บทความ

4 เหตุผลที่ไม่ควรพลาดชม ONE: DAWN OF VALOR

23 ต.ค. 2019

แม้ว่าศึกใหญ่ในประวัติศาสตร์ วัน แชมเปียนชิพ จะเพิ่งปิดฉากลงไป แต่เรายังมีการต่อสู้ที่ตื่นเต้นเร้าใจอีกมากมายรออยู่ในปี 2019 โดยวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคมนี้ องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกจะกลับมาเยือนจาการ์ตาอีกครั้ง ในศึก ONE: DAWN OF VALOR 

ก่อนที่การแข่งขันสุดมันจะเริ่มขึ้น เราได้รวบรวม 4 เหตุผลสำคัญว่าทำไมคุณไม่พลาดควรพลาดศึกนี้ แม้จะไม่มีนักชกจากไทยแลนด์แดนสยามขึ้นสังเวียนก็ตามที

#1 สงครามชิงบัลลังก์รุ่นเวลเตอร์เวต

คงไม่มีคู่ไหนในการแข่งขันที่การันตีความมันได้เท่ากับคู่เอกของรายการอีกแล้ว

“The Bandit” เซบาซเตียน คาเดสตัม แชมป์โลก ONE รุ่นเวลเตอร์เวต และ “Brazen” เคียมเรียน อับบาซอฟ ผู้ท้าชิง ต่างมีอัตราการปิดเกมใน “บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้” แบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มทั้งคู่ ซึ่งแฟนๆ คงเซอร์ไพรส์ไม่น้อยหากได้เห็นสถิตินี้เปลี่ยนไป

เมื่อสองนักสู้จอมเดือดขึ้นสังเวียน พวกเขาพุ่งเป้าไปที่การปิดจ๊อบอย่างรวดเร็วที่สุด แม้ อับบาซอฟ จะชำนาญการนอนสู้และปล้ำจับล็อก แต่วิธีการเล่นงานคู่แข่งของเขาก็สุดอันตราย ไม่แพ้สไตล์การยืนสู้ของแชมป์โลกชาวสวีเดนเลยแม้แต่น้อย

ศึกนี้ต้องถือว่าเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดในชีวิตของ อับบาซอฟ เลยก็ว่าได้ เช่นเดียวกับฝ่าย คาเดสตัม ที่จะปรับกลยุทธ์มากมายกับการเจอคู่ต่อกรรายนี้ที่มีความหนึบ อึดทน และเป็นนักปล้ำจับล็อกตัวยงทีเดียว

#2 การรีแมตช์ของสองคู่ปรับสายเลือดดัชต์

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมแฟนๆ ทั่วโลกต่างเฝ้ารอการเผชิญหน้าของคู่ปรับร่วมชาติ  “The Immortal” รีเกียน เออร์เซล กับ  “The Natural” นิกี โฮลสเกน กันนัก ก็ต้องย้อนกลับไปดูนัดชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต ภาคแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งคู่ต่างงัดทีเด็ดออกมาโชว์และประเคนอาวุธใส่กันตลอดทั้ง 5 ยก ก่อนที่เข่าลอยสุดเพอร์เฟกต์ของ เออร์เซล จะทำให้เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ และคว้าชัยชนะในท้ายที่สุด

โฮลสเกน ในฐานะผู้ท้าชิงที่ผ่านประสบการณ์บนสังเวียนการต่อสู้มามากมาย คราวนี้เขาจะไม่ชะล่าใจในความเก๋าของตัวเอง โดยเก็บตัวซุ่มซ้อมอย่างหนัก และเสริมความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าทวีคูณ และมั่นใจเกมนี้จะจบแบบหนังคนละม้วนจากไฟต์ที่แล้ว 

ในขณะที่ เออร์เซล มั่นใจว่าเขาเตรียมความพร้อมมาเต็มสูบ และสามารถย้ำแค้นคู่ปรับรายนี้ได้แน่นอน

การเผชิญหน้ากันของสองฮีโร่จากเนเธอร์แลนด์ในไฟต์รีแมตช์นี้ จึงมีความเป็นไปได้เกินร้อยว่าจะดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าไฟต์แรก

#3 คับคั่งด้วยดาวดังอินโดนีเซีย

แฟนๆ เจ้าถิ่นในจาการ์ตาจะได้ส่งเสียงเชียร์เหล่านักสู้ดาวดังของประเทศอย่างจุใจในศึก ONE: DAWN OF VALOR เพราะศึกนี้มีนักสู้เจ้าบ้านขึ้นสังเวียนถึง 10 คน

เริ่มที่ “พริสซิลลา เฮอร์ตาติ ลุมบัน กาโอล์” ตัวแม่แห่งวิชาวูซู ลงสังเวียนล่าชัยชนะครั้งที่ 7 กับ “Toto” โบเซนา อันโตนิยาร์ ยอดมวยหญิงจากเมียนมา ที่มีอาวุธซิกเนเจอร์คือหมัดทรงพลัง การันตีได้จากดีกรีแชมป์มวยสากลระดับประเทศ

ต่อด้วย “เอโก โรนี ซาปูตรา” นักมวยปล้ำที่มีพรสวรรค์ที่สุดคนหนึ่งของประเทศ เจ้าของเหรียญทองมวยปล้ำซีเกมส์สองสมัย ขึ้นเปิดตัวบนเวทีระดับโลก ด้วยการเผชิญหน้ากับ “Alpha” คาจิ เอบิน จากฟิลิปปินส์

อีกคู่ที่คาดว่าจะดุเดือดเลือดพล่านที่สุดเห็นจะเป็นศึกสายเลือดระหว่าง “Papua Badboy”  อาเดรียน มาเทอิส แชมป์รายการ ONE อินโดนีเซีย ทัวร์นาเมนต์ รุ่นสตรอว์เวต กับ “The Lion” สเตเฟอร์ เรฮาร์เดียน แชมป์รายการ ONE จาการ์ตา ทัวร์นาเมนต์ รุ่นฟลายเวต

นอกจากนี้ยังมีศึกสายเลือดเจ้าบ้านอีก 3 คู่ที่แฟนๆ ต้องร้องซี้ดได้แก่  รูดี อากุสเตียน vs อาโบร เฟอร์นานเดส ในรุ่นฟลายเวต,  “เอกี โรซเตน” vs เอลิปิตัว ซิเรการ์ ในรุ่นสตรอว์เวต และ อาดิ พาร์ยานโต vs แองเจโล บิโมอาดจิ  ในรุ่นสตรอว์เวต

#4 การดวลเดือดของจอมน็อกเอาต์

วงการศิลปะการต่อสู้กำลังเฝ้ารอการเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ของ “Hands of Stone” จอห์น ไลน์เคอร์ นักสู้รุ่นแบนตัมเวตชาวบราซิล ซึ่งวินาทีนี้คงไม่มีคู่ต่อกรคนไหนเหมาะสมกับเขามากไปกว่า “Tajik” มูอิน กาฟูรอฟ วัย 23 ปี จากทาจิกิสถาน ผู้มีอาวุธเด็ดคือหมัดที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน

แม้ทั้งคู่จะเก่งกาจและเป็นจอมน็อกเอาต์ของคนวงการ แต่ต่างก็มีลีลาการปล้ำจับล็อกที่อันตราย ซึ่งหนึ่งในผู้ชนะไฟต์นี้อาจมีโอกาสขึ้นเป็นผู้ท้าชิงแชมป์โลกอย่าง “The Flash” บิเบียโน เฟอร์นานเดส อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม : 3 ไฟต์ที่อาจขโมยซีนในศึก ONE: DAWN OF VALOR

จาการ์ตา | 25 ตุลาคม | DAWN OF VALOR | TV: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onedawnofvalor19