ข่าว

“มาร์ค แฟร์เท็กซ์ อาเบลาร์โด” เดินตามเงาของพ่อสู่การเป็นนักสู้บนสังเวียน

29 ก.ค. 2020

“Tyson” มาร์ค แฟร์เท็กซ์ อาเบลาร์โด หนึ่งในนักกีฬาที่เข้ามายัง วัน แชมเปียนชิพ ได้ด้วยฝีมือล้วนๆ หลังเป็นผู้ชนะในรายการค้นหาดาวรุ่ง Rich Franklin’s ONE Warrior Series เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 และได้รางวัลเป็นสัญญานักกีฬาซึ่งมีมูลค่าถึงหกหลัก ภายใต้สังกัดบ้านแห่งศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย วัน แชมเปียนชิพ

 

 

มาร์ค เกิดในครอบครัวชาวฟิลิปปินส์ มีพ่อเป็นนักกีฬาการต่อสู้ Sikadsu ซึ่งเป็นกีฬาของชาติฟิลิปปินส์ อันมีรูปแบบคล้ายคลึงกับคาราเต้ของญี่ปุ่น พ่อของเขามีดีกรีสายดำขั้นสามของ PUMA (Philippine Union of Martial Arts-สมาคมศิลปะการต่อสู้ของฟิลิปปินส์)

โจนาธาน (พ่อของเขา) ย้ายครอบครัวไปอยู่ประเทศนิวซีแลนด์ตั้งแต่ มาร์ค ยังไม่เกิด และหลังจากที่ทุกอย่างลงตัว เขาก็เปิดยิมฝึกสอนเป็นงานเสริม ควบคู่ไปกับการทำงานเป็นวิศวกร ทำให้ มาร์ค เติบโตในสภาพแวดล้อมที่คลุกคลีอยู่ในยิมตั้งแต่ยังเด็ก

“พ่อมีความหลงใหลในศิลปะการต่อสู้อย่างมาก เรามียิมของตัวเอง และผมก็คลุกคลีอยู่ในยิมมาตลอด พ่อชอบดูภาพยนตร์ของ บรูซลี และ เฉินหลงอยู่บ่อยๆ และเราก็ชอบดูรายการ K-1 และ Pride ด้วยกันเสมอ”

“ผมจำได้ว่าผมไปยิมกับพ่อทุกวันเสาร์ น้องสาวผมก็ไปฝึกด้วย และผมจะช่วยคนอื่นๆ จัดโน่นจัดนี่ ทำความสะอาด และผมรู้จักทุกคนที่นั่น บรรยากาศของมันเหมือนอยู่ท่ามกลางคนในครอบครัวเดียวกัน”

 

View this post on Instagram

Let’s goo ????

A post shared by Mark Abelardo (@mark.abelardo) on

 

มาร์ค เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างจริงจังเมื่ออายุ 10 ขวบ แต่เขาจำเป็นต้องหยุดพักไปหนึ่งปีในช่วงที่พ่อตัดสินใจปิดยิม และหันไปทุ่มเทให้กับงานประจำอย่างเต็มที่

ถึงกระนั้น ความทรงจำที่ มาร์ค ได้เห็นพ่อเป็นโค้ช และฝึกสอนนักเรียนในคลาส เป็นภาพประทับใจที่ฝังอยู่ในส่วนลึก แม้เขาจะหันเหไปสนใจเรื่องอื่นในช่วงวัยรุ่นตามประสาเด็กหนุ่ม แต่ในที่สุดเขาก็ถูกฉุดกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ได้ชมรายการแข่งขันการต่อสู้ทางทีวี

“ตอนพ่อปิดยิม ผมก็หันใจเล่นกีฬาอื่นอย่างบาสเก็ตบอล แต่ก็ไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ จนกระทั่งผมอายุได้ 17 ปี ต่อมศิลปะการต่อสู้ของผมก็ถูกสะกิดอีกครั้ง ตอนนั้นผมได้ดูการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน และผมก็อยากลองดูสักตั้ง”

“ผมบอกพ่อเรื่องนี้ และพ่อก็ตื่นเต้นมาก พ่อพาผมไปสมัครเรียนที่ยิมใกล้บ้าน ผมฝึกอย่างหนักมาร่วมปี ก่อนที่จะได้ลงแข่งขันระดับสมัครเล่นเป็นครั้งแรก”

 

มาร์ค ในค่ายแฟร์เท็กซ์

 

มาร์ค ได้ฝึกวิชายิวยิตสู คิกบ็อกซิ่ง และการต่อสู้แบบผสมผสาน หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยหันหลังกลับอีกเลย ความทรงจำเมื่อครั้งที่เขาเคยใช้เวลาอยู่กับพ่อในยิม มันวนกลับมา พ่อสอนให้เขารู้ถึงคุณค่าของการเป็นนักกีฬาการต่อสู้ที่มีความหมายมากกว่าแค่เรื่องการแข่งขัน

“พ่อมักจะสอนผมเรื่องของวินัย เวลาฝึกจะทำเล่นๆ ไม่ได้ ต้องจริงจัง ทุ่มเท และไปสู่เป้าหมาย นั่นคือสิ่งที่ผมถูกปลูกฝังมา”

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ มาร์ค ต้องเลือกระหว่างการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และศิลปะการต่อสู้ เขาไม่ต้องลังเลเลยที่จะเลือกในสิ่งที่เขารัก เขาได้เดินทางไปฝึกฝนและแข่งขันทั่วโลก โดยมีพ่ออยู่เบื้องหลังในฐานะคนที่คอยเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุน

“พ่อมักจะบอกเสมอว่า ให้ผมเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่ต้องไปสนว่าจะชนะหรือแพ้ พ่อยังเตือนผมไม่ให้ประมาทคู่แข่ง และไม่ดูแคลนตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่อยู่ในหัวผมมาตลอด”

 

Mark Abelardo celebrates his win against Daichi Takenaka

 

มาร์ค แฟร์เท็กซ์ อาเบลาร์โด ปัจจุบันในวัย 28 ปี เขาฝึกซ้อมอยู่กับค่ายแฟร์เท็กซ์มาร่วม 2 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากได้สัญญามูลค่าหกหลัก จากการเป็นผู้ชนะในรายการค้นหาดาวรุ่ง Rich Franklin’s ONE Warrior Series เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561  และก้าวเป็นนักกีฬา วัน แชมเปียนชิพ เขาก็สั่งสมชัยชนะบนสังเวียนแห่งนี้ 2 ครั้ง แพ้ 2 ครั้ง ซึ่งเจ้าตัวได้เรียนรู้ความผิดพลาดจากความพ่ายแพ้ และนำมาปรับปรุงแก้ไข

โดยเฉพาะในไฟต์สำคัญที่จะถึงนี้ เขากำลังจะเจอกับนักสู้หน้าใหม่ ดีกรีแชมป์มวยไทยบราซิลและอเมริกาใต้อย่าง “Wonder Boy” ฟาบริซิโอ อานดราด ตัวแทนค่ายไทเกอร์มวยไทย ในศึก ONE: NO SURRENDER วันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จึงอาจเรียกได้ว่าศึกนี้เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีค่ายใหญ่ที่แฟนๆ ศิลปะการต่อสู้จะพลาดไม่ได้เลยทีเดียว

 

อ่านเพิ่มเติม: