บทความ

“ทาอิกิ นาอิโตะ” บนเส้นทางนักสู้ที่ไม่เคยโดดเดี่ยว

6 ก.พ. 2020

เมื่อใดก็ตามที่ “Silent Sniper” ทาอิกิ นาอิโตะ ต้องเผชิญอุปสรรคขวางทางสู่เป้าหมายในการเป็นนักสู้ เขาไม่จำเป็นต้องมองหาแรงสนับสนุนที่ไหนไกล เพราะมันอยู่ใกล้ๆ ตัวเขาตลอดเวลา

แชมป์ Shoot Boxing จากแดนอาทิตย์อุทัย มีพี่น้องและตัวเขาเองรวม 3 คน คนโตคือ เรียวตะ วัย 25 ปี ทาอิกิ เป็นคนกลางอายุ 24 ปี ส่วนคนสุดท้องชื่อ เคอิโตะ อายุ 21 ปี สามคนพี่น้องฝึกฝนการต่อสู้และคอยผลักดันกันเสมอ

Japanese Muay Thai specialist Taiki Naito kicks his way to victory in December 2019

ทาอิกิ และ เรียวตะ เริ่มฝึกคาราเต้ด้วยกันโดยได้รับแรงผลักดันจากแม่ที่อยากให้ลูกทั้งสองได้ฝึกระเบียบวินัยและรู้จักความเคารพจากศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ ซึ่งภายหลัง เคอิโตะ น้องคนสุดท้องก็ตามมาเรียนด้วยกันเมื่อถึงอายุที่เหมาะสม

สามพี่น้องจอมซ่าต่างมีอุปนิสัยไม่เหมือนกัน ถูกจับมาอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิด โดยมีศิลปะการป้องกันตัวเป็นสื่อกลาง

“เรามีทะเลาะกันบ้าง แต่โกรธกันแค่ไหนก็ต้องมาเจอกันอยู่ดี เพราะเราฝึกวิชาการต่อสู้ด้วยกัน เลยต้องใช้เวลาร่วมกันเป็นส่วนใหญ่ เอาเป็นว่าโดยรวมแล้วเราสามคนรักกันดีครับ”

แม้ ทาอิกิ บอกว่าเขารักคาราเต้ที่สุด แต่เขาก็เป็นคนแรกที่ย้ายไปเรียนคิกบ็อกซิ่งสมัยอยู่ ม.ต้น ขณะที่ เรียวตะ ผู้พี่เดินตามรอยเขามาติดๆ ส่วนคนน้องอย่าง เคอิโตะ ปันใจจากคาราเต้ โดยหันไปเรียนเคนโดได้สามปี ก่อนจะกลับมารวมกลุ่มกับพี่ๆ ทั้งสองอีกครั้งหลังเข้าเรียนมัธยมปลาย

“ผมว่า สองคนนั้นเห็นว่าผมสนุกกับคิกบ็อกซิ่งมาก เลยตัดสินใจมาฝึกตามผม”



ทาอิกิ เป็นคนที่สุดใสร่าเริง พี่น้องจึงมักมองเขาในฐานะคนสร้างบรรยากาศคึกคักประจำกลุ่ม และด้วยความที่ต่างคนต่างมีลักษณะนิสัยและสไตล์การชกคิกบ็อกซิ่งที่ต่างกัน ทำให้ช่วยอุดช่องว่างให้แก่กันและกันได้เป็นอย่างดี

“เคอิโตะ เป็นคนหัวไว เขามีประสาทสัมผัสและความสามารถในเชิงกีฬาดีมาก แล้วก็มองโลกในแง่ดีด้วย เขามีเซนส์เกี่ยวกับกีฬาการต่อสู้ ซึ่งทำให้เขาเก่งไปหมดทุกอย่าง เขาเดินเกมอย่างรอบคอบ และก็โจมตีเป็น”

“เรียวตะ ค่อนข้างหัวแข็ง ท้าชนกับทุกอย่างแบบซึ่งๆ หน้า อย่างไม่ยอมลดละ สไตล์ของเขาอาจไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่ จะออกแนวบุกเข้าไปตรงๆ มากกว่า เขาจะบุกแล้วบุกอีกจนกว่าจะชนะ ถือเป็นนักสู้สายลุยที่ไม่มีคำว่าถอยหลังในพจนานุกรม”

หลังจากอุทิศช่วงเวลาวัยรุ่นให้กับการฝึกฝน สามพี่น้องตระกูลนาอิโตะ ก็ก้าวเข้าสู่โลกแห่งการชิงชัย ทาอิกิ เปิดตัวในฐานะนักสู้อาชีพเป็นคนแรกใน Shoot Boxing 2011 โดยมี เรียวตะ ขึ้นเวทีเดียวในอีก 3 ปีให้หลัง  ส่วน เคอิโตะเริ่มในปี 2017 ที่ Deep Kick

Taiki Naito defeats Alexi Serepisos in his ONE Super Series debut

พวกเขาเข้าไปร่วมทีม Bell Wood Fight Team ในเดือนมกราคม เพื่อฝึกฝนร่วมกับแชมป์โลก Shoot Boxing และนักกีฬา วัน ซูเปอร์ ซีรีย์ รุ่นแบนตัมเวตอย่าง “Kaibutsukun” ฮิโรอากิ ซูซูกิ

ตอนนี้ทั้งสามก็กลับมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันอีกครั้ง พวกเขาสนับสนุนกันและกันตลอดการฝึกซ้อมอันหฤโหดที่ช่วยงัดศักยภาพของพวกเขาออกมาให้ถึงขีดสุด เท่านั้นยังไม่พอ ทาอิกิ ยังพาพี่น้องไปฝึกพิเศษโดยวิ่งขึ้นบันได สัปดาห์ละครั้งอีกด้วย

เมื่อคนหนึ่งคนใดมีกำหนดลงแข่ง พวกเขาจะเพิ่มความเข้มงวดในการฝึกเพื่อเพิ่มพูนทักษะ พลังกาย ไปขั้นพร้อมๆ กัน โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

“เราต้องการยกระดับตัวเองและเอาชนะไปด้วยกัน การฝึกซ้อมด้วยกันกับพี่น้องมันให้บรรยากาศความรู้สึกที่ดีมากครับ เราได้แบ่งปันเทคนิคและคอยให้กำลังใจกันและกัน เมื่อต้องเจอกับการฝึกหนักๆ เราจะมีสร้างแรงฮึดให้กันและกันเสมอ”

“ถ้าคนใดคนหนึ่งยังตามหลังในการฝึก ใช่ มันลำบากใจ แต่ก็มักจะเป็น เรียวตะ หรือไม่ก็ผมที่จะพูดกันตรงๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ก็ผมนั่นแหละ เพราะเวลามีอะไรๆ ผมมักเป็นตัวเปิดเสมอ ต่อให้เราเป็นพี่น้องกัน แต่ผมก็จะไม่ยอมให้ตัวเองหยุดอยู่กับที่ แน่นอนว่า เรียวต ะก็คิดเหมือนกัน แต่ผมจะเล่นใหญ่กว่าเขาหน่อย”

Taiki Naito gets his hand raised against Rui Botelho

แฟนๆ วัน แชมเปียนชิพ จะได้เห็น “Silent Sniper’s” เคอิโตะ ฉายเดี่ยวบนเวทีต่างประเทศ แต่ถ้าเป็นเวทีในบ้านเกิด สามพี่น้องจะอยู่ด้วยกันเสมอ

การได้รับแรงใจสนับสนุนจากสมาชิกในครอบครัว ยามที่เขาต้องประชันฝีมือกับนักสู้ชั้นเซียนระดับโลก คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ ทาอิกิ ยืดอกในเวทีระดับโลกอันแสนกดดันได้อย่างสง่าผ่าเผย

“เมื่อถึงวันแข่ง พวกเราจะอยู่ด้วยกัน ปฏิบัติต่อกันเหมือนเวลาปกติ และมันทำให้ทุกคนผ่อนคลาย ใจของผมจะสงบลงเวลาที่ได้อยู่กับพวกเขา”

“เราต่างรู้ใจ รู้ไส้รู้พุงกันไปหมด รู้ว่าคนไหนนิสัยยังไง ชอบไม่ชอบอะไร ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากสำหรับพวกเรา”

อ่านเพิ่มเติม: ใจเธอแกร่งจนน่ากราบ “Strong Heart” กับชีวิตที่เจ็บมาเยอะ

ONE: WARRIOR’S CODE | จาการ์ตา อินโดนีเซีย | 7 กุมภาพันธ์ 2563 | 17.30 น. ตามเวลาไทย | รับชมทาง ONE Super APP เวลา 17.30 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.40 น.