ไลฟ์สไตล์

10 เดือนกับการปลูกต้นรักร่วมกันของ “แสตมป์-รถถัง”

ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ด้วยเรื่องราวของคู่รักที่โดนมนต์รัก วัน แชมเปียนชิพ เข้าจังๆ อย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” และ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ซึ่งทั้งคู่ปลูกต้นรักกันตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2562 โดยเริ่มต้นในฐานะเพื่อนนักกีฬาที่อยู่ในสังกัด วัน แชมเปียนชิพ เหมือนกัน จากนั้นก็สานสัมพันธ์จนกลายเป็นคนรู้ใจมากว่า 10 เดือน

ตอนนั้น รถถัง เดินทางไปชกที่ญี่ปุ่นในศึก ONE: A NEW ERA เมื่อ 31 มีนาคม 2562 ขณะที่ แสตมป์ ถูกเชิญให้ไปร่วมงานปาร์ตีสังสรรค์บรรดาแชมป์โลกของ วัน แชมเปียนชิพ ในฐานะแชมป์โลกหญิงของประเทศไทย โดยหลังจากที่ได้ทำความรู้จักกันพอสมควรจากทริปญี่ปุ่น สองวันหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ถูกเชิญให้ไปร่วมทริปนักกีฬาของ วัน แชมเปียนชิพ ที่ภูเก็ต อีก 3 คืน 4 วัน ร่วมกับเหล่านักกีฬาทั่วโลกนับร้อยชีวิต ทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสเรียนรู้นิสัยใจคอและทำกิจกรรมหลายอย่างร่วมกัน

จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 10 เดือน ต้นรักที่ทั้งคู่ได้ปลูกไว้ร่วมกันก็ค่อยๆ หยั่งรากและเติบโต มองเห็นเค้าโครงของความมั่นคงแข็งแรง ภายใต้สายตาของผู้หลักผู้ใหญ่ในค่าย และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะครอบครัวของ แสตมป์ ที่พ่อแม่ย่อมเป็นห่วงลูกสาวเป็นธรรมดา แต่เมื่อทั้งคู่ต่างรู้หน้าที่และอยู่ในกรอบของจารีตประเพณี ผู้ใหญ่ก็เปิดไฟเขียว

และนี่คือ 10 คำถามที่เราให้ทั้งคู่ต่างคนต่างตอบ โดยไม่มีการลอกกัน ไปดูสิว่าพวกเขามีความเห็นเหมือนหรือต่างกันอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของความรักในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา

1. 10 เดือนที่ผ่านมาความรักเป็นอย่างไรบ้าง

แสตมป์: ที่คบกันมา เราก็พยายามปรับตัวทุกอย่างให้เข้ากัน ตรงไหนไม่เข้าใจกัน ก็จะคุยกัน ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เราก็พอจะรู้ใจกันในระดับหนึ่งค่ะ

รถถัง: ผมรู้สึกดีครับ เราไปด้วยกันได้ อาจจะมีทะเลาะกันบ้างนิดๆ หน่อย ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนสองคน

2. วันแรกที่เจอกัน กับวันนี้ มีอะไรที่ไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้บ้าง

แสตมป์: วันแรกๆ แสตมป์ คิดว่า พี่แกจะเถื่อนๆ ไม่อ่อนโยน ไม่โรแมนติก (หัวเราะ) แต่พอได้คบกัน หลายอย่างที่คิดไว้กลับตรงกันข้าม เขาเป็นคนละเอียดอ่อน เอาใจใส่ และค่อนข้างเซนซิทีฟในบางเรื่องด้วยค่ะ

รถถัง: น้องเขาเป็นคนคงเส้นคงวา วันแรกถึงวันนี้เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นครับ

3. อะไรที่ทำให้เราประทับใจในตัวกันและกัน

แสตมป์: พี่เขาเป็นคนเอาใจใส่ และเข้ากับครอบครัว แสตมป์ ได้ ซึ่งทำให้เราสบายใจ ไม่ต้องกังวลหรือหนักใจค่ะ

รถถัง: น้องเขาเป็นคนสู้ชีวิต ทำงาน หาเงิน เลี้ยงดูตัวเอง มีความรับผิดชอบ ยอมรับว่าเขาเก่งมากครับ

4. อะไรที่ทำให้เราขัดแย้งกันบ่อยๆ

แสตมป์: น่าจะเป็นเรื่องคำพูด และความที่พี่ถังไม่ชอบบอกว่าไปทำอะไร เวลาเขาหายเงียบไป ไม่ส่งข่าว ก็ทำให้เราเป็นห่วงค่ะ

รถถัง: น่าจะเป็นเรื่องการเลือกซื้อของครับ เราอาจจะมีรสนิยมบางอย่างไม่เหมือนกัน แต่หัวใจเราตรงกันเสมอครับ (หัวเราะ)

5. ลักษณะนิสัยอะไรที่มีเหมือนกัน

แสตมป์: เรื่องกินค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็เรื่องนิสัยที่ไม่ชอบคนจุกจิก ไม่ชอบความวุ่นวาย กินกับนอน ดูหนัง ชอบพากันเที่ยว วางแผนเที่ยวเยอะค่ะ (หัวเราะ)

รถถัง: ผมว่าเราเหมือนกันแทบทุกอย่างครับ

6. ลักษณะนิสัยอะไรที่แตกต่างกัน แล้วปรับตัวกันอย่างไร

แสตมป์: เราต่างกันตรงเรื่องที่ พี่ถังไปไหน ทำอะไรไม่ค่อยบอกค่ะ ทำให้เราเป็นห่วง โดยเฉพาะเวลาขับรถ เขาขับเร็วมากและนิสัยเป็นคนใจร้อน ขณะที่ แสตมป์ ไปไหนจะบอก และเป็นคนใจเย็นกว่า เวลามีเรื่องอะไร แสตมป์ ก็จะเป็นคนปรามให้เขาใจเย็นลงค่ะ

รถถัง: น้องเขาค่อนข้างจะมีนิสัยเด็กๆ ยังไม่ค่อยโต ความคิดอ่านบางอย่างที่เป็นเด็กเกินไปก็อยากให้เขาแก้ไขตรงจุดนี้ ซึ่งคิดว่าไม่ยากครับ

7. ปกติจะพูดคุยกันเรื่องอะไรบ่อยที่สุด

แสตมป์: เรื่องอนาคตค่ะ พี่ถังจะชอบคุยเรื่องบ้าน ตอนนี้มีแผนจะทำบ้านที่ระยอง หาซื้อที่ปลูกบ้าน ทำสวนทุเรียน แกมีรูปบ้านอยู่แล้วว่าจะทำแบบไหน ก็พยายามเก็บเงินกันอยู่ค่ะ

รถถัง: เรื่องมวยครับ

8. กับพ่อแม่และครอบครัวทั้งสองฝ่ายมองความรักครั้งนี้อย่างไร

แสตมป์: พี่ถังไปบ้าน เจอพ่อแม่พี่น้องครอบครัวของ แสตมป์ หมดแล้ว ทุกคนต้อนรับเขา และเข้ากับครอบครัวเราได้ดีทุกคน ส่วน แสตมป์ เองก็ไปบ้านเขามาแล้วเหมือนกัน ก็เข้ากันได้ค่ะ แต่เวลาไปไหนมาไหนกันสองคน พ่อแม่ของ แสตมป์ จะคิดแล้วคิดอีกว่าควรไปไหมเพราะ แสตมป์ เป็นผู้หญิง ก็ต้องดูเรื่องความเหมาะสมด้วยค่ะ

รถถัง: ทางครอบครัวผมไม่มีปัญหาอะไรครับ เขาสนับสนุนเราดี แต่ทางครอบครัวของ แสตมป์ ก็อาจจะมีห่วงลูกสาวบ้างเป็นเรื่องธรรมดาครับ

9. มีการพูดคุยกันถึงเรื่องอนาคตบ้างไหม

แสตมป์: พี่ถังไปพูดกับพ่อแม่ของ แสตมป์ อยู่ค่ะเรื่องของอนาคต

รถถัง: เรามีการวางแผนกันไว้ว่าจะไปสร้างบ้านที่ระยอง และถ้าน้องเขาได้เข็มขัดเส้นที่ 3 เมื่อไหร่ก็จะทำอะไรให้เป็นกิจลักษณะมากขึ้นครับ

10. วันวาเลนไทน์มีอะไรพิเศษสำหรับกันและกันบ้าง

แสตมป์: แสตมป์ ก็ยังไม่รู้เลยค่ะ ก็เกริ่นๆ กับพี่ถังอยู่ แต่แกก็นิ่งๆ ไม่พูดอะไร (หัวเราะ)

รถถัง: สำหรับผม มันก็เหมือนวันธรรมดาวันหนึ่งครับ เพราะไม่ว่าจะวันอะไร ผมจะให้ความสำคัญกับน้องเขาตลอดครับ

สุขสันวันวาเลนไทน์นะคับ ตั้งใจทำหน้าที่ไห้ดีนะครับ สู้ๆ????????????????

Posted by ทินกร ศรีสวัสดิ์ on Thursday, February 13, 2020

ถึงตรงนี้ทั้งคู่ยอมรับว่าการจะได้เจอกันแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต่างมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ

รถถัง ในฐานะแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ถือเป็นนักชกขวัญใจมหาชนชาวหมัดมวย จึงต้องเก็บตัวซ้อมอยู่ที่ค่ายเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ แสตมป์ เป็นแชมป์โลก ONE สองประเภทกีฬา และกำลังเดินหน้าสู่เข็มขัดเส้นที่สาม เธอจึงต้องซ้อมหนักกว่าคนอื่น 3 เท่าทั้งในกติกามวยไทย คิกบ็อกซิ่ง และการต่อสู้แบบผสมผสาน

ไหนจะเวลาซ้อม ไหนจะเรื่องระยะทางที่ห่างกัน กว่าจะได้เจอกันแต่ละครั้งต้องขับรถจากนนทบุรี-พัทยา ไป-กลับรวมแล้วเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้น รถถัง ก็ยังอุตสาห์ขับรถไปเจอหน้าหวานใจ แม้จะมีเวลาแค่ทานข้าวด้วยกันมื้อเดียว ก็ชุ่มชื่นหัวใจแล้ว

อ่านเพิ่มเติมแรงบวกของ “แสตมป์” เสริมกำลัง “รถถัง” มุ่งมั่นคว้าแชมป์เส้นที่สอง