนักด้วยระบบนี้มาก่อน จึงทำให้มีความกังวลอยู่บ้าง

“กติกาคิกบ็อกซิ่ง เป็นกติกาที่ผมถนัดมากๆ ผมมีความมั่นใจ และไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรเลย แค่ดีใจที่ได้มาต่อยในรายการ วัน แชมเปียนชิพ และตั้งใจจะทำผลงานให้ดี เพื่อจะได้มีโอกาสชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่งในรุ่นนี้”

 

 

“ผมรู้จัก กัปปิตัน ผมเห็นเขาชกอยู่บ่อยๆ ผ่านทางหน้าจอทีวี เขาเป็นนักมวยไทยที่เก่งและมีความแข็งแกร่ง แต่ผมมองว่าถ้าชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ทุกคนต้องหวั่นผม เพราะชื่อของเรามาก่อน และผมต่อยคิกบ็อกซิ่งมานาน มันคุ้นเคยจนทำให้ผมมั่นใจว่า ตัวเองต้องยืนหนึ่งแน่นอน เรียกว่าผมมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูงเลยครับ”

“จริงๆ ถ้าชกในกติกามวยไทย ผมก็ต่อยได้ แต่โอกาสที่เราจะชนะก็มี แพ้ก็มี ขณะที่ถ้าเป็นกติกาคิกบ็อกซิ่ง ผมมั่นใจ 90 ต่อ 10 เลยว่าชนะทุกคนได้ครับ”

 

 

พกความมั่นใจมาเกินร้อยแบบนี้ พลาดไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องไปดูให้เห็นกับตาสำหรับฟอร์มการเปิดตัวในไฟต์แรกของเทพคิกบ็อกซิ่ง “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายนนี้

รับชมได้ทาง

  • ONE Super App เวลา 19.30 น.
  • YouTube ONE Championship เวลา 19.30 น.
  • AIS PLAY เวลา 19.30 น.
  • ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.40 น.

 

ที่เกี่ยวข้อง: