บทความ

“โคลเบย์ นอร์ธคัท” กับฝันที่จะเป็นแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวตหญิงคนแรก

25 เม.ย. 2021

“โคลเบย์ นอร์ธคัท” โลดแล่นบนเส้นทางสายนักสู้ในบ้านแห่งศิลปะการต่อสู้ วัน แชมเปียนชิพ เช่นเดียวกับน้องชายของเธอ “Super” เซจ นอร์ธคัท โดยสองพี่น้องครอบครัว “นอร์ธคัท” ตั้งใจเดินตามรอยความสำเร็จของขุนศึกตระกูลลี “Unstoppable” แองเจลา ลี แชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต และ “The Warrior” คริสเตียน ลี แชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต ผู้เป็นน้องชาย

กว่าที่เธอจะก้าวสู่เวทีระดับโลกได้ เรื่องราวของเธอมีความเป็นมาอย่างไร เราจะพาแฟน ๆ ไปรู้จักเธอให้มากขึ้นในฐานะเจ้าของแชมป์โลกคาราเต้ 36 สมัย พี่สาวของ เซจ เจ้าของแชมป์โลกคาราเต้ 77 สมัย เรียกว่าเก่งกันทั้งบ้าน โคลเบย์ มีทักษะเกมยืนสู้ที่เพียบพร้อม และเธอยังมีทีมงานเก่ง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังช่วยปลุกปั้นให้เธอแข็งแกร่งบนสังเวียนแห่งนี้ และเธอเชื่อว่าตำแหน่งแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวตหญิงที่ว่าง ยังรอเธออยู่

 

#วัยเด็กที่ไม่เหมือนคนอื่น

 

ศิลปะการต่อสู้อยู่ในสายเลือดของ โคลเบย์ มาตั้งแต่เกิด พ่อของเธอ “มาร์ก” เป็นนักคาราเต้สายดำ เขาให้ลูก ๆ ฝึกคาราเต้ทันทีที่ทั้งสองคนโตพอ โดย โคลเบย์ เริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ขณะที่ เซจ น้องชายเริ่มเรียนตอนอายุ 4 ขวบ เธอข้ามน้ำข้ามทะเลไปกับครอบครัวเพื่อประลองฝีมือกับยอดนักสู้ทั่วโลก และได้เลื่อนสายคาราเต้และคิกบ็อกซิ่งอย่างรวดเร็ว

“นั่นคือสิ่งที่เราทำ เราโชคดีมากที่มีพ่อแม่ที่ทุ่มเททั้งเวลาและเงินเพื่อให้เราได้ลงแข่งขันและเดินทางไปทั่วโลก เราผ่านสังเวียนมาหลายทัวร์นาเมนต์ ทั้งที่ รัสเซีย ไอร์แลนด์ โครเอเชีย และอิตาลี เรียกได้ว่าทุก ๆ ที่ที่พ่อกับแม่นึกออก วัยเด็กของเราไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ เราไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนในช่วงวันหยุด ไม่ได้ปาร์ตี้หรือทำอะไรแบบนั้น เราต้องฝึกซ้อมและขึ้นสังเวียนตลอด เราได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ซึ่งมันสนุกมาก ๆ ค่ะ”

 

#เส้นทางที่ต้องเลือก

 

โคลเบย์ ใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการเรียน จนทำให้เธอไม่ได้มีช่วงวัยรุ่นที่เฮฮาสังสรรค์เหมือนนักเรียนมัธยมปลายทั่วไปในสหรัฐอเมริกา และเธอเคยพลาดโอกาสบางอย่างในชีวิตไปบ้างอย่างเช่น งานพรอม

“บางครั้งฉันนึกย้อนกลับไปแล้วคิดว่า มันเป็นยังไงนะ? ตอนนั้นฉันอยู่ที่เม็กซิโกและกำลังทำการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์อยู่ ฉันไม่เสียดายช่วงเวลานั้นแม้แต่น้อย ฉันกลับดีใจมาก ๆ ที่เราไม่ได้มีวัยเด็กเหมือนกับคนทั่วไป”

“ตอนอายุ 18 ปี ฉันเรียนจบมัธยมปลาย ฉันต้องคิดหนักเลยว่าจะเรียนต่อดี หรือจะเริ่มเส้นทางอาชีพบนสังเวียนเลย ในเวลานั้น นักสู้หญิงได้ค่าตัวไม่มากนัก ฉันจึงไม่รู้ว่าจะทำอาชีพนี้หรือจะเรียนต่อดี แต่แล้วฉันก็ใช้เวลาไม่กี่ปีแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ระดับสมัครเล่น และฝึกซ้อมอยู่ตลอด ก่อนที่จะกลับไปเรียนจนจบการศึกษาและได้รับปริญญา”

ในขณะที่เธอเรียนหนังสือ น้องชายของเธอเลือกเดินสายอาชีพนักสู้ และลงสนามแข่งขันจนถึงระดับสูง แม้ว่า โคลเบย์ จะเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป แต่สุดท้ายแล้วเธอก็สามารถกลับมาทำตามความฝันได้อีกครั้ง โดยหันมาทุ่มเทให้กีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) แบบเต็มตัว

 

#แพ้เพื่อเริ่มต้นสิ่งที่ดีกว่า

 

หลังจาก เซจ น้องชายประสบความสำเร็จในอาชีพนักคาราเต้ด้วยการคว้าแชมป์โลกคาราเต้ถึง 77 สมัย ด้าน โคลเบย์ ก็ไม่น้อยหน้า แม้เธอจะทุ่มเทเวลาให้กับการเรียน แต่ก็คว้าดีกรีแชมป์โลกคาราเต้มาถึง 36 สมัย ก่อนที่จะตัดสินใจเทิร์นโปรสู่เวทีการต่อสู้แบบผสมผสานในปี 2560 แต่การเริ่มต้นกลับไม่เป็นอย่างหวัง เมื่อเธอแพ้ทีเคโอ.ในยกที่สอง ซึ่งผลการแข่งขันทำให้เธอตั้งคำถามกับอนาคตของตัวเองในวงการนี้

“ความพ่ายแพ้ครั้งแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดสำหรับฉันตลอดการเป็นนักสู้  มันทำให้ฉันต้องกลับมาทบทวนว่าตัวเองทำผิดอะไร และจะปรับปรุงได้อย่างไร ถึงมันเป็นแค่ไฟต์แรกแต่มันก็มีคำถามในหัวอยู่ดีว่า ฉันต้องการทำสิ่งนี้จริง ๆ หรือเปล่า และฉันไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีก”

โคลเบย์ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่ด้วยการย้ายจากรัฐเท็กซัส ไปอยู่รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเริ่มฝึกกับโค้ชชุดใหม่ที่ “Treigning Lab” ซึ่งมีโค้ช “มาร์ก มูนอซ” และ “แซม คาลาวิตตา” รวมถึงนักกีฬาชื่อดังอย่าง “T.J. ดิลลาชอว์”, “ฮวน อาร์ชูเลตา” และ “เรย์มอนด์ เดเนียลส์” สามีของ โคลเบย์ ฝึกซ้อมอยู่ที่นั่น

“ฉันดีใจมาก ๆ ที่ฉันแพ้ในครั้งนั้น ตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกแบบนี้หรอกนะ แต่ตอนนี้ฉันดีใจมากที่มันเกิดขึ้น ภายใต้การดูแลจากโค้ชชุดใหม่ ค่ายใหม่ ทุกคนจะได้เห็นว่า โคลเบย์ คนนี้แตกต่างจากคนเดิมอย่างสิ้นเชิง”

 

#ไล่ล่าแชมป์โลก

 

โคลเบย์ เปิดตัวไฟต์แรกใน วัน แชมเปียนชิพ อย่างสวยงาม ในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน และเนื่องจากเธอมีพื้นเพมาจากเกมยืนสู้ เธอจึงอยากลงแข่งขันใน วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ (กติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง) ด้วย แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอขอโฟกัสกีฬาประเภทเดียวให้ถึงจุดหมายปลายทางซะก่อน

“ใน วัน แชมเปียนชิพ ยังไม่มีใครขึ้นนั่งบัลลังก์แชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวตหญิง ดังนั้นฉันอยากเป็นแชมป์โลกคนแรกของรุ่นนี้ให้ได้”

ความฝันของ โคลเบย์ ยังต้องเดินหน้าต่อไปในไฟต์ที่สอง ซึ่งเธอจะได้พบกับคู่แข่งหน้าใหม่จากออสเตรเลีย “คอร์ทนีย์ มาร์ติน” ในพิกัดน้ำหนักเฉพาะ (แคตช์เวต) 60.6 กก. เป็นคู่เปิดโรงศึกใหญ่แห่งปีภาคสุดท้าย ONE on TNT IV โดยจะถ่ายทอดสดผ่านทีวี TNT ในบ้านเกิดของเธอที่อเมริกาช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ซึ่งตรงกับเช้าเวลา 07.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 29 เม.ย.นี้ ตามเวลาประเทศไทย และเธอจะสานฝันได้สำเร็จหรือไม่ มีคำตอบรออยู่!

 

โคลเบย์ vs คอร์ทนีย์

 

อ่านเพิ่มเติม:
โหลดเพิ่มเติม

สมัครเพื่อไม่พลาดข่าวเด็ด

เพื่อไม่พลาดข่าวสารของ วัน แชมเปียนชิพ สมัครตอนนี้! เพื่ออ่านข่าวล่าสุดก่อนใคร รวมทั้งร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลสุดว้าวและรับสิทธิพิเศษในการเข้าชมการแข่งขันแบบไลฟ์สด
การส่งแบบฟอร์มนี้ถือว่าท่านให้ความยินยอมให้เรารวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลของท่านภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ท่านสามารถยกเลิกการสมัครรับข่าวสารได้ตลอดเวลา