บทความ

เปิดปูมชีวิต “แสงมณี” ก่อนเป็น “ทารกเงินล้าน” อย่างทุกวันนี้

หนึ่งในนักมวยไทยที่เก่งกาจที่สุดของโลกกำลังจะเปิดตัวกับ วัน แชมเปียนชิพ ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในศึก ONE: MASTERS OF FATE เพื่อดวลเดือดกับคู่ต่อสู้คนแรกในเวทีนี้อย่าง “The Magician” อาซิซ ลาลี 

แม้จะมีอายุเพียง 22 ปี แต่เจ้าของฉายา “ทารกเงินล้าน” หรือที่ฝรั่งพากันเรียกว่า “The Million Dollar Baby” แสงมณี เสถียรมวยไทยยิม กอบโกยความสำเร็จเป็นถึงแชมป์โลกมวยไทย 7 สมัย มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของประเทศไทย ด้วยสไตล์การชกที่เฉียบขาด บวกกับหน้าตาที่ดูหล่อเหลาเอาการ

วันนี้เราจะพาไปรู้จักเขาให้มากขึ้น กับการเปิดใจถึงเส้นทางชีวิตเด็กบ้านนอก ก่อนมาเป็นยอดมวยอย่างทุกวันนี้

 

วัยเด็กที่ยากจนข้นแค้น

“Million Dollar Baby” Sangmanee Sathian MuayThai

 

แสงมณี เกิดและเติบโตที่จังหวัดขอนแก่น โดยครอบครัวมีอาชีพทำนา ฐานะยากจนและใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ

พ่อแม่มีรายได้น้อยหรือแทบจะไม่มีเงินเลย ผลตอบแทนส่วนใหญ่ที่ได้ คือข้าวที่เอาไว้กินในครอบครัว นอกจากนี้การทำนายังต้องพึ่งฟ้าพึ่งฝน หากช่วงไหนมีภัยแล้งหรือน้ำท่วม ไร่นาก็จะได้รับความเสียหายไม่น้อย 

เมื่อเอาแน่เอานอนกับธรรมชาติไม่ได้ จึงต้องดิ้นรนหาวิธีอื่นเพื่อหาเลี้ยงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักไว้กินเอง ออกหาอาหารอื่น ๆ หรือแม้แต่ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน 

“เราอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ต้องอาศัยดึงไฟฟ้าจากเพื่อนบ้านมาใช้ และยังต้องขอใช้ห้องน้ำของเขาด้วย”

 

แสงสว่างในชีวิต

Sangmanee Sathian MuayThai

 

พ่อของ แสงมณี จำต้องยึดอาชีพค้ากำปั้นเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อ แสงมณี อายุได้ 6 ขวบ พ่อจึงตัดสินใจให้ลูกชายคนนี้เดินตามรอยเท้าของตัวเอง

ทั้งสองฝึกฝนด้วยกันที่บ้าน ยิมชั่วคราวที่เป็นพื้นดินและอยู่บริเวณหน้าบ้านอันแสนเรียบง่าย แต่ยิมของพวกเขาก็เริ่มคึกคักอย่างรวดเร็วเมื่อเด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างพากันมาร่วมฝึกซ้อมด้วย

หลังจากฝึกได้หนึ่งเดือน แสงมณี ก็เริ่มฉายแววอัจฉริยะด้านมวยไทยอย่างเด่นชัด โดยไฟต์แรกของชีวิต เขาถูกอุ้มขึ้นเวทีเนื่องจากตัวเล็กเกินไปที่จะก้าวข้ามเชือกได้เอง

 

แสงมณี และพ่อแม่

 

“ผมชนะในการชกครั้งแรก ผมดีใจและตื่นเต้นมาก และผมอยากขึ้นสังเวียนอีก แม้จะได้ค่าตัวแค่ 200 บาท แต่มันก็ช่วยจุนเจือครอบครัวได้ หลังจากนั้นผมก็ตระเวนไปตามงานวัด หรือที่ที่มีเวทีให้ผมชก”

พ่อของ แสงมณี ภูมิใจที่ได้เห็นแสงสว่างในทางเดินของลูกชาย เขาจึงอำลาสังเวียนเพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการปลุกปั้น แสงมณี ท่ามกลางความดูแคลนของคนในสังคม

“คนมักจะดูถูกว่าพวกเราจน เขาบอกว่ามวยไทยช่วยอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ผมจะไม่มีวันลืมความยากลำบากของครอบครัวในช่วงเวลานั้นเลย มันใช้เวลานานมากกว่าที่เราจะลืมตาอ้าปากได้”

 

ทยานสู่จุดสูงสุด

ONE Super Series bantamweight “Million Dollar Baby” Sangmanee Sathian MuayThai

 

แสงมณี ใช้เวลาไม่นานในการสั่งสมกระดูกมวยและเดินสายชก กวาดคู่ต่อสู้ทุกคนในละแวกบ้านเกิด จนอายุ 10 ขวบ เขาถูกชวนให้ขึ้นชกในศึกอัศวินดำมวยรอบทารกเงินล้าน ที่กรุงเทพฯ ก่อนคว้าชัยชนะได้เข็มขัดแชมป์มาครอบครอง หลังจากการแข่งขันสุดดุเดือด 5 ยก แต่ถึงกระนั้น แสงมณี ก็ยังรู้สึกกระหายกับการไล่ล่าความสำเร็จชิ้นต่อไป

“มันเป็นความฝันของผมที่จะครองแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีและราชดำเนินให้ได้ ตอนผมยังเด็ก มันไม่รู้สึกกดดันอะไร ผมรักมวยไทย และก็ได้เห็นครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ”

 

 

คิวทองของ “ทารกเงินล้าน” เดินทางมาถึงจุดที่เขาต้องแข่ง 8 ไฟต์ใน 7 วัน แต่มันทำให้เขามีความสุขที่ได้เห็นเงินค่าตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ พร้อมกับเปลี่ยนชีวิตของตัวเองและครอบครัว

“ก่อนจะเจอมวยไทย ชีวิตผมลำบากมาก ๆ หลังจากที่ผมชกมวยได้ ชีวิตผมและครอบครัวก็ดีขึ้น ผมมีงาน มีรายได้ที่มั่นคง แม้ว่าช่วงแรก ๆ มันจะเป็นเงินไม่มากนัก แต่มันก็จุนเจือครอบครัวได้ เราเอาเงินมาซื้อเนื้อหมูกินกัน และผมก็มีเงินส่งตัวเองเรียน”

 

เส้นทางอันยิ่งใหญ่

 

ในขณะที่ “ทารกเงินล้าน” เข้าใกล้ความสำเร็จไปทุกที เขาก็ได้ย้ายมาฝึกอยู่กับค่าย 13 เหรียญทาวเวอร์ที่กรุงเทพฯ ซึ่งทำให้กลายมาเป็นยอดมวยฝีมือของวงการ

เขาจำได้ว่าหลายคนแนะนำให้เขาปรับเปลี่ยนสไตล์การชกให้มีความหลากหลาย หากอยากรุ่งบนสังเวียนมวยไทย เขาจึงได้พัฒนาเกมรุก เกมรับ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าตำนานมวยไทยอย่าง “แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม” 

“มันเยี่ยมมากเลยครับที่ได้ซ้อมกับพี่แสนชัย และผมได้เทคนิคใหม่ ๆ ที่แตกต่างมากมาย”

เมื่ออายุ 15 ปี แสงมณี บรรลุความฝันของตัวเองหลังคว้าแชมป์สนามเวทีลุมพีนี รุ่น 105 ปอนด์มาครอง ก่อนได้แชมป์สนามมวยเวทีราชดำเนินอีก 3 รุ่น และแชมป์ S-1 

 

 

ความสำเร็จอันน่าทึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “นักมวยไทยยอดเยี่ยม” ของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ปี 2555 และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักมวยแถวหน้าที่เก่งกาจที่สุด ชกดุเดือดที่สุด และกระชากเรตติงรายการได้สูงสุดคนหนึ่งของบ้านเรา โดยเจ้าตัวหวังว่าจะได้แสดงศักยภาพทั้งหมดที่เขามีบนเวทีระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ

“ผมภูมิใจในความสำเร็จของผม แต่ผมต้องการมากกว่านี้ ผมอยากมีชื่อเสียงในระดับโลก และเป็นแชมป์โลกของ วัน แชมเปียนชิพ ให้ได้”

 

อ่านเพิ่มเติม

โหลดเพิ่มเติม

Stay in the know

Take ONE Championship wherever you go! Sign up now to gain access to latest news, unlock special offers and get first access to the best seats to our live events.
By submitting this form, you are agreeing to our collection, use and disclosure of your information under our Privacy Policy. You may unsubscribe from these communications at any time.