ข่าว

“แสงมณี” หวั่นนวมเล็ก 3 ยก เข้าทาง “กุหลาบดำ” ลั่นถึงเป็นต่อก็ประมาทไม่ได้

19 ส.ค. 2020

“แสงมณี คลองสวนพลูรีสอร์ต” เจ้าของฉายาทารกเงินล้าน วัย 23 ปี นักมวยที่ได้รับรางวัล “ยอดมวย” ด้วยอายุน้อยที่สุดเพียง 15 ปี แถมมีค่าตัวและเงินเดิมพันหลักล้านตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ ล่าสุดได้เปลี่ยนมาใช้สีเสื้อใหม่จาก “เสถียรมวยไทย” เป็น “คลองสวนพลูรีสอร์ต” ในการเปิดศึกใหญ่ที่เจ้าตัวได้ขึ้นแท่นคู่เอกเวทีระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ นำรายการ ONE: NO SURRENDER III ในทัวร์นาเมนต์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (61.3-65.8 กก.) รอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะมีการออกอากาศในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมนี้

ภายใต้รูปแบบการจัดแข่งขันของ วัน แชมเปียนชิพ ที่เน้นการเป็นสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์ ถูกเสริมให้เข้มข้นขึ้นหลังจับ “กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย” ยอดมวยซ้ายอุกกาบาต วัย 22 ปี มาประกบคู่กับ แสงมณี เป็นครั้งแรก หลังจากที่มีการเรียกร้องให้คู่นี้มาดวลกันนานนับปี แต่ยังไม่มีศึกไหนจัดสนองแฟนๆ สักที

 

แสงมณี vs กุหลาบดำ คู่เอกศึก ONE: NO SURRENDER III

 

ไฟต์นี้จึงเหมือนการสานฝันให้แฟนๆ ทั่วโลก โดยชื่อชั้นของ แสงมณี ในเมืองไทยนั้น ถือเป็นมวยฝีมือ หาตัวจับยาก อาวุธครบเครื่อง ปราบคู่แข่งแถวหน้ามานักต่อนัก ส่วน กุหลาบดำ เป็นมวยหมัดหนัก มีดีกรียอดมวยการันตี แม้จะมีคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ แต่ขึ้นเวทีครั้งใดเรตติงพุ่งปรี๊ด ที่สำคัญเป็นมวยซ้ายด้วยกันทั้งคู่

จากพิษภัยของโควิด-19 ทำให้ แสงมณี ร้างสังเวียนไปเกือบครึ่งปี แต่ยังดีที่ได้เคาะสนิมด้วยการไปช่วย “แสงอาทิตย์ ลูกทรายกองดิน” ลงนวม เพื่อชิงแชมป์มวยสากล WBA รุ่น 140 ปอนด์ที่ว่างกับ กุหลาบดำ เมื่อ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

แสงมณี vs เคนตะ ยามาดะ

 

พอรู้ตัวว่าถูกประกบคู่ให้พบ กุหลาบดำ ด้าน แสงมณี และพ่อ “หนูกัน สิทธิเดช” ก็ตอบตกลงทันที โดยศึกนี้ถือเป็นไฟต์ที่ 3 ของ แสงมณี ใน วัน แชมเปียนชิพ

ก่อนหน้านี้เขาเอาชนะนักมวยโมร็อกโก “อาซิซ ลาลี” ด้วยคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2562 ก่อนจะเปิดศึกรับศักราชใหม่กับนักชกญี่ปุ่น “เคนตะ ยามาดะ” เมื่อ 10 มกราคมที่ผ่านมา ที่อิมแพ็ค อารีน่า ประเทศไทย และคว้าชัยไปเป็นไฟต์ที่สอง

จากนั้นปลายเดือนต่อมา แสงมณี ก็กลับมาชกเวทีในบ้าน กับ “ธนัญชัย ราชานนท์” ในกติกามวยไทย 5 ยก ผลสุดท้ายจบไม่สวย แสงมณี พ่ายคะแนนไป

ด้านคู่แข่งขัน กุหลาบดำ นั้น ร้างสังเวียนนานร่วม 10 เดือน แต่ได้กลับมาอุ่นเครื่องวอร์มอัปร่างกายในไฟต์ชิงแชมป์มวยสากล กับ แสงอาทิตย์ ลูกทรายกองดิน ก่อนจะได้เจอ แสงมณี ในทัวร์นาเมนต์ของ วัน แชมเปียนชิพ

 

แสงมณี ถึงสถานที่พักนักกีฬาซึ่ง วัน แชมเปียนชิพ จัดสรรไว้ให้

 

“ผมไม่ได้ชกเลยตลอด 5 เดือน ก็มีการซ้อมเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง แต่ไม่หนักเท่ากับการซ้อมเพื่อเตรียมตัวชก แต่พอรู้ว่าได้กลับมาชกในศึก วันฯ ก็ดีใจมากครับ และยิ่งเซอร์ไพรส์ที่คู่ชกของผมเป็น กุหลาบดำ เพราะก่อนหน้านั้นมีกระแสเชียร์ให้เจอกันอยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เจอกันจริงๆ สักที”

“กุหลาบดำ เป็นมวยหมัดหนัก หมัดแรง ยิ่งต้องชกกันด้วยนวมเปิดนิ้ว ยิ่งจะเข้าทางเขามากขึ้นไปอีก เพราะนวมเล็กป้องกันตัวยาก หมัดมันทะลุการ์ดเข้ามาได้ง่าย และถ้าโดนเข้าก็เจ็บกว่านวมปกติแน่นอนอยู่แล้ว”

“ส่วนจุดอ่อนของเขาก็คือเรื่องแผ่วปลาย ยืนระยะได้ไม่นาน แต่ไฟต์นี้เราชกกันแบบ 3 ยกเท่านั้น ดังนั้นแทบจะบอกได้ว่า มีหลายๆ อย่างค่อนข้างเอื้อประโยชน์ให้เขาได้มาก จึงประมาทไม่ได้เลย”

 

View this post on Instagram

Left kick, right kick #Sangmanee????✌️????

A post shared by Sangmanee Sitthidech (@sangmaneesitthidech) on

 

แม้ แสงมณี จะเปลี่ยนสีเสื้อใหม่ แต่ก็ยังคงฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายเสถียรมวยไทย ซอยรามคำแหง 88 โดยมี “เสถียร สมขาว” อดีตเทรนเนอร์ “บัวขาว บัญชาเมฆ” เป็นผู้วางแผนเรื่องการฝึกซ้อม และได้ “พลายชุมพล ลูกเจ้าพ่อพระยาแล” มาคอยช่วยจับเป้าให้

“การซ้อมครั้งนี้ ต้องซ้อมหนักทุกอย่างเลยครับ เพราะว่าร้างเวทีไปนาน ซึ่งการที่ร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว มันก็ไม่ส่งผลดีกับนักมวยเท่าไหร่ และสิ่งที่ผมค่อนข้างเน้นเป็นพิเศษในไฟต์นี้คือการป้องกันหมัด เพราะมันเป็นอาวุธที่ขึ้นชื่อของเขาเลย”

“การเจอยอดมวยอย่าง กุหลาบดำ แม้หลายกระแสจะให้เครดิตผมเป็นต่อเขาเยอะ แต่บนสังเวียนมันมีความท้าทายทุกวินาที อะไรก็เกิดขึ้นได้นะครับ ทุกอย่างมัน 50/50”

 

 

การถูกมองว่าเป็นต่อ ทำให้ แสงมณี เกิดแรงกดดันไม่น้อยจากความคาดหวังของแฟนๆ ส่วน กุหลาบดำ เองก็ถูกกดดันจากกระแสที่ปรามาสเขาไว้เยอะ เมื่อต่างต้องแบกรับแรงกระแทก ไฟต์นี้จึงมั่นใจได้ว่า พวกเขาย่อมตั้งใจมาอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

ที่สำคัญการผ่านด่านโหดนี้ไปได้ และต้องไปเจอกับ “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” ที่รออยู่ในรอบชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ ซึ่งปลายทางของชัยชนะคือการได้เทียชั้นกับเจ้าบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต อย่าง  “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” ซึ่งหากโค่นนักชกระดับเจ้าตำนานได้ มันก็คุ้มค่ากับความเหนื่อยยากที่ผ่านมาทั้งหมดทั้งปวง

 

 

สำหรับศึก ONE: NO SURRENDER III ประกอบด้วย 6 คู่แข่งขันทั้งในกติกามวยไทย และการต่อสู้แบบผสมผสาน โดยมีนักสู้แถวหน้าทั้งไทยและต่างชาติขึ้นสังเวียน อาทิ มงคลเพชร เพชรยินดีอะคาเดมี, ซก ที (กาก้า แป๊ะมีนบุรี), ชนนภัทร วิรัชชัย, ฟาบิโอ ปินกา และการเปิดตัวของนักมวยสาว วันเดอร์เกิร์ล แฟร์เท็กซ์

แฟนๆ สามารถรับชมได้หลากหลายช่องทาง ได่แก่ ONE Super AppYouTube ของ ONE Championship และ AIS Play เวลา 19.30 น. ส่วนไทยรัฐทีวี ช่อง 32 รับชมได้เวลา 22.30 น. ของวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมนี้

 

อ่านเพิ่มเติม:
โหลดเพิ่มเติม

สมัครเพื่อไม่พลาดข่าวเด็ด

เพื่อไม่พลาดข่าวสารของ วัน แชมเปียนชิพ สมัครตอนนี้! เพื่ออ่านข่าวล่าสุดก่อนใคร รวมทั้งร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลสุดว้าวและรับสิทธิพิเศษในการเข้าชมการแข่งขันแบบไลฟ์สด
การส่งแบบฟอร์มนี้ถือว่าท่านให้ความยินยอมให้เรารวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลของท่านภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ท่านสามารถยกเลิกการสมัครรับข่าวสารได้ตลอดเวลา