บทความ

“แดนนี คิงกาด” เวอร์ชั่นใหม่กับเป้าหมายในการชิงแชมป์โลก

15 ก.ย. 2019

“The King” แดนนี คิงกาด วาดฝันถึงการเป็นแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน นับตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มรู้จักกีฬาชนิดนี้ ซึ่งโอกาสนั้นกำลังมาถึง หากเขาสามารถกำชัยชนะเหนือเจ้าตำนานอย่าง “Mighty Mouse” ดิมิเทรียส จอห์นสัน ได้ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม ในศึก ONE: CENTURY PART I

นักสู้หนุ่ม ดาวรุ่งจากทีม Lakay จะเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อต้องโคจรมาพบกับนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ใน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต รอบชิงชนะเลิศ

แน่นอนว่าชื่อชั้นของซูเปอร์สตาร์ชาวฟิลิปิโนค่อนข้างเป็นรอง เมื่อเทียบกับเจ้าตำนานอย่าง จอห์นสัน แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกเกรงกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากันในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพราะประสบการณ์เมื่อ 2-3 ปีก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2017 ในตอนที่เขาอายุ 22 ปี คิงกาด ถูกผลักดันให้เข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวต กับ “Mikinho” อาเดรียโน โมราเอส แต่เขายอมรับว่ามันเป็นโอกาสที่ตัวเขายังไม่พร้อม

“มันมีความผิดพลาดบางอย่าง ทำให้เขาเล่นงานผมได้”

“อย่างแรกที่เป็นข้อเสียของผมในการแข่งขันครั้งนั้น คือความกังวลใจ มันเป็นครั้งแรกของผมในการชิงแชมป์โลก  ดังนั้นผมจึงรู้สึกกังวลมากๆ”

“ผมไม่สามารถเดินตามเกมที่วางไว้ได้ จิตใจของผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตั้งแต่เข้าไปอยู่ในสังเวียนแข่งขัน”

ในการเผชิญหน้ากับ โมราเอส ทำให้ คิงกาด เกิดความลังเลและหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าของคู่แข่ง โดยไม่ได้ทำการโจมตีใดๆ ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับ “Mikinho” ที่จัดการเตะตัดล่างและรวบเขาลงพื้นตั้งแต่ยกแรก

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นการปิดโอกาสของ “The King” ซะทีเดียว แต่เขาตกเป็นมวยรองอย่างเต็มประตู หากเทียบชั้นกับเจ้าของบราซิลเลียน ยิวยิตสู สายดำ อย่าง โมราเอส

มันเป็นความพยายามในการเอาตัวรอด เขาลุกขึ้นมาและเดินหน้าเข้าหาแชมป์ด้วยโอกาสทองในการเอาชนะ แต่จังหวะต่อมา โมราเอส ใช้ท่า rear-naked choke และ คิงกาด ได้ขอยอมแพ้อย่างรวดเร็ว

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในการแข่งขันครั้งนี้คือการไม่ประหม่า จิตใจและหัวใจควรต้องหนักแน่น ไม่หวั่นไหว”

“ถ้าคุณลังเลทุกอย่างจะเสีย รวมถึงแผนการแข่งขันด้วย คุณจะอ่อนแอ ผมยังได้เรียนรู้ที่จะเก็บแผนไว้ในใจ ยึดติดกับมันและลงมือทำ”

“อย่าตกใจ เพราะถ้าคุณตกใจ คุณจะทำลายแผนของคุณเอง”

ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นอาจทำให้นักสู้จากเมืองบาเกียว ต้องเสียกำลังใจ แต่เขาไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองท้อแท้นานเกินไป

เขามุ่งหน้าไปยังโรงยิมเพื่อแก้ไขทุกสิ่งที่เขาทำผิดพลาด รวมถึงปรับปรุงทักษะการปล้ำของเขาใหม่ทั้งหมด

คิงกาด กลับมาคว้าชัยชนะ แต่หลังจากการแข่งขันทุกครั้งเขาจะมาทบทวนผลงานของตัวเอง เพื่อหาสิ่งที่เขาควรปรับปรุงแก้ไขให้ได้มากที่สุด

และนั่นกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาคว้าชัยชนะได้หกครั้งติดต่อกันจากการเจอกับนักสู้มากฝีมือ รวมถึงพาเขาไปสู่ ​​ การแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต รอบชิงชนะเลิศ

“ช่วงสองปีที่ผ่านมา ผมสามารถพัฒนาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานของตัวเอง เพราะผมดูความผิดพลาดทั้งหมดและฝึกซ้อมในโรงยิม เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในการแข่งขันครั้งต่อไป”

“ผมเคยใจร้อนมากๆ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าควรผ่อนคลายและมีกลยุทธ์มากขึ้น นอกจากนี้ ผมได้ปรับปรุงเกมภาคพื้นของผมด้วย”

ตอนนี้ แดนนี คิงกาด คนใหม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ จอห์นสัน ในศึก ONE: CENTURY และก้าวสู่ชัยชนะในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว

นักสู้ชาวอเมริกันจะขึ้นสังเวียนพร้อมดีกรีแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต 12 สมัย ในขณะที่ฝั่งคู่แข่งขันชาวฟิลิปิโนพร้อมที่จะรับมือกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย และกลับไปล้างตากับ โมราเอส ในการชิงแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวต

“ผมเป็น แดนนี คิงกาด คนละคน หลังพบความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น ผมฝึกซ้อมในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม”

“ผมมีสมาธิมากกว่าเดิม ผมมุ่งมั่นเพื่อที่จะคว้าตำแหน่งแชมป์โลก ความพ่ายแพ้ทำให้ผมโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และพร้อมที่จะบรรลุเป้าหมายระดับโลกแล้ว”

ตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY | TV: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้