ข่าว

มาไม้ไหนก็ไม่กลัว “ราดีม ราห์มัน” มั่นใจรับมือ “เจฟ จัน” ทุกกระบวนท่า

26 ก.พ. 2020

เมื่อปีก่อนเส้นทางอาชีพของ “ราดีม ราห์มัน” นักสู้ชาวสิงคโปร์ผู้บุกเบิกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานมีอันต้องสะดุดลง แต่ตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาโชว์ฟอร์มอีกครั้ง และจะทำให้ปีนี้เป็นปีที่สร้างผลงานแจ่มที่สุด

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ นักสู้วัย 32 ปี มีนัดเจอกับ “เจฟ จัน” ซึ่งเดินทางไกลจากแคนาดา เพื่อเผชิญหน้ากันบนสังเวียนที่ สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม ในการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) รุ่นแบนตัมเวต ในฐานะคู่เปิดหัวของศึก ONE: KING OF THE JUNGLE  

ก่อนหน้านี้ ราดีม ต่อสู้กับอาการบาดเจ็บมาหลายปี แต่สาเหตุที่เขาร้างสังเวียนเมื่อปีที่แล้ว มาจากเหตุผลที่น่ายินดี เพื่อปลีกตัวไปต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก รวมถึงเพิ่มพูนทักษะการต่อสู้ของตนเอง

ตอนนี้เขากำลังตั้งตารอที่จะนำทุกอย่างที่ได้ฝึกฝนไปใช้บนสังเวียนเพื่อสร้างความสำเร็จ ตามที่เขาเคยวางเป้าหมายไว้หลังจากวันที่ได้เปิดตัวอย่างสวยงามในรายการ วัน แชมเปียนชิพ

ก่อนจะถึงวันศุกร์นี้ที่ ราดีม มีโอกาสโชว์ฟอร์มอีกครั้ง เขาได้เปิดเผยความรู้ที่ได้กลับคืนสู่สังเวียน รวมถึงแผนการเล่นงานคู่แข่งอย่าง “เจฟ จัน”

ONE: คุณรู้สึกอย่างไรที่จะต้องเจอกับ “เจฟ จัน”

ราดีม ราห์มัน: ทางด้านร่างกายนับว่าดีครับ และผมเตรียมความพร้อมด้านจิตใจมาเรียบร้อยแล้ว มันเหมือนได้กลับมาคืนถิ่น เพราะครั้งล่าสุดที่ลงแข่งในสิงคโปร์ก็ผ่านมาพักใหญ่แล้ว และตอนนี้ผมก็กลับมา แน่นอนว่าผมตื่นเต้นมาก มากกว่าความประหม่าซะอีก ผมเพิ่งจะแข่งมวยสากลมา ผมจึงรู้สึกว่าได้เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจล่วงหน้าไปแล้ว และผมอยากจะแสดงให้เห็นว่าผมพัฒนาขึ้นแค่ไหนเมื่อผมได้เข้าไปอยู่ในสนาม



ONE: แล้วระหว่างนั้นคุณไปทำอะไรมา

ราดีม ราห์มัน: ผมฝึกการยืนสู้มาหนักมาก ทั้งมวยสากลและมวยไทย นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงยังลงแข่งมวยสากลอยู่ เพื่อที่ผมจะได้ทำความเข้าใจ และนำมันมาปรับใช้ให้คล่องแคล่วขึ้น ผมอยากผสมผสานอาวุธต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อที่ผมจะได้เป็นนักกีฬาการต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อผมสาดอาวุธออกไป ผมจะได้รู้วิธีควบคุมระยะ การหลอกล่อ และรวบเขาลงพื้นเพื่ออยู่ในท่าที่ได้เปรียบ

และแน่นอน ผมกำลังฝึกปล้ำจับล็อกอยู่เช่นกัน ผมเชื่อว่าทักษะนี้มีความสำคัญมากกว่าอย่างอื่นหากต้องสู้ในระยะประชิด มันทำให้คุณมีตัวเลือกในการทำเทกดาวน์ หรือแม้แต่ตอนที่เป็นฝ่ายถูกเทกดาวน์ เพราะงั้นผมถึงต้องเตรียมตัวเรื่องนี้ด้วย

ONE: คุณเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันนัดแรกของคุณนับจากเดือนตุลาคม 2018 อย่างไร

ราดีม ราห์มันอันดับแรกคือ ผมรู้สึกดีใจมาก จนแทบจะรอให้ถึงวันแข่งไม่ไหว มันเป็นเวลากว่าหนึ่งปีครึ่งเลยนะที่ผมร้างสังเวียนไป ผมจึงอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ผมเก่งขึ้นนับจากการแข่งขันครั้งก่อน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะก้าวขึ้นสังเวียนในบ้านเกิดของผมในครั้งนี้

Radeem Rahman submits Tan De Pang via rearnaked choke

ONE: คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อถูกประกบคู่ในศึกนี้

ราดีม ราห์มัน: ผมทั้งตกใจและเซอร์ไพรส์ในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เพราะผมมีปัญหากับคู่แข่งนะ แต่เพราะผมมีโอกาสได้กลับมาลงแข่งในบ้านเกิดอีกครั้ง และเมื่อทราบว่าคู่ต่อสู้คือ เจฟ จัน คนดังจากช่อง MMAShredded ผมรู้สึกว่ามันเจ๋งมากที่ได้เจอกับคนที่ทำคลิปสอนศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานแบบนี้ ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าการแข่งจะดำเนินไปในทิศทางไหน เพราะเขาค่อนข้างว่องไว อีกทั้งการแข่งขันมันเป็นอะไรที่มากกว่าการทำวิดีโอ เราจะได้รู้กันว่าเขารักศิลปะการต่อสู้มากแค่ไหน

ONE: คุณคิดว่าจุดแข็งของเขาคืออะไร 

ราดีม ราห์มัน: วิธีการสู้ของเขา เขาไว และมีการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก เพราะครั้งสุดท้ายที่เขาลงแข่งก็เมื่อปีกว่าๆ มาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีความชำนาญทั้งเกมภาคพื้นและยืนสู้ เขาเป็นนักสู้ที่ดีและอันตรายจริงๆ

ONE: แล้วจุดอ่อนของเขาล่ะ

ราดีม ราห์มัน: สภาพภูมิอากาศของเราอาจเป็นปัญหากับเขา เขาต้องปรับตัวให้เข้ากับอากาศแบบสิงคโปร์ เขาอาจจะมาที่ประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียเพื่อเตรียมตัวก่อนที่จะได้ลงแข่งขันในวันจริง

ONE: คุณคิดว่าคุณจะสู้เขายังไง

ราดีม ราห์มัน: ผมจะลงแข่งด้วยน้ำหนักปกติ ผมมีพลังงานและจังหวะ ผมเชื่อว่าเราจะสู้กันจนครบยก

Radeem Rahman celebrates his win against Tang De Pan

ONE:  คุณคาดหวังอะไรกับตัวเองในนัดนี้

ราดีม ราห์มัน: ที่ผ่านมาผมมักพยายามจบการแข่งขันให้เร็วที่สุด แต่ในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมไม่รู้ว่าผมจะปิดเกมได้ตั้งแต่ยกแรกๆ ไหม ดังนั้นผมต้องช่วงชิงโอกาสที่มี ถ้าเขาพลาดสักครั้ง ผมจะชิงความได้เปรียบจากตรงนั้น แต่ถ้าไม่ ผมก็จะต้องเล่นไปตามเนื้อผ้า ถ้าเผด็จศึกเขาบนพื้นไม่ได้ ผมก็จะอวสารด้วยเกมยืน

อ่านเพิ่มเติมคัดมาแล้ว! 5 ไฟต์ของนักสู้ไทยที่น่าจดจำในแดนสิงโต