ข่าว

“ดีเจ” ออกจากคอมฟอร์ตโซนมาสู่ประสบการณ์ใหม่ใน วัน แชมเปียนชิพ

3 เม.ย. 2020

เส้นทางในกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ของ “Mighty Mouse” ดิมิเทรียส จอห์นสัน (ดีเจ) คงไม่อาจหาคำใดมาอธิบายได้นอกจากคำว่า “น่าทึ่ง” และผลงานในปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ทำให้เขาตอกย้ำกับคำว่า “สุดยอดตลอดกาล” ได้อีก

นักสู้ดาวดังจากอเมริกาที่ย้ายมาร่วมสังกัด วัน แชมเปียนชิพ ครบหนึ่งปีเต็มเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา หากนับจากไฟต์แรกที่เขาได้ก้าวขึ้นสังเวียนนี้ เขาสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 ไฟต์ติดต่อกัน พร้อมกับคว้าแชมป์ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต ไปครองได้เป็นคนแรก

 

American star Demetrious Johnson celebrates his ONE Flyweight World Grand Prix Championship Final win

 

นอกจากจะเป็นปีทองแห่งความสำเร็จในฐานะตำนานแห่งวงการต่อสู้ที่ยังมีลมหายใจ ยังถือเป็นปีที่มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นในทุกมิติสำหรับเขา

“คงไม่ผิดหากจะพูดว่าปี 2562 คือปีแห่งปรากฎการณ์ความสำเร็จของผม การคว้าชัยชนะแบบไร้พ่าย 3 ไฟต์ต่อเนื่องตั้งแต่มาอยู่กับ ONE และคว้าแชมป์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกปลาบปลื้มมากๆ” นักสู้วัย 33 ปีเผย

“แต่หนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับผมคือ ผมไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ซึ่งมันต่างจากปีก่อนๆ ที่ผมทั้งบาดเจ็บและต้องผ่าตัด ขอบอกว่าผมแฮปปี้มากกับเรื่องนี้”

 

???? ONE FLYWEIGHT WORLD GRAND PRIX CHAMPION ????

???? ONE FLYWEIGHT WORLD GRAND PRIX CHAMPION ????"Mighty Mouse" Johnson claims the inaugural tournament crown with an awesome performance against a game Danny Kingad!????: Check local listings for global broadcast details????: Watch on the ONE Super App ???? http://bit.ly/ONESuperApp????: Shop Official Merchandise ???? http://bit.ly/ONECShop

Posted by ONE Championship on Saturday, October 12, 2019

 

“ดีเจ” ซ้อมอยู่ที่ค่าย AMC Pankration ในเมืองเคิร์กแลนด์ รัฐวอชิงตัน เริ่มต้นการแข่งขัน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ด้วยชัยชนะจากการซับมิชชัน “ยูยะ วากามัตสึ” ในยกที่ ของรอบก่อนรองชนะเลิศ ในศึก ONE: A NEW ERA ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ซึ่งถือเป็นไฟต์เปิดตัวของเขาใน วัน แชมเปียนชิพ

จากนั้นรอบรองชนะเลิศ ในศึก ONE: DAWN OF HEROES ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน คราวนี้เขาเอาชนะ “The Sweeper” ทัตสึมิตสึ วาดะ ด้วยคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ 

ก่อนจะปิดท้ายอย่างงดงามด้วยการชนะคะแนน แดนนี คิงกาด อย่างเป็นเอกฉันท์ ในรอบชิงชนะเลิศ ณ ศึกใหญ่ประจำปีอย่าง ONE: CENTURY ที่เจ้าตัวได้กลับไปสู้ในเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง

 



 

นอกจากความยินดีกับผลงานของตัวเองตั้งแต่ปีแรกใน “บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้” หลังนี้แล้ว การเดินทางไปยังสังเวียนใหม่ๆ ถือเป็นการเปิดโลกของเขาให้กว้างขึ้น

“อีกหนึ่งเรื่องตื่นเต้นเกี่ยวกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของ ONE คือการได้ร่วมงานกับผู้คนหลายเชื้อชาติ ที่นี่เต็มไปด้วยความหลากหลายจริงๆ”

“ผมได้มีโอกาสขึ้นสังเวียนในศึกเดียวกันกับยอดนักมวยไทย และนักชกคิกบ็อกซิ่งระดับโลกมากมาย พวกเขามาจากหลากหลายที่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี, ไทย, เวียดนาม, เกาหลีใต้, จีน มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากนะ”

 

American superstar Demetrious Johnson hurts Danny Kingad at ONE: CENTURY PART I

 

ตลอด 31 ไฟต์ในเส้นทางนักสู้อาชีพที่ผ่านมา “ดีเจ” เคยออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อขึ้นสังเวียนนอกแผ่นดินอเมริกาบ้านเกิดเพียงไฟต์เดียวเท่านั้น

แต่หลังจากที่เขาจรดปากกาเข้าร่วมงานกับองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัน แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนตุลาคม 2561 เขาก็ได้เดินทางมาแข่งขันในทวีปเอเชียถึง 3 ครั้งแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น นักสู้ชาวอเมริกันยังต้องเจอกับ กฎการชั่งน้ำหนักแบบใหม่ ซึ่ง วัน แชมเปียนชิพ ไม่อนุญาตให้ใช้วิธีลดน้ำหนักด้วยการตัดน้ำออกจากร่างกาย โดยคำนึงถึงสุขภาพของนักกีฬาเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับกฎกติกาสากล แต่ไม่มีอะไรที่ยากเกินไปสำหรับเขา

“ผมมองตัวเองเป็นนักกีฬาศิลปะการต่อสู้จริงๆ เพราะนี่คือสิ่งที่ผมรัก และเป็นแรงบันดาลใจ ผมใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด ซึ่งนี่คงเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดที่อธิบายว่า เหตุใดผมถึงยังเหมาะสมกับกีฬานี้”

“น้ำหนักตัวปกติของผมอยู่ที่ราว 140 ปอนด์ (63.5 กิโลกรัม) การลดน้ำหนักลงมาอยู่ที่ 135 ปอนด์ ตามพิกัดรุ่นฟลายเวต (61.2 กิโลกรัม) โดยมีระดับน้ำที่เหมาะสมถึงว่าเป็นเรื่องง่าย ส่วนเรื่องกติกา ไม่มีอะไรที่แตกต่างมากนักกับที่ผมเคยผ่านมา ผมปรับตัวได้เป็นอย่างดี การเปลี่ยนสังเวียนของผมจึงเป็นไปอย่างราบรื่น”

“มาถึงเรื่องโซนเวลาที่ผมให้ความสำคัญอยู่ไม่น้อย ตรงนี้ต้องขอขอบคุณยิมที่ 2 ของผมอย่าง อีโวลฟ์ ที่สิงคโปร์ ซึ่งมีสิ่งต่างๆ ครบครัน ทำให้การปรับตัวให้เข้ากับโซนเวลาที่เปลี่ยนไปกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย”

 

 

ความสำเร็จบนสังเวียนได้ตอบทุกอย่างแล้ว กับชัยชนะ 3 ครั้งรวดเหนือคู่แข่งมากฝีมือ รวมถึงเข็มขัดแชมป์ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต ที่พาดอยู่บนบ่า

มันคือการการันตีว่า ไฟต์ต่อไปของเขาจะเป็นการท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวต จากแชมป์โลกคนปัจจุบัน Mikinho อาเดรียโน โมราเอส

“โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าตัวเองปรับตัวเข้ากับ วัน แชมเปียนชิพ ได้ดีมากๆ นะ แต่ผมไม่อยากที่จะเปรียบเทียบปีนี้กับปีก่อน หรือปีไหนๆ สิ่งที่ผมอยากสรุปก็คือ ผมรู้สึกขอบคุณที่ยังมีสุขภาพดี และยินดีอย่างที่สุดที่ได้ร่วมงานกับองค์กรชั้นยอดอย่าง วัน แชมเปียนชิพ ครับ”

 

อ่านเพิ่มเติม: