บทความ

วันนี้เมื่อวันวาน “ออง ลา เอ็น ซาง” สถาปนาเป็นแชมป์โลกคนแรกของเมียนมา

วันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน คือวันที่ 30 มิถุนายน 2560 เป็นวันที่วงการกีฬาการต่อสู้ของเมียนมาต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เมื่อ “The Burmese Python” ออง ลา เอ็น ซาง  สถาปนาขึ้นเป็นแชมป์โลก ONE รุ่นมิดเดิลเวต ชาวเมียนมาคนแรก และกลายเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่ชาวเมียนมาให้ความรักและเทิดทูนเยี่ยงวีรบุรุษอย่างที่ไม่เคยมีนักกีฬาคนใดในประเทศเคยได้รับมาก่อน

 

 

ออง ลา สร้างชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในฐานะนักสู้เอกแห่งเมียนมาที่ฟันฝ่าอุปสรรคบนเส้นทางนักสู้มาอย่างโชกโชน ส่งให้เขาได้เข้ามาเป็นหนึ่งในทัพนักศิลปะการต่อสู้ผสมผสานใน วัน แชมเปียนชิพ อย่างไม่มีข้อกังขา และแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะนักสู้ที่มีฝีมือโดดเด่นน่าจับตามอง

ด้วยผลงานการตะลุยไล่บี้คู่ต่อสู้ 4 รายรวดแบบราบคาบนับตั้งแต่เปิดตัว ฮีโร่ชาวเมียนมาจึงได้สิทธิ์ขึ้นมาท้าชิงแชมป์โลก ONE รุ่นมิดเดิลเวต ซึ่งมี “วิตาลี บิกแดช” เจ้าบัลลังก์ในขณะนั้นนั่งครองอยู่ โดยเขารู้ตัวก่อนลงศึกเพียงสองสัปดาห์ ส่งผลให้ ออง ลา ไม่ประสบความสำเร็จในความพยายามครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ออง ลา ได้แสดงให้เห็นหัวใจนักสู้ตลอดการแข่งขัน โดยการต่อสู้ครั้งนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็น “ศึกแห่งปี” และจุดประกายให้ ออง ลา มีเป้าหมายชัดเจนว่าเขาจะต้องกลับมาโค่นบัลลังก์ให้จงได้

 

 

และแล้ววันแห่งประวัติศาสตร์เมียนมาก็มาถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2560 ออง ลา เดินทางสู่มาตุภูมิและมุ่งหน้าเข้าสนามกีฬาธุวันนา สเตเดียม ในกรุงย่างกุ้ง ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อท้าชิงแชมป์โลก ONE  รุ่นมิดเดิลเวต เป็นครั้งที่สองกับคู่อริเก่า วิตาลี บิกแดช จากแดนหมีขาว ต่อหน้ากองเชียร์พี่น้องร่วมชาตินับหมื่นคน

การต่อสู้เป็นไปด้วยความดุเดือด ออง ลา อาศัยความเก่งกาจในเกมยืน ปล่อยหมัดไม้ตายหมายจะโค่นแชมป์ แต่พลาดโดน วิตาลี รวบลงพื้นและเกือบจะถูกเผด็จศึกในหลายจังหวะ แต่ภาพรวมแล้ว ออง ลา เป็นฝ่ายคุมเกมด้วยการออกอาวุธที่หนักหน่วงและแม่นยำกว่า กรรมการจึงเทใจให้นักสู้เมียนมาชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ ขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นแชมป์โลก ONE รุ่นมิดเดิลเวต ทันที และถือเป็นแชมป์โลกการต่อสู้แบบผสมผสานคนแรกของเมียนมา

 

 

“ผมไม่สามารถทำได้ถ้าไม่มีพระเจ้า ไม่มีเพื่อนร่วมทีม ที่สำคัญ ถ้าไม่มีพวกคุณ พี่น้องชาวพม่าทั้งหลาย ผมไม่มีพรสวรรค์ ไม่ได้เก่ง ไม่ได้ว่องไว แต่ผมมีพวกคุณ ผมถึงมีกำลังใจ ทำให้ผมแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมสามารถคว้าแชมป์โลกได้ในวันนี้”

จากนั้นมา ออง ลา กลายเป็นฮีโร่ระดับชาติผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกีฬาประเทศเมียนมา จนถึงขั้นที่ประชาชนเมียนมาพร้อมใจกันจัดสร้าง รูปปั้นสัมฤทธิ์ ของเขาไว้เพื่อเป็นการระลึกในอุทยานแห่งชาติ Kachin National Manau Park เมืองมิตจีนา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเลยทีเดียว

แม้ในวันนี้ ออง ลา จะเป็นอดีตแชมป์โลกไปแล้ว แต่เขายังคงเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นตำนานที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจในฐานะนักสู้ที่ไม่เคยท้อแท้ให้แก่ความแพ้พ่าย โดยเชื่อแน่ว่าเขาจะเป็นหนึ่งในนักสู้ดวงใจของชาวเมียนมารวมถึงแฟนกีฬาทั่วโลกตลอดไป

 

 

อ่านเพิ่มเติม:

โหลดเพิ่มเติม

สมัครเพื่อไม่พลาดข่าวเด็ด

เพื่อไม่พลาดข่าวสารของ วัน แชมเปียนชิพ สมัครตอนนี้! เพื่ออ่านข่าวล่าสุดก่อนใคร รวมทั้งร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลสุดว้าวและรับสิทธิพิเศษในการเข้าชมการแข่งขันแบบไลฟ์สด
การส่งแบบฟอร์มนี้ถือว่าท่านให้ความยินยอมให้เรารวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลของท่านภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ท่านสามารถยกเลิกการสมัครรับข่าวสารได้ตลอดเวลา