บทความ

“เจฟ จัน” นักสู้เน็ตไอดอลกับเส้นทางที่เลือกเอง

24 ก.พ. 2020

“เจฟ จัน” ต้องเลือกระหว่างทำตามความปรารถนา กับการยึดอาชีพที่มั่นคงกว่า แต่แล้วเหตุการณ์หนึ่งก็เข้ามาเปลี่ยนชีวิต และทำให้เขาตัดสินใจเลือกที่จะทำตามความฝันของตัวเอง

นักสู้ชาวแคนาดาซึ่งปัจจุบันได้เป็นนักศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสมผสานระดับอาชีพ เขามีชื่อเสียงและเป็นไอดอลในระดับสากล ด้วยการแชร์ความรู้และแรงบันดาลใจผ่านช่อง MMAShredded ทางโซเชียลมีเดีย และกลายเป็นนักสู้ทรงอิทธิพลที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน

ก่อนเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ภายใต้ศึก ONE: KING OF THE JUNGLE ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม เจฟ จัน จะมาเปิดเผยเรื่องราวส่วนหนึ่งของชีวิต ก่อนที่เขาจะก้าวสู่เวทีระดับโลกแห่งนี้

เริ่มต้นศิลปะการต่อสู้

Jeff Chan from MMAShredded

เจฟ จัน เกิดและเติบโตที่ ออตตาวา รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เขามีชีวิตวัยเด็กที่มีความสุข เป็นเด็กกระตือรือล้นตลอดเวลา ฉายแววด้านกีฬามากกว่าวิชาการ ด้วยเหตุนี้เขาจึงพาตัวเองไปที่ ออตตาวา อะคาเดมี ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ ตามคำแนะนำของเพื่อน

ตอนเด็กๆ ผมเล่นกีฬาหลายอย่าง ทั้งฟุตบอล บาสเก็ตบอล และวอลเลย์บอล ผมไม่ใช่เด็กเรียนดี แต่ผมเก่งกีฬา ตอนอายุ 15 เพื่อนซี้ผม แอนดริว ดวง ชวนผมไปยิม เพื่อไปเรียนมวยไทยด้วยกัน ซึ่งเขาเรียนอยู่ก่อนแล้ว ผมไปลองฝึกมวยไทยดูครั้งหนึ่ง และได้ลองยิวยิตสูหลังจากนั้น และผมก็เกิดชอบศิลปะการต่อสู้ขึ้นมา”

ผมฝึกยิวยิตสู แต่ผมแพ้ราบคาบในการลงแข่งขันครั้งแรก ทำให้ผมท้อใจที่จะกลับไปฝึกใหม่ ผมจึงตัดสินใจไปฝึกมวยไทยอยู่ 4 ปี และอยากฝึกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานดูบ้าง ผมจึงได้กลับไปเรียนยิวยิตสูกับมวยปล้ำ

เจฟฟ์ แฮร์ริสัน โค้ชของเขาเห็นแววในตัวของลูกศิษย์คนนี้ จึงตั้งฉายาให้ เจฟ จัน ว่า มาซาโตะตามอย่างแชมป์ K-1 เวิลด์ แม็กซ์ ที่เป็นไอคอนของญี่ปุ่นในตอนนั้น

ความคาดหวังของพ่อแม่

Jeff Chan from MMAShredded

แม้ เจฟ จัน จะไปได้สวยในฐานะนักกีฬาการต่อสู้ แต่มันก็เป็นเพียงการใช้เวลาว่างในระหว่างการเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย เขาเรียนในคณะธุรกิจและการบัญชีเป็นเวลาสองปีตามความคาดหวังของพ่อแม่ แต่เขาเปลี่ยนเส้นทางกลางคันเพื่อเลือกในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า

ผมเรียนบัญชีเพราะครอบครัวของผมเป็นคนจีน พวกเขาอยากให้ผมทำงานที่มั่นคง เจสสิกา พี่สาวของผมเชี่ยวชาญด้านการเงินมาก ดังนั้นผมก็เลยเรียนบัญชีตามเธอ แต่มันไม่เวิร์กสำหรับผมเลย ก็คล้ายๆ กับคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร ก็เลยไปสมัครเป็นทหารหรือเป็นตำรวจ ผมก็เป็นอย่างนั้นเลยครับ”

หนุ่มออตตาวาได้ปริญญาสาขาอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยออตตาวา เขาต้องเผชิญกับภาวะเตะฝุ่นหลังเรียนจบ เพราะระดับการศึกษาของเขาดูเหมือนจะยังไม่พอ เขาจึงทุ่มเทเวลาไปกับงานอาสาสมัครและการศึกษาเพื่อขอใบรับรองพิเศษ จนกระทั่งเขาได้งานในกรมบังคับคดี

จุดเปลี่ยน

ระหว่างที่ เจฟ จัน ทำงานที่กรมบังคับคดี แฮรี พ่อของเขาก็เสียชีวิต เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเขาอย่างรุนแรง ถึงขั้นทำให้เขาเปลี่ยนวิธีการมองโลกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

มันเป็นช่วงเวลาที่ยากจะข้ามผ่าน และทำให้ผมตระหนักว่าชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่จะมัวเสียเวลาทำในสิ่งที่ไม่ได้รัก ผมจึงตัดสินใจจะใช้วิชาศิลปะการต่อสู้หาเลี้ยงชีพ มันเกิดขึ้น ขณะนั้นเลย ผมเดินทางมาเมืองไทยเพื่อฝึกซ้อมในยิมที่กรุงเทพฯ”

ผมได้พบกับ ฌอน ฟาแกน หนึ่งในไอดอลของผม เขามีคอนเทนต์สอนการต่อสู้ใน YouTube และ Instagram ผมได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่เขาทำ และเขาบอกว่าผมสามารถทำแบบเดียวกับเขาได้

คำแนะนำจากผู้รู้ รวมกับความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดศาสตร์การต่อสู้ เสริมให้เขาเกิดแรงบวกในการเปิดตัว MMAShredded เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือและให้แรงบันดาลใจแก่ผู้คนผ่านศิลปะการต่อสู้ ไม่นานช่องนี้ก็ได้รับความนิยมระเบิดเถิดเทิง เจฟ จัน ค้นพบวิธีใหม่ในการหารายได้ นั่นคือการให้ความรู้และความบันเทิงแก่ผู้คนนับแสนทั่วโลก

ผมเริ่มทำยูทูปของตัวเอง และจากตรงนั้นสามปีต่อมา ผมก็ทำแบบเต็มเวลา ทั้งคลิปวิดีโอและสอนออนไลน์ ผมมีผู้ติดตามกว่า 200,000 คนบน YouTube และ 100,000 คนบน Instagram นับว่าไปได้สวยทีเดียว การที่ผมได้ช่วยเหลือคนมาแล้วมากมาย และยังคงช่วยเหลือต่อไปเรื่อยๆ ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมครับ

เวทีระดับโลก

ในช่วงระยะเวลานับ 10 ปี เจฟ จัน สั่งสมสถิติการแข่งขันในหลายรายการ ควบคู่ไปกับอาชีพทางออนไลน์ที่กำลังรุ่ง เขามีสถิติ 24-2 ในการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งและมวยไทย และ 3-1 ในการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ซึ่งรวมถึงการชนะน็อกเอาต์สองครั้ง

คนที่ติดตาม เจฟ จัน จะรู้ดีว่า แม้เขาเคยฝึกกับทีมที่ดีที่สุดจากทั่วโลก แต่ยิมหลักของเขาคือ Tristar gym ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าโค้ชอย่าง “ฟิรัส ซาฮาบี”

ตอนนี้เขาได้โอกาสในการสำแดงอานุภาพด้านการต่อสู้บนเวทีระดับโลก ด้วยแรงสนับสนุนจากแฟนคลับนับแสน ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบกว่านักกีฬาคนอื่นบนสังเวียนเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้น เจฟ จัน ผู้ถ่อมตน ยอมรับว่าเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล กว่าจะปีนขึ้นไปสูงในระดับเดียวกับยอดฝีมือที่เขาเคยฝึกด้วย

เป้าหมายของผมตอนนี้ คือคว้าชัยชนะให้ได้ในการแข่งขันวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่วนเป้าหมายไกลกว่านั้น ผมยังไม่ได้คิดครับ ผมเป็นคนชอบคิดทีละเรื่อง ก่อนที่ผมจะวางเป้าหมายใหม่ ผมต้องผ่านเป้าหมายเดิมให้ได้เสียก่อน

อ่านเพิ่มเติม: