ต้องชนะเท่านั้น! “ทาเครุ” เปิดใจถึงไฟต์อำลากับ “รถถัง” ลั่นคว้าเข็มขัดปิดตำนานสวย
“ทาเครุ เซกาวา” ดาวบู๊คนดัง วัย 34 ปี จากญี่ปุ่น ประกาศขอเค้นฟอร์มเก่งล้างแค้นคู่ปรับเก่า “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) เพื่อปิดฉากอาชีพอย่างสวยงาม ด้วยการคว้าเข็มขัด ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล มาครอง โดยไฟต์นี้ถูกวางเป็นคู่เอกอีเวนต์ใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ONE ซามูไร 1 ที่จะระเบิดความมันในวันพุธที่ 29 เม.ย. นี้ ณ สนามอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ไฟต์นี้ “ทาเครุ” อดีตแชมป์โลก K-1 สามรุ่น จะขึ้นชกในฐานะไฟต์อำลาสังเวียน หลังจากทุ่มเทให้กับคิกบ็อกซิงมายาวนานเกือบสองทศวรรษ เจ้าตัวคิดว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะยุติบทบาทบนสังเวียนอย่างสง่างามและฝากตำนานไว้ให้โลกจดจำ
“จริง ๆ แล้วผมยังไม่ได้รู้สึกว่ามันถึงเวลาต้องอำลาสังเวียนแบบชัดเจน แต่ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ผมเริ่มคิดเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยให้สภาพร่างกายเป็นตัวตัดสินหลัก ช่วงหนึ่งผมรู้สึกว่านั่นอาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ยังสามารถขึ้นชกในสภาพที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณปีก่อน”
“ถ้าจะชกต่อ ผมก็ยังทำได้ แต่ผมเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมสามารถพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดได้ ผมจึงเลือกตัดสินใจแขวนนวมในตอนนี้ครับ”

สำหรับนักสู้ที่เคยสร้างบรรทัดฐานใหม่และเปลี่ยนโฉมหน้าวงการคิกบ็อกซิงมาแล้ว “ทาเครุ” ประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่ว่ามีเพียงคู่ต่อสู้คนเดียวเท่านั้นที่คู่ควรเป็นบทสรุปสุดท้ายของเขานั่นคือ “รถถัง” ซึ่งเป็นจุดประสงค์เดียวที่เข้าตัดสินใจก้าวสู่ชายคา ONE ตั้งแต่ต้น
“ผมดีใจมากที่ได้กลับมาชกกับ รถถัง ในไฟต์สุดท้ายของอาชีพ ตั้งแต่ก่อนเข้าร่วม ONE สิ่งที่ผมคิดถึงมาตลอดคือการเอาชนะเขาให้ได้”
ย้อนไปในศึก ONE 172: ทาเครุ vs รถถัง เมื่อเดือน มี.ค. 68 “ทาเครุ” พลาดท่าโดนหมัดฮุกซ้ายของ “รถถัง” ปิดเกมน็อกเอาต์เพียง 80 วินาทีของยกแรกเท่านั้น ซึ่งทำให้เจ้าตัวเสียศูนย์จนเกือบจะแขวนนวม และตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เคยสร้างมา
แต่จิตวิญญาณของเลือดซามูไรไม่มีวันยอมแพ้ “ทาเครุ” กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งในศึก ONE 173: ซุปเปอร์บอน vs มาซาอากิ เมื่อเดือน พ.ย. 68 ด้วยการเอาชนะทีเคโอยก 2 “เดนิส พูริช” จากบอสเนีย-แคนาดา พร้อมคว้าโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1.6 ล้านบาท) ไปครอง
แม้ความพ่ายแพ้นั้นจะสร้างความเจ็บปวดข้างใน แต่เขามองว่านั่นเป็นบทเรียนสำคัญที่พาเขามาถึงจุดนี้ที่เขามีโอกาสได้ลุ้นการเป็นแชมป์โลก ONE อันทรงเกียรติและปิดฉากชีวิตบนสังเวียนผ้าใบอย่างสมบูรณ์แบบ
“เมื่อมองย้อนกลับไป ผมเชื่อว่าความพ่ายแพ้ครั้งก่อนก็เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่พาผมมาถึงไฟต์อำลานี้ และครั้งนี้ผมจะพลิกทุกอย่างกลับมาคว้าเข็มขัดเส้นนี้ให้ได้”

ทาเครุ ตั้งเป้าเอาชนะ รถถัง จบภารกิจนักสู้แบบบริบูรณ์
แนวคิดนี้ทำให้ “ทาเครุ” เป็นนักสู้ที่พิเศษไม่เหมือนใคร และไฟต์สุดท้ายของเขาไม่ได้เป็นแค่การคว้าตำแหน่งแชมป์โลก แต่คือการโบกมือลาให้กับโลกแห่งการต่อสู้แบบเป็นตำนาน เพื่อพิสูจน์ว่าแชมป์ที่แท้จริงไม่เคยหยุดสู้ ไม่ว่าอุปสรรคจะยากเย็นเพียงใดก็ตาม
“สุดท้ายแล้ว ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ทาเครุ คือศูนย์กลางของวงการศิลปะการต่อสู้ และไฟต์นี้ผมต้องชนะให้ได้ครับ”
ล่าสุดในงานแถลงข่าวความพร้อมศึก ONE ซามูไร 1 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงละคร โฮโช โนะ ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา “ทาเครุ” ได้ตอกย้ำว่าพร้อมทำหน้าที่ไฟต์สุดท้ายในอาชีพแบบสุดความสามารถ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับทุกคนได้จดจำในฐานะตำนานนักสู้เลือดบูชิโด
“การเจอกับ รถถัง ครั้งแรกเป็นประสบการณ์แย่มากที่แพ้ไป แต่ก็มีความสุขมากที่จะได้กลับมาล้างตาในครั้งนี้ เป้าหมายเดียวของผมคือการเอาชนะ รถถัง ที่ได้ชื่อว่าแกร่งที่สุดในรุ่นนี้ของ ONE ให้ได้”
“ตั้งแต่เซ็นสัญญาชกใน ONE ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสโชว์ผลงานต่อหน้าแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นบ่อยนัก ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ขึ้นชกในศึก ONE ซามูไร นัดปฐมฤกษ์ ที่สำคัญ ครั้งนี้จะเป็นไฟต์สุดท้ายของผมด้วย ผมตั้งใจอยากจะคว้าเข็มขัดกลับบ้านให้ได้ครับ”
แฟนกีฬาที่สนใจเข้าชมศึก ONE ซามูไร 1 ถึงขอบสนาม สามารถจองบัตรเข้าชมผ่านทาง ONEFC.com/ONESamurai1 และสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH