บทความ

เปิดปูมชีวิตสุดต่ำต้อยของ “อูมาร์ เคน” สู่ดาวรุ่งดวงใหม่ที่พร้อมเติบโตบนเวทีโลก

5 เม.ย. 2021

นักสู้หนุ่มจากครอบครัวชาวประมง “อูมาร์ เคน” หรือที่ใคร ๆ รู้จักเขาในชื่อ “Reug Reug (รุง รุง)” ชีวิตปากกัดตีนถีบตั้งแต่วัยเด็ก สอนให้เขาเป็นนักสู้ผู้กล้าแกร่งในชีวิตจริงวันนี้

“Reug Reug” อูมาร์ เคน นักมวยปล้ำชื่อดังจากประเทศเซเนกัล ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาตะวันตก หลังจากโชว์ฟอร์มไฟต์แรกอย่างสวยงามใน วัน แชมเปียนชิพ เขากำลังจะกลับมาอีกครั้งในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายนนี้ตามเวลาประเทศไทย เพื่อเปิดศึกกับยอดมวยปล้ำจากอิหร่าน “เมห์ดี บาร์กี” ในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน เป็นคู่เปิดรายการศึก ONE on TNT I

ก่อนที่เขาจะปรากฎตัวบนสังเวียนท่ามกลางสปอร์ตไลต์ และจะมีการถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์ของอเมริกา อูมาร์ ได้เล่าเรื่องราวชีวิตอันแสนต่ำต้อยในแอฟริกาว่าเป็นมาอย่างไรเขาถึงได้มีวันนี้บนเวทีระดับโลก

 

ครอบครัวชาวประมง

Heavyweight superstar "Reug Reug" Oumar Kane makes his ONE debut

 

อูมาร์ เป็น 1 ในพี่น้อง 6 คน ของครอบครัวชาวประมงซึ่งอาศัยอยู่ใน Thiaroye sur Mer ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ในเขตชานเมืองของ ดาการ์ อันเป็นเมืองหลวงของเซเนกัล พวกเขาอยู่กันอย่างอัตคัดขัดสน ปลาในมหาสมุทรละแวกนั้นลดลงหลายปีต่อเนื่อง ทำให้ชาวประมงต้องล่องเรือไกลออกไปเพื่อจับปลามากินและขายให้เพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่รอด

ความยากแค้นปากกัดตีนถีบหล่อหลอมให้ อูมาร์ กลายเป็นนักรบในชีวิตจริงตั้งแต่เด็ก เขาต้องแก้ปัญหาปากท้องซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ชาวบ้านหลายคนเสี่ยงชีวิตด้วยการอพยพไปสู่ดินแดนใหม่อย่างยุโรป บางคนล้มหายตายจากในระหว่างเดินทาง แต่ครอบครัวของเขารวมตัวกันเพื่อต่อสู้อยู่ในบ้านเกิด

 

จากบ้านเกิดเพื่ออนาคต

 

ชีวิตที่ต้องดิ้นรน ทำให้ อูมาร์ หันไปพึ่งพากีฬาประจำชาติ สมัยที่เขาอายุ 16 ปี อูมาร์ เริ่มฝึกฝน “mbapatte” ซึ่งเป็นมวยปล้ำพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาในหมู่ชาวเซเนกัลนับหลายร้อยปี

เดิมทีพวกเขาใช้มวยปล้ำนี้เพื่อทำศึกสงคราม แต่ตอนนี้มันกลายเป็นการแข่งขัน “lutte avec frappe” ซึ่งมีลักษณะเป็นการต่อสู้บนสังเวียนพื้นทราย และอนุญาตให้ต่อสู้ในท่ายืนได้ แม้การต่อสู้ชนิดนี้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของแฟน ๆ ผู้รักศิลปะการต่อสู้ทั่วไป แต่ในประเทศแอฟริกาตะวันตกถือเป็นกีฬาประจำชาติที่มีชื่อเสียงมาก

อูมาร์ มีพรสวรรค์ในกีฬานี้อย่างมหาศาล เพียงไม่กี่เดือนหลังการฝึกฝนภายใต้กำลังใจจากครอบครัว อูมาร์ ก็ออกจากบ้านเกิดและเดินทางไปยังหมู่บ้านเซียเรียร์ เพื่อฝึกฝนวิทยายุทธในระดับที่สูงขึ้น

“ผมจากบ้านไปหลายปีเพื่อไปอยู่ที่เซียเรียร์ ที่นั่นมีชื่อเสียงรู้จักกันดีในวงการมวยปล้ำ จึงเป็นเหตุผลที่ผมยอมไกลบ้าน พ่อแม่เชื่อว่าถ้าผมมีความมานะพยายาม ผมสามารถทำได้ทุกอย่าง และพวกเขาก็สนับสนุนผมเสมอ”

 

สร้างชื่อในดาการ์

 

อูมาร์ ทั้งฝึกหนักและลงแข่งขันนับร้อยไฟต์ และส่วนใหญ่เขาได้รับชัยชนะลงจากเวที เมื่ออายุ 20 ปี อูมาร์ จึงตัดสินใจเดินทางไปดาการ์ เมืองหลวงของเซเนกัล ซึ่งที่นั่นสร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างรวดเร็ว นักสู้ชาวเซเนกัลหนุ่มประลองยุทธ์กับนักสู้มือฉมังซึ่งล้วนแล้วแต่มีดีกรีชั้นนำระดับประเทศ ทั้ง 16 ไฟต์เขาปราบคู่แข่งได้ทุกคน

ไม่มีใครหยุดยั้ง อูมาร์ ได้ แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เขาหันหลังให้วงการต่อสู้ในบ้านเกิดคือความเย้ายวนของศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) กีฬาอันเป็นที่รู้จักทั่วโลก ซึ่งมันคือโอกาสที่เขาจะสร้างชื่อเสียงและรายได้เลี้ยงดูครอบครัว อูมาร์ จึงไม่ลังเลที่จะผันตัวมาจับกีฬานี้ ซึ่งสำหรับเขาซึ่งมีดีกรีเป็นถึงแชมป์มวยปล้ำ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะปรับเปลี่ยนมาหัดกีฬาใหม่อย่างการต่อสู้แบบผสมผสาน

อูมาร์ เริ่มสวมนวม MMA 4 ออนซ์ ขึ้นสังเวียนครั้งแรกในปี 2562 และโชว์ความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ด้วยการเอาชนะทีเคโอ. ในยกที่สอง และผลงานครั้งนั้นก็ทำให้เขากลายเป็นที่จับตาของแฟน ๆ การต่อสู้ทั่วโลก รวมถึง วัน แชมเปียนชิพ

 

กระหายเป็นแชมป์โลก

 

แม้ว่า อูมาร์ จะยังใหม่ในกีฬานี้ แต่นี่คือความฝันอันยิ่งใหญ่กับการได้ก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลก ในฐานะตัวแทนประเทศเซเนกัลและชาวแอฟริกัน

“ผมอยากเป็นแชมป์ชาวแอฟริกันที่โด่งดังที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผมเชื่อว่า ONE สามารถทำให้ผมกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกได้ มีองค์กรหลายแห่งยื่นข้อเสนอให้กับผม แต่ดูเหมือน ONE จะเป็นศูนย์รวมของกีฬาต่อสู้ที่ดีที่สุด”

การเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ครั้งแรก เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยการชนะน็อกนักสู้ระดับตำนาน “The Panther” อเล็น เอ็นกาลานี ทั้งที่เขาไม่เต็มร้อยเนื่องจากบาดเจ็บก่อนลงแข่งขัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผลการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไปจากที่เขาตั้งใจไว้ แถมหลังจบไฟต์แรกก็มีผู้ติดตาม อูมาร์ ในไอจีเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 คน

“นี่เฉพาะในไอจีนะ ถ้าผมได้เป็นแชมป์โลก มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกแน่นอน”

 

 

อูมาร์ ในวัย 29 ปี เขายังมีความฝันและเส้นทางที่จะต้องไขว่คว้าต่อไป ใน วัน แชมเปียนชิพ มีคู่แข่งชั้นนำมากมายที่รอให้เขาพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งรายต่อไปคือ “เมห์ดี บาร์กี” นักมวยปล้ำมือหนักจากอิหร่านที่เปิดตัวไฟต์แรกไม่สวยงามนัก จึงหวังที่จะกลับมาเรียกศรัทธาคืน แต่ อูมาร์ มองเขาเป็นเพียงบันไดที่จะเหยียบไปสู่อนาคตการเป็นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวต

“ผมฝึกกับนักสู้ขั้นเทพหลายคน และเขาก็สอนให้ผมรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะไปถึงจุดสูงสุด ผมเชื่อว่าผมพร้อมแล้วที่จะเป็นดาว ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าการเป็นแชมป์โลก และผมเชื่อว่าผมฝึกหนักกว่าใคร และจะทำแบบนี้ต่อไปจนกว่าผมจะได้เป็นแชมป์”

“ดูอย่าง บร็อก เลสเนอร์ แชมป์รุ่นเฮฟวีเวต เขาก็เป็นนักมวยปล้ำมาก่อน และได้เป็นแชมป์หลังจากลงแข่ง 10 ไฟต์ และผมก็จะทำให้ได้แบบนั้นเหมือนกัน”

 

 

อ่านเพิ่มเติม:
โหลดเพิ่มเติม

Stay in the know

Take ONE Championship wherever you go! Sign up now to gain access to latest news, unlock special offers and get first access to the best seats to our live events.