บทความ

แฟนคลับตัวยงของ “เพชรดำ” ที่คอยหนุนหลังไม่ว่าแพ้หรือชนะ

20 ม.ค. 2020

“The Baby Shark” เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน แทบจะมองไม่เห็นว่าโอกาสดีๆ จะผ่านเข้ามาในชีวิต ดังนั้น ความฝันที่คิดว่าจะเป็นนักมวยไทยชื่อดังจึงแทบไม่มีความเป็นไปได้ แต่ด้วยการผลักดันจากบุคคลคนหนึ่งซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นแฟนคลับตัวยงของ เพชรดำ มาโดยตลอด ทำให้ฝันซึ่งเคยคิดว่ายาก กลายเป็นจริงขึ้นมา

สมัยที่เขายังเป็นเด็กชายธรรมดาๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี “พ่อเซียง” สุรสีห์ วงษ์ขัน พ่อของ เพชรดำ เป็นคนเริ่มต้นพาเขาไปฝึกมวย และตามไปเชียร์ทุกครั้งที่เขาขึ้นชก

พ่อเซียง รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ลูกชายคนโตในบรรดา 3 คน ต้องการที่จะชกมวยไทยตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบ จึงขันอาสาพาลูกซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ขับไปที่ค่ายมวยซึ่งอยู่ใกล้บ้านที่สุด ห่างกันราว 5 กิโลเมตรด้วยความชื่นใจ

“ตอนผมยังเด็ก พ่อพาผมไปที่ค่ายมวยและดูผมฝึกซ้อมทุกวัน”

“เมื่อผมโตขึ้นมาหน่อย พ่อก็ปล่อยให้ผมไปเอง แต่ก็ตามไปดูผมแข่งเกือบทุกไฟต์”

แม้ พ่อเซียง จะไม่เป็นมวยเลย แต่เขาเป็นแฟนมวยตัวยง และวาดฝันว่าอยากให้ลูกชายประสบความสำเร็จในเส้นทางนักสู้บนผืนผ้าใบ เหมือนอย่างนักมวยชื่อดังที่เขาเคยดูผ่านโทรทัศน์ และคิดว่าจะดีแค่ไหนหากลูกชายของเขาได้ไปชกออกทีวีบ้าง



“พ่อผมไม่เป็นมวยเลย แต่เขาชอบดูมวยมาก เขาดูมวยทางทีวีทุกรายการ เกือบทุกช่อง”

“พ่อชอบนักมวยฝีมือ นักมวยที่มีไอคิว และฉลาดชก อย่างเช่น คฤหาสน์ ส.สุภาวรรณ นั่นเป็นนักมวยคนโปรดของพ่อเลย”

หลังจากสั่งสมกระดูกมวยและประสบการณ์อย่างโชกโชนในภาคอีสาน เพชรดำ ก็ได้รับโอกาสให้เข้ามาอยู่ในสังกัดค่ายใหญ่ที่กรุงเทพฯ อย่าง เพชรยินดีอะคาเดมี เมื่อวัย 16 ปี ความฝันของ พ่อเซียง ที่เคยเหมือนภาพลางๆ ก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น

“ผมชกออกทีวีช่อง True4U ซึ่งเป็นรายการหนึ่งที่ค่ายเพชรยินดีฯ จัดขึ้น โดยชกกับ มานะชัย ลูกมะขามหวาน ในกติกามวยไทย 5 ยก และผมก็ชนะคะแนนในไฟต์นั้น พ่อผมตื่นเต้นมาก เขาชวนทุกคนในหมู่บ้านมาดูผมชกออกทีวี”

“หลังเสร็จการแข่งขัน พ่อโทรถามว่าผมเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บหรือเปล่า ผมบอกว่าผมสบายดี พ่อยังบอกผมอีกว่าให้ตั้งใจทำให้ดีขึ้นในไฟต์ต่อๆ ไป ให้ซ้อมหนักขึ้น”

“ผมดีใจมากที่ทำให้ฝันของพ่อเป็นจริง กับการได้เห็นผมชกออกทีวี ผมไม่เคยลืมไฟต์นั้นเลย”

เส้นทางนักสู้บนผืนผ้าใบของ เพชรดำ ทะยานขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาสามารถคว้าแชมป์สนามมวยเวทีมวยลุมพินี และแชมป์ WBC มวยไทย ก่อนที่จะได้เข้าร่วมสังกัดกับ วัน แชมเปียนชิพ ในปี 2561 ซึ่งเวทีแห่งนี้เขาเคยขึ้นสู่จุดสูงสุด ได้เป็นถึงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต สร้างชื่อเสียง ความภาคภูมิใจ และยังช่วยให้ครอบครัวมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ตอนนี้แม้ เพชรดำ จะอยู่สถานะ “ราชาคิกบ็อกซิ่ง” ผู้ร่วงลงสู่ “รากหญ้า” แต่ด้วยวัยเพียง 21 ปี เขายังมีโอกาสดีๆ รออยู่ข้างหน้า ซึ่งในวันที่ 31 มกราคมนี้ เพชรดำ จะกลับคืนสังเวียนในกติกามวยไทยที่เขาถนัด เพื่อเผชิญหน้ากับดาวดังจากแดนอาทิตย์อุทัย “โมโมทาโร” โคเฮอิ โคเดระ ในศึก ONE: FIRE AND FURY ซึ่งจะจัดขึ้นที่ มอลล์ ออฟ เอเชีย อารีน่า กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

แม้ตัว พ่อเซียง จะไม่สามารถไปให้กำลังใจได้อย่างใกล้ชิด แต่ด้วยความรักและการสนับสนุนในฐานะแฟนมวยตัวยงของลูกชาย จึงไม่มีข้อสงสัย เพชรดำ สามารถรับรู้ได้ว่าเขามีกองเชียร์คนหนึ่งคอยเป็นกองหนุนให้เขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะชนะหรือแพ้กลับลงมา

“พ่อจะโทรหาผมก่อนชกทุกครั้งเพื่ออวยพรและให้กำลังใจผม ให้ผมโชคดีมีชัย ถ้ามีการถ่ายทอดสด พ่อไม่เคยพลาด พ่อคอยเตือนสติผมเสมอ ให้ผมตั้งใจฝึกซ้อม ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าเราเป็นใคร มาจากไหน”

อ่านเพิ่มเติม: “เพชรดำ” คืนสังเวียนมวยไทย เรียกความมั่นใจและศรัทธามหาชน

ONE: A FIRE & FURY | มะนิลา, ฟิลิปปินส์ | 31 มกราคม 2563 | 16.30 น. ตามเวลาไทย | รับชมทาง ONE Super APP | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.40 น.