บทความ

“ออง ลา” อดีตคนเลี้ยงผึ้งผู้ยอมทิ้งชีวิตในกรอบ สู่ฮีโร่ผู้ครองหัวใจชาวเมียนมา

12 ก.ค. 2020

“The Burmese Python” ออง ลา เอ็น ซาง ถือเป็นนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พม่าเคยมีมา เป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งประเทศ และยังเป็นไอคอนนักกีฬาการต่อสู้ระดับโลก อันเป็นผลพวงมาจากความสำเร็จที่เขาสั่งสมมาตลอดใน วัน แชมเปียนชิพ ในฐานะแชมป์โลก ONE สองรุ่น คือ รุ่นมิดเดิลเวต และไลต์เฮฟวีเวต

หากมองย้อนกลับไป เรื่องราวของฮีโร่เมียนมาวัย 35 ปีผู้นี้ ค่อนข้างห่างไกลจากการเป็นนักสู้อยู่พอสมควร เขาเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะ เรียนโรงเรียนนานาชาติ ก่อนจะย้ายไปศึกษาต่อที่อเมริกา และเข้าทำงานประจำในสาขาวิชาที่ร่ำเรียนมา แต่เมื่อเขาได้ค้นพบบางอย่างที่สามารถจุดไฟในใจเขาอย่างลุกโชน เขาก็ยอมทิ้งชีวิตในกรอบและออกจากคอมฟอร์ตโซน เพื่อไล่ล่าความฝันที่ตัวเองปรารถนา

 

เกิดและเติบโตในพม่า

 

พ่อแม่ของ ออง ลา พาลูกๆ ย้ายจากเมืองมิตจีนา ไปอยู่ย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลวงของพม่า เพื่อให้ลูกๆ เข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติย่างกุ้ง โดยพ่อของเขาทำงานเป็นพ่อค้าหยกซึ่งเป็นอุตสาหกรรมของประเทศ

ออง ลา เป็นเด็กเรียนดีและรักการเล่นกีฬา เขาเป็นนักกีฬาของโรงเรียนโดยสามารถเล่นกีฬาได้หลายประเภท แต่เขากลับรู้สึกผิดหวังที่ทีมโรงเรียนเทียบไม่ติดกับโรงเรียนของประเทศเพื่อนบ้าน

ไม่ว่าเราจะแข่งฟุตบอล วอลเลย์บอล หรือบาสเก็ตบอล เราก็แพ้ซะเป็นส่วนใหญ่ ผมคิดว่าเป็นเพราะการฝึกของเราไม่ดีพอ มาตรฐานการสอนกีฬาของประเทศพม่ากับประเทศอื่นๆ มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก และผมหวังเหลือเกินว่าผมจะช่วยให้ความเหลื่อมล้ำนั้นแคบลงได้

 

การเริ่มต้นบนเส้นทางนักสู้

 

หลังจบ ม.ปลาย ในปี 2546 ออง ลา เดินทางไปศึกษาต่อในรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ที่มหาวิทยาลัยแอนดรูว์ เขายังคงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเหมือนที่ผ่านมา แต่หลังจากเวลาผ่านไปเป็นปี เขาก็ค้นพบความปรารถนาใหม่ เมื่อได้เห็นเพื่อนร่วมชั้นชาวซามัวกำลังต่อยกระสอบทรายอย่างหนักหน่วงในโรงยิมของมหาวิทยาลัย 

ออง ลา รู้สึกทึ่ง และในบ่ายวันนั้นเองเขาได้สร้างมิตรภาพกับเพื่อนคนนี้อย่างรวดเร็ว และทำให้เจ้าของฉายา “The Burmese Python” เดินทางสู่ชีวิตใหม่ในฐานะนักศิลปะการต่อสู้

เขาพาผมไปที่โรงยิมในเครือของ คาร์ลสัน เกรซี ทางเซาท์เบนด์, อินเดียนา ซึ่งอยู่ห่างไปทางใต้ของมหาวิทยาลัยประมาณ 45 นาที ตั้งแต่นั้นมาผมก็เริ่มฝึกบราซิลเลียนยิวยิตสู และศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ผมตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง”

 

 

ออง ลา เข้าโรงยิมประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และในเดือนพฤษภาคม 2548 เขาก็ตัดสินใจลงแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสานระดับอาชีพ รุ่นไลต์เฮฟวีเวต เป็นครั้งแรก

คู่แข่งของเขาตัวใหญ่กว่าจึงใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งทางของยกแรกกำชัยชนะไปแบบทีเคโอ โดยแพทย์สั่งยุติการแข่งขันเนื่องจากโหนกแก้มของ ออง ลา นั้นบวมฉึ่ง แต่ถึงแม้จะได้รับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ไฟต์แรก แต่มันกลับเป็นแรงกระพือให้เขากระตือรือร้นที่จะฝึกฝนและลงสนามใหม่อีกครั้ง

ผมเสพติดความตื่นเต้นเร้าใจจากการแข่งขัน นี่แหละครับเหตุผลที่ทำให้ผมชอบศิลปะการต่อสู้ ผมอยากจะฝึกให้มากขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นพอพวกเขาบอกว่าเดี๋ยวจะมีการจัดการแข่งขันอีกนะ ผมก็ตอบทันทีว่าเฮ้ ผมเอาด้วยคน”

 

รู้จักใจตัวเอง

 

ออง ลา เริ่มลงแข่งขันในรุ่นมิดเดิลเวต ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของเขา และเอาชนะในยกแรกได้ถึง 5 ไฟต์ติดต่อกัน ขณะเดียวกันก็เรียนไปด้วย และทำงานหารายได้ที่ฟาร์มโคนมใกล้มหาวิทยาลัยไปด้วย

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในปี 2550 เขาย้ายไปที่เมืองโคลัมเบีย รัฐแมรีแลนด์ เพื่อไปอาศัยอยู่กับพี่สาวและหางานที่มั่นคง โดยฝึกศิลปะการต่อสู้ที่โรงยิม Crazy 88 MMA ในบัลติมอร์ แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไปเป็นคนเลี้ยงผึ้ง ที่ฟลอริดาในอีกสองเดือนถัดมา

 

 

ปีครึ่งหลังจากนั้น ออง ลา ตระหนักว่าเขาไม่มีความสุขกับชีวิตการทำงานในแต่ละวัน และมันยังส่งผลเสียต่อการสร้างผลงานในการแข่งขันของเขาด้วย

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนของคนทำงานประจำ เพื่อไล่ตามความฝัน นั่นคือการเป็นแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ “The Burmese Python” ย้ายกลับไปที่ แมรีแลนด์ และกลับเข้ายิม Crazy 88 อีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นในการฝึกที่มากขึ้นทำให้เขาเริ่มสั่งสมชัยชนะได้เรื่อยๆ

คุณเก็บเกี่ยวสิ่งที่คุณหว่าน ถ้าคุณไม่ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อม คุณจะไม่ได้รับผลตอบแทนนั้นเลย

 

สร้างประวัติศาสตร์ใน วัน แชมเปียนชิพ

 

หลังจากสั่งสมชัยชนะ 15 ครั้งในการแข่งขันระดับอาชีพ ออง ลา ได้ใบเบิกทางเข้าสู่ วัน แชมเปียนชิพ ในปี 2557 และสร้างแรงสะเทือนบนเวทีระดับโลกทันที เขาไล่บี้คู่ต่อสู้สี่คนแรก ก่อนขึ้นชิงตำแหน่งแชมป์โลก ONE รุ่นมิดเดิลเวต แบบรู้ตัวล่วงหน้าไม่นาน

ด้วยเวลาเพียง 2 สัปดาห์ในการเตรียมตัวแข่งขัน ทำให้เขาพ่ายแพ้ “วิตาลี บิกแดช” ในเดือนมกราคม 2560 แต่ก็ได้โอกาสกลับมากู้หน้าอีกครั้งในอีก 5 เดือนต่อมา ซึ่งครั้งนี้ ออง ลา เก็บตัวซุ่มซ้อมอย่างเต็มที่ และกระชากเข็มขัดจาก วิตาลี มาครองได้ที่บ้านเกิดในกรุงย่างกุ้ง

การแข่งขันครั้งนั้นได้รับการยกย่องให้เป็นศึกแห่งปี และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นครั้งแรกที่พม่าได้แชมป์โลกคนแรกของวงการกีฬา

 

ออง ลา เอ็น ซาง vs วิตาลี บิกแดช

 

มันรู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง นี่คือสิ่งที่ผมทุ่มเทมาตลอดชีวิต และมันก็กลายเป็นความจริงต่อหน้าแฟนๆ ในบ้านเกิดของผม

ผมมีความสุขมาก และรู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างที่สุด ผมมาจากจุดเริ่มต้นที่ต่ำต้อยจากเมืองเล็ก ในพม่า ไม่น่าเชื่อว่าผมจะได้รับเกียรติให้คว้าแชมป์โลก”

ความสำเร็จไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ออง ลา กลับไปที่ฟลอริดา และร่วมงานกับโค้ช “เฮนรี ฮุฟท์” ที่ ฮาร์ดน็อกส์ 365 ก่อนจะคว้าแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เฮฟวีเวต และป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตสองครั้งในปี 2561 รวมถึงไฟต์ที่เขาเจอกับ เคน ฮาเซงาวา” ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ไฟต์ยอดเยี่ยม และ น็อกเอาต์แห่งปีอีกด้วย

 

ออง ลา เอ็น ซาง vs เคน ฮาเซงาวา

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา “The Burmese Python” ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากชาวพม่า ถึงขนาดสร้างรูปปั้นของเขาในอุทยานแห่งชาติในบ้านเกิด เพื่อเป็นเกียรติและเชิดชูที่ฮีโร่ระดับประเทศผู้นี้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน อีกทั้งยังช่วยเหลือ สนับสนุนโครงการดีๆ มากมาย และสร้างแรงบันดาลใจให้คนพม่ารุ่นใหม่ดำเนินรอยตามเขา

ผมสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนในท้องถิ่นและทั้งประเทศบ้านเกิด ด้วยการทำให้พวกเขารู้ว่า หากอยากประสบความสำเร็จสูงสุด ก็ต้องทุ่มเทและอุทิศกายใจให้กับสิ่งนั้น”

ในฐานะที่เป็นแบบอย่างด้านกีฬา ผมสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั้งประเทศด้วยการเป็นนักสู้ที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมจะเป็นได้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีชาวพม่าคนไหนได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผม ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจ และยังเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนให้ผมเดินหน้าต่อไปอีกด้วย”

 

อ่านเพิ่มเติม:

โหลดเพิ่มเติม

สมัครเพื่อไม่พลาดข่าวเด็ด

เพื่อไม่พลาดข่าวสารของ วัน แชมเปียนชิพ สมัครตอนนี้! เพื่ออ่านข่าวล่าสุดก่อนใคร รวมทั้งร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลสุดว้าวและรับสิทธิพิเศษในการเข้าชมการแข่งขันแบบไลฟ์สด
การส่งแบบฟอร์มนี้ถือว่าท่านให้ความยินยอมให้เรารวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลของท่านภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ท่านสามารถยกเลิกการสมัครรับข่าวสารได้ตลอดเวลา