บทความ

สองพลังแฝงของ “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว”

3 ก.ย. 2019

“น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต จำเป็นต้องฝึกซ้อมและใช้ชีวิตอยู่ห่างไกลจากครอบครัว แต่ไม่ว่าระยะทางจะไกลแค่ไหน นักสู้ชาวไทยคนนี้ยังคงเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกๆ ของเขาอยู่เสมอ

คุณพ่อวัย 32 ปี เตรียมคืนสังเวียนในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH วันศุกร์ที่ 6 กันยายนที่จะถึงนี้ ณ สนามฝูเถาะ อินดอร์ สเตเดียม นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

โดย น้องโอ๋ มีคิวป้องกันแชมป์โลกกับ “The Truck” บริซ เดลวัล ผู้ท้าชิงยอดฝีมือจากฝรั่งเศส และเป็นคู่เอกของอีเวนต์ประวัติศาสตร์นี้ที่เวียดนาม เมื่อทุกไฟต์บนสังเวียนจะเป็นการแข่งขันแบบ วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ (กติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแชมป์โลกชาวไทยจะมีตารางการซ้อมและการสอนมวยกับ Evolve MMA ยิมที่สิงคโปร์ชนิดแน่นขนัด แต่เขาก็แบ่งเวลาให้ลูกชายทั้งสองคนได้เสมอ

“ผมคิดถึงลูกๆ อยู่ตลอดทุกๆ วัน ที่ผมทุ่มเททำทั้งหมด ก็เพื่อให้พวกเขาจะได้มีชีวิตที่ดีครับ”

“ผมโทรหาพวกเขาวันละ 1-2 ครั้ง แต่จะโทรบ่อยขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ถ้าได้เห็นหน้าลูกๆ ผมก็มีกำลังใจที่จะสู้ต่อแล้ว”

ลูกคนเล็กน้องไอคิว อายุ 5 ขวบ และคนโตน้องออกัส อายุ 7 ขวบ อาศัยอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีกับแม่ หรือภรรยาของน้องโอ๋ที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาถึง 9 ปี

เนื่องจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ น้องโอ๋ ที่เป็นถึงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต หนุ่มน้อยทั้งสองคนจึงได้เข้าโรงเรียนที่ดี พร้อมกับใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่ของพวกเขาไม่เคยมี

“ตอนเด็กๆ สมัยเรียนหนังสือ ภรรยาของผมเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เพราะครอบครัวไม่มีเงินส่งเสีย เธอจึงไม่มีทางเลือก เมื่อถึงรุ่นลูกเราผมจึงอยากให้ลูกๆ มีโอกาสในด้านการศึกษา ได้เรียนหนังสือสูงๆ”

น้องโอ๋ พยายามอย่างหนักในการทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งหมายรวมถึงลูกชายทั้งสองคนให้มีชีวิตที่ดีที่สุด และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ

“ผมทำงานหนักมากเพื่อพวกเขา และอธิบายให้พวกเขาเข้าใจเสมอถึงความสำคัญที่ผมต้องจากบ้าน จากพวกเขามา ผมทำเป็นตัวอย่างให้พวกเขาเห็นว่าผมดูแลพวกเขา ดูแลแม่ของเขา รวมถึงพ่อแม่ของผม และพ่อตาแม่ยายด้วย”

“ผมสอนเขาอยู่เสมอว่า เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมต้องการให้พวกเขาได้เรียนรู้และมีความเข้าใจชีวิต”

แม้ว่ามวยไทยเป็นสิ่งที่ น้องโอ๋ ใช้เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว และสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในระดับสากล แต่เขาไม่เคยกดดันให้ลูกๆ ต้องเข้าสู่วงการนี้เหมือนกับตน

หากลูกชายตัดสินใจจะเดินตามรอยเท้าพ่อของพวกเขา น้องโอ๋ก็พร้อมสนับสนุนและช่วยผลักดันทั้งสองคนไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างเต็มที่

“ผมอยากให้ลูกๆ โฟกัสที่เรื่องเรียนก่อน แต่ถ้าพวกเขาอยากต่อยมวย ผมพร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว”

“การจะชกมวยนั้น พวกเขาต้องจริงจัง ต้องฝึกฝนและซ้อมอย่างถูกต้อง รวมถึงเรียนรู้เทคนิคการต่อสู้อย่างถูกวิธีก่อนที่จะขึ้นชกได้”

นุ่มน้อยทั้งสองคนได้แสดงความสนใจในศิลปะการต่อสู้ออกมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะ ออกัส ที่อยากเป็นนักมวยเหมือนพ่อของเขา

น้องโอ๋ ส่งเสริมการเติบโตและพัฒนาการด้านกีฬาของลูกๆ ด้วยการจัดหาอุปกรณ์การซ้อมมวยมาไว้ที่บ้าน และได้สอนแม่ไม้มวยไทยแก่ลูกทั้งสองคนเมื่อมีโอกาสเดินทางกลับบ้านที่อุดรธานี

“ผมซื้อกระสอบทรายไว้ที่บ้าน และลูกผมก็ต่อยเล่นเตะเล่นอยู่บ้าง แต่เวลาผมได้กลับบ้าน พวกเขาก็จะได้ซ้อมอย่างจริงจัง ทันทีที่ผมถึงบ้าน เขาจะขอให้ผมสอนมวยให้เป็นสิ่งแรกเลย”

View this post on Instagram

Help me ????????????

A post shared by Nong-O Gaiyanghadao (@nongogaiyanghadao) on

แน่นอนว่า น้องโอ๋ คิดถึงลูกๆ เป็นอย่างมากในระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อขึ้นป้องกันแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

แต่ไม่ว่าจะต้องพบกับความลำบากในการต้องจากครอบครัวและคนที่เขารักมากเพียงใด น้องโอ๋ จะทำหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจและทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเขา

นอกจากนี้ แชมป์โลกชาวไทยยังต้องการให้ลูกๆ เติบโตเป็นคนดีของสังคม ด้วยการมีตัวอย่างที่ดีในการดำรงชีวิต

“ผมสอนเขาให้เป็นคนดี เชื่อฟังพ่อแม่ และไม่สร้างปัญหาหรือเป็นภาระให้กับคนอื่นๆ ผมพยายามอย่างมากที่จะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้กับพวกเขา”

“สิ่งที่ผมนำมาสอนพวกเขาคือชีวิตของผมเอง เรื่องการใช้ชีวิต ผมทำงานหนัก รับผิดชอบต่อหน้าที่ และเป็นคนดีครับ”

โฮจิมินห์  ซิตี้ | 6 กันยายน | 17.30 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19