บทความ

“ริวโตะ ซาวาดะ” เดินหน้าสู่การเป็นดาวดังใน วัน แชมเปียนชิพ

4 ธ.ค. 2019

“Dragon Boy” ริวโตะ ซาวาดะ ยอมอุทิศชีวิตของเขาให้กับศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่วัยเด็ก แม้นั่นจะทำให้เส้นทางชีวิตของเขาเปลี่ยนไปจากที่คาดหวังไว้ก็ตาม

ขณะที่เพื่อนๆ ของเขากำลังจะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย นักสู้หนุ่มผู้เชี่ยวชาญการซับมิชชันจากแดนซามูไร กลับยอมทิ้งชีวิตการศึกษาและผันตัวเป็นนักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหลังจบชั้นมัธยมปลาย ซึ่งการตัดสินใจของเขาได้รับการตอบแทนแล้ว เมื่อเขากลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในรุ่นสตรอว์เวตของ วัน แชมเปียนชิพ ขณะนี้

ก่อนการเผชิญหน้ากับ “Little Giant” โบคัง มาซันเยน ในศึก ONE: MARK OF GREATNESS ในวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมนี้ ที่แอ็กเซียตา อารีน่า กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ริวโตะ ได้เผยถึงแรงบันดาลใจ และการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของตัวเอง

แรงบันดาลใจจากเจ้าตำนาน

ริวโตะ เติบโตในฐานะลูกคนกลางของครอบครัวอันอบอุ่น ที่ประกอบไปด้วยพี่ชายคนโตและน้องสาวคนเล็กในย่าน เมงูโระ ของกรุงโตเกียว

เขาเรียนมวยปล้ำตั้งแต่วัย 4 ขวบ หลังจากที่พ่อพาเขาไปชมสุดยอดตำนานศิลปะการต่อสู้ชาวญี่ปุ่นอย่าง “คาซูชิ ซากุราบะ” ปะทะกับ “รอยซ์ เกรซี”

“คาซูชิ ซากุราบะ” เป็นผู้ริเริ่มและตำนานที่รู้จักกันในนาม “IQ Wrestler” เพราะเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งที่สูงใหญ่กว่ามากๆ ด้วยเทคนิคเหนือความแข็งแกร่ง และด้วยความสูง 156 เซนติเมตร ริวโตะ จึงมีฮีโร่ผู้นี้เป็นต้นแบบ

“ผมดูเขาเป็นตัวอย่างอยู่ตลอด แม้กระทั่งตอนนี้ ผมก็ต้องการเป็นนักสู้ให้ได้แบบเขา”

“เขาเป็นคนตัวเล็กที่สามารถคว่ำคนตัวใหญ่ๆ ได้ และเขายังทำให้ผู้ชมสนุกตื่นเต้นได้อีกด้วย ผมถูกใจการต่อสู้ในสไตล์ของเขา ในแบบซับมิชชัน”

อาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ว่าได้ เมื่อ ริวโตะ เริ่มฝึนศิลปะการต่อสู้ที่ ทาคาดะ โดโจ ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตสุดยอดตำนานอย่าง ซากุราบะ นั่นเอง

“สิ่งที่ผมหลงรักเกี่ยวกับมวยปล้ำ คือคุณสามารถเริ่มต้นจากการไม่เป็นอะไร แม้แต่ความแข็งแกร่ง แต่ถ้าคุณหมั่นฝึกซ้อมเรื่อยๆ และไม่ล้มเลิก คุณจะเก่งและแกร่งขึ้น”

ความเคารพและเกียรติยศ

Japanese martial arts star Ryuto Sawada enters the Circle

แม้ ริวโตะ จะสนุกสนานกับชีวิตในโรงเรียนและการได้เล่นกับเพื่อนๆ แต่เขาก็เฝ้ารอที่จะไปฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเขาย้ายไปฝึกกับ Abe Ani Combat Club (AACC) ในเมืองหลวง

ที่นี่เขาได้เรียนการต่อสู้กับ “ฮิโรยูกิ อาเบะ” และผู้บุกเบิกวงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหญิงอย่าง “เมงูมิ ฟูจิอิ” ผู้ที่ช่วยขยายบทเพลงแม่ไม้ศิลปะการต่อสู้ของเขาให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเป็นนักกีฬาอันดับต้นๆ ของค่าย AACC นั้นไม่เพียงพอสำหรับเขา และครูผู้ฝึกสอนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักกีฬาปรารถนาที่จะทำให้ตัวเองดีขึ้นผ่านเกียรติยศและความเคารพนับถือ การได้เรียนรู้ที่จะเคารพผู้อื่นอย่างถูกต้องก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการฝึกซ้อม

“ทั้งคู่เป็นโค้ชที่เก่งมาก พวกเขาสอนผมหลายเรื่อง และยังผลักดันให้ผมทำดีที่สุดในทุกๆ ครั้ง”

“ผมเข้าร่วมชมรมมวยปล้ำในช่วงปีแรกของมัธยมปลาย และเข้าใจว่าศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานคือสิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ผมเลยลาออกจากโรงเรียนและกลับไปฝึกซ้อมที่ค่าย AACC”

เขายอมรับว่าเขารู้สึกหลงทางในช่วงนั้น และสงสัยว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ แต่ไม่นานเขาก็ได้คำตอบที่ชัดเจน

ล้มแล้วลุก

Ryuto Sawada (red shorts) defeats Ismael Bandiwan via Submission at ONE Warrior Series 3

ภายใต้การฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยมจากค่าย AACC เขาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จคาราเต้สายสีดำและบราซิลเลียนยิวยิตสูสายสีม่วง ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักซับมิชชันที่น่าเกรงขาม

เมื่อตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางอาชีพในปี 2013 ริวโตะ ก็คว้าชัยแบบไม่ครบยก 4 จาก 5 ไฟต์ ก่อนได้ชิงแชมป์โลก Shooto หลังจากนั้น 2 ปี แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อดวลกับ “Nobita” โยชิตากะ ไนโตะ 

“สิ่งที่ยากที่สุดคือการก้าวผ่านความพ่ายแพ้ การคิดบวกและความรู้สึกกระตือรือร้นเป็นสิ่งที่ยากเสมอ”

“ผมคุ้นเคยกับการเปลี่ยนความผิดหวัง เป็นการฝึกฝนอย่างหนักสำหรับไฟต์ถัดไป”

แม้จะเก็บชัยชนะและกลับขึ้นสู่อันดับต้นๆ ได้ แต่เขาก็ต้องกลับไปอยู่ในอันดับเดิมๆ เมื่อพ่ายแพ้อีกครั้งในการดวลกับยอดฝีมืออย่าง “The Ninja” โยซูเกะ ซารูตะ 

ความใฝ่ฝันถึงเข็มขัดแชมป์โลก

Ryuto Sawada wins his ONE debut at ONE: DREAMS OF GOLD

ริวโตะ ปรากฏตัวในศึก Rich Franklin’s ONE Warrior Series เมื่อปีที่ผ่านมา และด้วยผลงานการซับมิชชันในยกแรกถึง 2 ครั้ง ทำให้เขาก้าวกระโดดมาเป็นนักกีฬาในสังกัด วัน แชมเปียนชิพ โดยย้ายมาฝึกกับยิมอีโวล์ฟ ที่สิงคโปร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางนักกีฬาระดับโลก

“ผมได้รับการช่วยเหลืออย่างมากจากเพื่อนร่วมทีมและโค้ชจากค่ายอีโวลฟ์ พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อให้ผมแข็งแกร่งขึ้น มันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศความเป็นทีมอันหนักแน่น ผมรู้สึกดีมาก”

การฝึกซ้อมอย่างหนักที่สิงคโปร์ส่งผลทันตา เมื่อเขาคว่ำ “The Krauser” อาซิซ คาลิม อย่างเร้าใจใน 69 วินาที เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในการเปิดตัวครั้งแรกบนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ

ตอนนี้ยอดนักสู้แดนปลาดิบเก็บชัยชนะได้ 3 ไฟต์ติดต่อกัน และเขารู้สึกมั่นใจว่าเขาสามารถไต่ระดับรุ่นสตรอว์เวตขึ้นไปได้เรื่อยๆ พร้อมแสดงศักยภาพตลอดเส้นทางนั้น

“สไตล์การต่อสู้ของผมคือหาโอกาสปิดเกมแบบไม่ครบยก มันเป็นสไตล์ที่ผมอยากแสดงให้แฟนๆ ได้เห็นและเรียกเสียงเชียร์จากพวกเขา” เขากล่าว

“ผมต้องการเก็บชัยชนะไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE”

อ่านเพิ่มเติม: “เกอร์ดาร์ชาน มานกัต” หวังคว่ำ “รีซ แม็คลาเรน” ในเกมถนัด

ONE: MARK OF GREATNESS | กัวลาลัมเปอร์ | 6 ธันวาคม  2562 | 17.00 น. ตามเวลาไทย | ONE Super App ถ่ายทอดสดตั้งแต่คู่แรก | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ออกอากาศเวลา 22.30 น.