บทความ

7 ฮีโร่ตากาล็อกผู้สร้างประวัติศาสตร์ใน วัน แชมเปียนชิพ

5 พ.ย. 2019

นับตั้งแต่การเปิดตัว วัน แชมเปียนชิพ ในเดือนกันยายน 2011 นักกีฬาชาวฟิลิปปินส์ได้แสดงให้โลกของศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานเห็นว่า พวกเขาเป็นหนึ่งในสุดยอดของกีฬาประเภทนี้ จนถึงปัจจุบันที่จะมีการจัดการแข่งขันขึ้นที่กรุงมะนิลาส่งท้ายปี 2019 ในศึก ONE: MASTERS OF FATE ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ เราจะขอนำทุกท่านไปรู้จักกับ 7 ฮีโร่ชาวฟิลิปปินส์ผู้สร้างชื่อใน “บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้” วัน แชมเปียนชิพ โดยไม่ได้จัดเรียงตามความสำเร็จ แต่ใช้การเรียงลำดับตามตัวอักษรชื่อในภาษาอังกฤษเพื่อความเป็นกลาง

#1 “The Rock” โฮโนริโอ บานาริโอ

หนุ่มจากเมือง Mankayan เมืองเล็กๆ ในจังหวัด Benguet ที่มีเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมหลัก “The Rock” โฮโนริโอ บานาริโอ ละทิ้ง ความฝันในวัยเด็กกับการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่วงการศิลปะการต่อสู้

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อเขาได้รับทุนการศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวะคอดิลเลรา และได้เป็นนักกีฬาทีมวูซูที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ประจำสถาบัน หลังจากนั้นไม่นาน บานาริโอ ก็ติดทีมชาติวูซูชุดเยาวชน ภายใต้การนำทีมของ “มาร์ค ซานเงียว” ก่อนจะผันตัวเข้าสู่วงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน

หลังเข้าร่วมทีมลาไคย์ ของ ซานเงียว เจ้าของฉายา “The Rock” ก็เทิร์นโปรเป็นนักสู้อาชีพและประเดิมบนสังเวียนแรกในปี 2553 โดยสร้างสถิติสุดโดดเด่นด้วยการคว้าชัยชนะ 6 ไฟต์รวด จนได้เข้าสู่สังกัด วัน แชมเปียนชิพ

บานาริโอ คว้าแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวตเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของรุ่น หลังชนะ “The Natural” อีริค เคลลี ในศึก ONE: RETURN OF WARRIORS เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2013

การฝ่าฟันจากจุดเริ่มต้นอันยากลำบาก และความทุ่มเทให้กีฬาการต่อสู้ของ บานาริโอ ทำให้เขาเป็นแบบอย่างของนักสู้ชาวฟิลิปปินส์รุ่นต่อๆ มา

#2 “The Silencer” เควิน เบลิงกอน

“The Silencer” เควิน เบลิงกอน เติบโตในหมู่บ้าน Kiangan จังหวัด Ifugao โดยฝึกมวยปล้ำแบบดั้งเดิมมาตั้งแต่เด็ก จากอิทธิพลของดารานักสู้ในดวงใจอย่าง “บรูซ ลี” ต่อมาเขาได้รู้จักกีฬาวูซูขณะศึกษาที่มหาวิทยาลัยคอดิลเลรา และการฝึกของเขาอยู่ในสายตาของ “มาร์ค ซานเงียว” มาโดยตลอด

เดือนมิถุนายน 2550 เขาตัดสินใจเปลี่ยนมาฝึกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานและก้าวสู่สังเวียนอาชีพโดยคว้าชัยชนะ 9 ไฟต์ติดต่อกัน ก่อนเซ็นสัญญากับ วัน แชมเปียนชิพ ในมีนาคม 2555

ด้วยการเตะหมุนตัวและการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ “The Silencer” คือนักกีฬาสุดอันตราย ซึ่งช่วงพีคของเขาคือการได้นั่งบัลลังก์แชมป์โลก ONE รุ่นแบนตัมเวต ด้วยการชนะนักสู้ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ อย่าง “The Flash” บิเบียโน เฟอร์นันเดส ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อปีที่ผ่านมา

#3 “The Challenger” เรเน คาตาลัน

เจ้าของและผู้ก่อตั้งค่ายคาตาลัน ไฟติ้ง ซิสเต็ม (CFS) ในเมือง Makati  “The Challenger” เรเน คาตาลัน เริ่มต้นด้วยการชกมวยสากลขณะศึกษาในสถาบันเทคโนโลยีภาคตะวันตกของฟิลิปปินส์ จากนั้นเขากลายเป็นนักกีฬาวูซูทีมชาติ และสามารถคว้าเหรียญทองในกีฬาเอเชียนเกมส์, ซีเกมส์ และวูซูชิงแชมป์โลก

ทว่าเรื่องเศร้าก็มาถึงในปี 2013 เมื่อ “The Challenger” สูญเสียภรรยาจากโรคมะเร็ง แต่หลังจากพิธีศพผ่านไป 2 สัปดาห์ เขาก็ตัดสินใจขึ้นสังเวียนในกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานระดับอาชีพไฟต์แรกทันที คาตาลัน ใช้กีฬาเยียวยาความเจ็บปวดให้คลายความคิดถึงภรรยา และเป็นแรงผลักดันให้กับลูกๆ รวมถึงนักกีฬาทุกคนที่มาฝึกที่ CFS

จุดเริ่มต้นใน วัน แชมเปียนชิพ ของ คาตาลัน ไม่สวยงามเท่าไหร่ แต่หลังจากเครื่องติดก็ไม่มีใครหยุดเขาได้ตลอด 6 ไฟต์ล่าสุดที่ผ่านมา  และเขากำลังจะขึ้นชิงแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต กับเพื่อนร่วมชาติ “The Passion” โจชัว พาซิโอ ในฐานะคู่เอกของศึก ONE: MASTERS OF FATE

เรื่องราวการก้าวผ่านความทุกข์ของเขาเป็นแรงบันดาลใจและความหวังให้กับชาวฟิลิปปินส์มากมายถึงทุกวันนี้

#4 “Gravity” เจเฮ อุสตาคิโอ

“Gravity” เจเฮ อุสตาคิโอ เกิดที่เมือง Benguet เริ่มฝึกวูซูเมื่ออายุ 14 ปี เขาได้ทุนนักกีฬาจากมหาวิทยาลัยคอดิลเลรา โดยได้ฝึกฝนวิชาการต่อสู้กับ มาร์ค ซานเงียว และคว้าแชมป์วูซูระดับประเทศ

อุสตาคิโอ คือหนึ่งในยอดฝีมือของทีมลาไคย์ ที่มีการยืนระยะและรู้จังหวะการออกอาวุธแบบไม่เป็นสองรองใคร เมื่อบวกกับทักษะการหลบหลีกที่คล่องแคล่ว ทำให้เจ้าตัวคือนักสู้มากลีลาที่ใครหน้าไหนก็เล่นงานเขาได้ยาก

ก่อนหน้านี้ “Gravity” รับบทบาทอาจารย์ หลังจบปริญญาด้านการศึกษา 2 ใบ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจลาออกเพื่อมาเป็นนักสู้ และประสบความสำเร็จกับอาชีพด้วยอย่างสูงสุดกับการคว้าแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวต ในเดือนมิถุนายน 2561

แม้ปัจจุบันเขาจะไม่ได้ครองเข็มขัดแชมป์โลกแล้ว แต่เขายังมีเป้าหมายที่จะกลับไปให้ถึงจุดนั้น โดยต้องข้ามผ่านคู่ปรับเก่าอย่าง “โทนี ตาอูรู” ในศึก ONE: MASTERS OF FATE ไปให้ได้

#5 “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง

“Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง คือไอคอนแห่งวงการศิลปะการต่อสู้ของฟิลิปปินส์ เรื่องราวการก้าวข้ามโศกนาฏกรรมชีวิตในวัยเยาว์สู่การเป็นแชมป์โลก ทำให้เขากลายเป็นที่รักของชาวฟิลิปปินส์นับล้านทั่วประเทศ

เขาเริ่มต้นเส้นทางนักสู้กับกีฬาคิกบ็อกซิ่งในวัย 16 ปี ก่อนได้ทุนนักกีฬาวูซูจากมหาวิทยาลัยคอดิลเลรา และกลายเป็นยอดนักกีฬาดีกรี 11 เหรียญทอง ซึ่ง 3 เหรียญจากจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นในมหกรรมกีฬาซีเกมส์

สามปีให้หลังจากการเป็นนักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานระดับอาชีพในเดือนมิถุนายน 2550 “Landslide” คว้าแชมป์ Martial Combat Superfight รุ่นไลต์เวต แต่นั่นยังไม่ใช่ผลงานยอดเยี่ยมที่สุดของเขา

นักสู้จากเมืองบาเกียวกลายเป็นฮีโร่ของคนทั้งชาติในเดือนพฤศจิกายน 2559 หลังชนะทีเคโอ.เจ้าตำนานชาวญี่ปุ่นอย่าง “Tobikan Judan” ชินยะ อาโอกิ คว้าแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต มาครองได้สำเร็จ แม้เขาจะเสียแชมป์ในปีถัดมา แต่เขาก็สามารถคว้าแชมป์โลกกลับมาครองได้อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน โฟลายัง ไม่ได้ครองบัลลังก์แล้ว แต่เขากำลังจะกลับมาล่าความสำเร็จครั้งที่ 3 เริ่มด้วยการเจอกับ “Spear” อามาร์ซานา โซกูคู ในรองคู่เอกของศึก ONE: MASTERS OF FATE

#6 “The Passion” โจชัว พาซิโอ

“The Passion” โจชัว พาซิโอ หนุ่มจากเมือง La Trinidad จังหวัด Benguet เขาเคยเป็นเด็กที่มีปัญหาน้ำหนักตัว แต่กีฬาการต่อสู้ก็ทำให้เขาเปลี่ยนไป เมื่ออายุ 11 ขวบ ลุงของเขาสอนวิชามวยไทยและคิกบ็อกซิ่งให้ ทำให้เขามีทักษะการต่อสู้อันชาญฉกาจ และลดน้ำหนักลงได้ หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนมาฝึกวิชาวูซูและประสบความสำเร็จมากมายทีเดียว

พาซิโอ เข้าสู้การแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศ และศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยคอดิลเลรา สาขาการบริหารจัดการ จากนั้นเขาได้เข้าไปอยู่ในทีมวูซู ภายใต้การดูแลของ “มาร์ค ซานเงียว” ซึ่งทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมลาไคย์ และรู้จักกับศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน

หลังประสบความสำเร็จในการเปิดตัวบนสังเวียนต่อสู้ในเดือนธันวาคม 2556 “The Passion” ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แม้จะเคยพบความพ่ายแพ้ แต่เขานำมันมาเป็นบทเรียน จนทำให้สามารถคว้าแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวตได้ในเดือนกันยายน 2561 ก่อนที่จะเสียแชมป์ไป และทวงเข็มขัดกลับมาได้อีกครั้งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

พาซิโอ ได้คิดค้นท่าซิกเนเจอร์ของตัวเองคือ “The Passion Lock” อันเป็นท่าซับมิชชันซึ่งพัฒนาจากท่า hammerlock ที่ได้รับการโหวตให้เป็น “การซับมิชชันแห่งปี 2018” อีกด้วย

ด้วยความอันตรายทั้งเกมยืนและเกมนอนสู้ ทำให้แชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวตรายนี้ คือยอดนักสู้ระดับโลก และเขาตั้งใจจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นอีกครั้งในฐานะคู่เอกของศึก ONE: MASTERS OF FATE

#7 “The Truth” แบรนดอน เวรา

“The Truth” แบรนดอน เวรา เติบโตในเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักกีฬาที่มีพรสวรรค์ โดยเริ่มต้นจากการฝึกฝนมวยปล้ำในระดับวิทยาลัย ก่อนจะติดทีมมวยปล้ำเกรโก-โรมัน สมัยที่อยู่ในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

เวรา หันหน้าสู่กีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2545 และลงแข่งในองค์กรใหญ่ของอเมริกาเหนือหลายแห่ง ก่อนเซ็นสัญญาร่วมศึก วัน แชมเปียนชิพ ในปี 2557

นักสู้จากค่าย อัลลิอันซ์ เทรนนิง เซ็นเตอร์ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการชนะ “พอล เชง” ในศึก ONE: SPIRIT OF CHAMPIONS เมื่อเดือนธันวาคม 2558 คว้าแชมป์โลก ONE รุ่นเฮฟวีเวตคนแรกของรายการ

ด้วยส่วนสูงและความแข็งแกร่งทำให้ เวรา เป็นนักสู้จอมโหดแบบไม่ครบยก เขาปิดเกม 4 จาก 5 ไฟต์ล่าสุดด้วยการน็อกเอาต์ตั้งแต่ยกแรก ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็นหนึ่งในนักกีฬาและเซเลบริตี้คนดังของฟิลิปปินส์ โดยก้าวสู่วงการบันเทิง และเพิ่งได้รับบทนำในภาพยนตร์ BuyBust

เสน่ห์และผลงานของ เวรา ที่สร้างความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม ทำให้เขาคือขวัญใจของแฟนๆ มากมายทั่วโลก

MASTERS OF FATE | กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ | 8 พฤศจิกายน 2562 | ONE Super App ยิงสด 17.30 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.30 น. บัตรเข้าชมhttp://bit.ly/onefate19