ให้เกียรติตำนาน! “เมืองไทย” ลั่นบู๊สุดเบอร์ ส่งท้าย “เสกสรร” ในไฟต์อำลา ศึก The Inner Circle 30
“ขุนศอกผีดิบ” เมืองไทย พีเค. แสนชัย กำปั้นแกร่ง วัย 32 ปี จากบุรีรัมย์ ประกาศลั่นพร้อมสู้สุดฝีมือ เพื่อเป็นเกียรติในไฟต์อำลาของ “คนไม่ยอมคน” เสกสรร อ.ขวัญเมือง” มวยสายแข็ง วัย 37 ปี จากนครศรีธรรมราช ในการพบกันภาคที่ 6 ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึกใหญ่ประจำไตรมาสสาม The Inner Circle 30 วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

หลังเป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ถอนแค้นได้สำเร็จ ในไฟต์ล่าสุดที่เจอกันในศึก ONE ลุมพินี 114 เมื่อเดือน มิ.ย. 68 “เมืองไทย” ประกาศว่าไม่คิดเปิดศึกภาค 6 กับ “เสกสรร” อีก แต่เมื่อทราบว่านักชกรุ่นพี่เลือกให้ตนเป็นคู่ชกในไฟต์อำลาสังเวียน เจ้าตัวก็ตัดสินใจตอบรับคำท้านี้ทันทีด้วยความเต็มใจ
“ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติมากที่ เสกสรร เลือกผมให้เป็นคู่ชกในไฟต์อำลาสังเวียน ผมคิดว่าที่เขาเลือกเจอกับผมน่าจะเป็นเพราะเราเป็นมวยบู๊เหมือนกัน ทำให้ทุกครั้งที่เจอกัน เกมจึงออกมาสนุกและดุเดือดตลอดครับ”

“หลังจากชนะเขาในไฟต์ล่าสุด ผมเคยพูดไว้ว่า ไม่ขอเจอกันอีกแล้ว เพราะเราสนิทกัน แต่ถ้าเขามองว่าการได้เจอกับผมจะทำให้ไฟต์อำลาสังเวียนของเขาออกมาสนุกที่สุด ผมก็ต้องจัดให้ ผมให้เกียรติเขาเต็มที่เหมือนเดิม และเชื่อว่าไฟต์นี้จะสนุกเหมือนทุกครั้งที่เราเคยเจอกันครับ”
เมืองไทย ซูฮก เสกสรร ตำนานสายบู๊ตัวจริง
ตลอด 15 ไฟต์ในรายการของ ONE “เสกสรร” ฝากผลงานบู๊สุดมันประทับใจแฟนมวย การันตีด้วยการคว้าเงินโบนัส แบบไม่รวมค่าตัวกว่า 5 ล้านบาท แต่ก็แลกด้วยการใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วงจนหลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ ซึ่งทำให้ “เมืองไทย” เข้าใจการเลือกยุติเส้นทางชกมวยของอีกฝ่าย พร้อมชูให้คู่ปรับตลอดกาลรายนี้เป็นตำนานของนักสู้รุ่นหลัง

“ตอนทราบว่า เสกสรร จะชกเป็นไฟต์อำลาก็ตกใจ แต่รู้สึกว่าเขาคงคิดมาดีแล้ว ด้วยสภาพร่างกาย อายุ และอีกหลายอย่าง มันถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเขากรำศึกมาหนักมากตลอดอาชีพการชกมวย”
“ผมเห็นเขาชกมานานมาก เขาเป็นมวยสายบู๊ต้นแบบของนักสู้รุ่นหลังหลายคน ซึ่งรวมถึงตัวของผมเองด้วย ไม่ว่าเขาชกครั้งไหนก็บู๊ดุเดือดตลอดทุกไฟต์ ไม่เคยคิดเอาเปรียบคนดูเลยครับ”

“ผมกับ เสกสรร ชกกันมาแล้ว 5 ครั้ง เจอกันครั้งแรกแถวภาคใต้ ตอนนั้นผมอายุยังไม่ถึง 20 ปี ส่วน เสกสรร มีชื่อเสียงมาก่อนแล้ว และสภาพร่างกายยังแข็งแรงเต็มที่ ซึ่ง 4 ครั้งแรกผมเป็นฝ่ายแพ้ทั้งหมด แม้รูปเกมจะสู้กันได้สนุกสูสี แต่เขาก็สู้แบบสุดใจ ใช้ความเก๋าเบียดเอาชนะผมไปได้ตลอด”
“จนกระทั่งล่าสุดที่เจอกันในรายการ ONE ลุมพินี ผมเอาชนะเขาได้เป็นครั้งแรก ส่วนหนึ่งมาจากสภาพร่างกายที่สดกว่า รวมถึงกติกานวมเล็กที่นับทุกอาวุธเข้าเป้า ทำให้ผมคว้าชัยชนะมาได้ เกมวันนั้นดุเดือดมาก จนสุดท้ายเราได้รับโบนัสย้อนหลังทั้งคู่ครับ”
“สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดทุกครั้งที่ได้ชกกับเขาคือ แฟนมวยมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เราสู้กันสนุก ผมดีใจที่ได้ดวลกับนักชกระดับตำนาน เขาเป็นนักสู้ตัวจริง สมฉายา ‘คนไม่ยอมคน’ ครับ”
เมืองไทย ขอปิดตำนาน เสกสรร ให้สมศักดิ์ศรี
ขณะเดียวกัน “เมืองไทย” ก็หวังเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้ หลังล่าสุดพ่ายคะแนนไม่เอกฉันท์ “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” ในศึก The Inner Circle 20 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยืนยันพร้อมเปิดเกมแลกเดือดกับ “เสกสรร” แบบสุดฝีมือ เพื่อสร้างตอนจบของศึกคู่ปรับตลอดกาลให้เป็นที่จดจำของแฟนมวยไปอีกนาน
“ผมอยากกลับมาคว้าชัยและแจ้งเกิดอีกครั้ง หลังแพ้มา 2 ไฟต์ติดต่อกัน จึงทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อไฟต์นี้ ถ้ามีจังหวะน็อก ผมพร้อมปิดเกมทันที แม้ช่วงหลังผลงานของเขาอาจไม่ค่อยดีนัก แต่เชื่อว่าไฟต์นี้ต่างคนต่างไม่ยอมกันแน่นอนครับ”
“ไฟต์นี้ทุกอย่างต้องตัดสินกันบนเวที ไม่มีใครมาเกรงใจกันแน่นอน เพราะนี่คือเกมกีฬาและเราต้องสู้กันแบบมืออาชีพ สำหรับผม การให้เกียรติคู่แข่งที่ดีที่สุดคือการทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ผมจะใส่สุดฝีมือ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นผลงานครับ”
ติดตาม “เสกสรร vs เมืองไทย” วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 30 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle