บทความ

“เอ็ดดี อัลวาเรซ” ถึงพ่ายแพ้ แต่ไม่เคยแพ้พ่าย

15 ก.ย. 2019

แม้ว่าตลอด 16 ปีในอาชีพนักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานของ The Underground King” เอ็ดดี อัลวาเรซ จะเคยเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนามมาแล้วทุกรูปแบบ แต่อดีตแชมป์โลกรุ่นไลต์เวตหลายสมัยผู้นี้ไม่เคยประสบอะไรที่น่ากลัวเท่ากับการต่อสู้ครั้งแรกของเขาในศึกวัน แชมเปียนชิพ

ตอนนี้ อัลวาเรซ กำลังจะมีคิวขึ้นสังเวียนกับ “Dagi” เซยิด กูเซน อาร์สลานาลิเอฟ ในรอบชิงชนะเลิศของศึก ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต ในศึก ONE: CENTURY Part I ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมนี้ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เขายังลืมไฟต์เปิดตัวลงด้วยเหตุผลหลายประการ

นักชกจากฟิลาเดเฟียผู้นี้ได้ขึ้นดวลกับ ทิโมเฟย์ นาสติวคิน จอมพลังชาวรัสเซีย ในศึก ONE: A NEW ERA เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และหลังจากการสาดอาวุธเข้าใส่กันอย่างดุเดือด คืนประวัติศาสตร์ของเขาก็จบลงเร็วกว่าที่ควร

ผลจากการปะทะกัน ทำให้ อัลวาเรซ ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา ซึ่งนั่นทำให้เขาต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากการเอาชนะเป็นเอาชีวิตรอด

“เปลือกตาของผมทั้งบนและล่าง มันฉีกออก”

“มันเหมือนกับตาผมถูกฉีกออกเป็นสองเสี่ยงเลยนะ ผมรู้สึกว่าลมมันผ่านมาถึงในตาผม ผมบอกได้เลยว่าไม่เคยมีการต่อสู้ครั้งไหน ที่ผมโดนอัดหนักจนเลิกสนใจผลการแข่งขัน

“แต่ในคืนนั้น ผมรู้สึกว่าสุขภาพและความปลอดภัยของผม มันอยู่ในภาวะเสี่ยงมากๆ พอผมโดนเข้าไป สมองผมคิดทันทีว่า ‘ผมต้องหลบไปตรงไหนสักแห่งเร็วๆ และไม่ว่าผมจะโดนอะไรเข้าไป ผมต้องฟื้นตัวให้เร็วที่สุด ถ้าผมอยากจะยึดอาชีพนักสู้ต่อไปให้ยาวนาน”



อาการบาดเจ็บของเขาอาจดูร้ายแรงในตอนนั้น แต่ “The Underground King” ก็กลับบ้านในฟิลาเดเฟีย สหรัฐอเมริกา และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

อัลวาเรซ ได้รับบาดเจ็บมาพอสมควรตลอดเส้นทางที่ผ่านมาในอาชีพนี้ เขาจดจำอาการบาดเจ็บแต่ละครั้งได้แม่นยำ แม้ว่าแผลแตกที่ตาจะดูน่ากลัวในทีแรก แต่เขาก็ยังดีใจที่มันไม่ใช่เรื่องอะไรร้ายแรงเท่ากับการบาดเจ็บที่หัวเข่า ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็นเวลานาน

“ผมยังมีขา มีแขน ไหล่ของผมก็ยังดีอยู่ มันก็แค่ดวงตาข้างเดียวเอง”

“ผมยังวิ่งได้ ว่ายน้ำได้ ผมยังเคลื่อนไหวไปรอบๆ แล้วก็ชกลมไปด้วยได้ ถ้าพูดถึงอาการบาดเจ็บแล้วนะ ผมว่ามันไม่ใช่แผลที่แย่นักหรอก

“สายตาผมยังปกติดีทุกอย่าง มันไม่มีผลในระยะยาวหรอก เป็นแค่อาการชั่วคราวเท่านั้น ผมชอบที่จะคิดบวกกับเรื่องต่างๆ มากกว่านะ”

Eddie Alvarez with Angela Lee and Demetrious Johnson at the 'A New Era' Press Con in Japan

ทัศคติแบบนั้นเองที่พาให้ อัลวาเรซ ผ่านพ้นความยากลำบากต่างๆ ในอาชีพของเขามาได้  ซึ่งนั่นคือคำตอบว่าทำไมเขาถึงล้มแล้วลุกได้ตลอด แถมยังเป็นการลุกขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมอีกด้วย

เขาไม่เคยปล่อยให้ตัวจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ เพราะว่าในการต่อสู้ครั้งต่อไป เขามีโอกาสที่จะแก้ตัวได้เสมอ

“ผมคิดว่าตัวเป็นแชมป์ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเข็มขัดก็ตาม ผมยกมาตรฐานตัวให้สูงขึ้นเรื่อยๆ”

“ผมตื่นมาทุกเช้า โดยมีมาตรฐานและเป้าหมายที่ผมต้องทำให้สำเร็จ ผมมีความรับผิดชอบ ผมยกมาตรฐานตัวเองให้เท่ากับระดับแชมป์”

“แชมป์ไม่แพ้บ่อย แชมป์แพ้ได้นะ ถ้าต้องเจอกับคนที่เก่งที่สุดในโลก นั่นคือคุณกำลังสู่กับความพ่ายแพ้ แต่คุณก็ไม่ได้แพ้บ่อยๆ เช่นเดียวกับวิถีทางของผม ผมสัญญาไม่ได้ว่าจะชนะทุกครั้ง แต่คนแบบผมบอกได้แค่ว่า ผมจะไม่แพ้บ่อยนัก”

Eddie Alvarez enters the Mall Of Asia Arena with the American flag draped around him

แม้ว่าจะพ่ายแพ้ย่อยยับต่อ นาสติวคิน แต่ อัลบาเรซ ก็ยังมองโลกในแง่ดีเช่นเดิม

นักสู้จากฟิลาเดเฟียผู้นี้พกเอาทัศนคติที่ดีติดตัวไปยังค่ายซ้อมด้วย ในตอนที่เขากำลังเตรียมตัวเจอกับอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง

เขาได้พัฒนาทักษะต่างๆ ขึ้นมาเยอะมาก และเขาก็อยากจะแสดงมันออกมาในการแข่งขันนัดต่อไปแล้ว

“การแพ้ต่อ ทิโมเฟย์ มันน่าผิดหวังมาก เพราะผมใช้เวลา 4-5 เดือนในการเตรียมตัว แล้วผมว่าผมดีกว่าเยอะ”

“ผมเลิกนิสัยแย่ๆ จนหมด ฟุตเวิร์กของผมก็ดีขึ้น หลายๆ อย่างดีขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ผมทำเมื่อแพ้ให้กับ ทิโมเฟย์ คือ แทนที่จะท้อถอยและยอมแพ้อยู่แบบนั้น ผมกลับมาโฟกัสว่าผมจะทำได้ดีขึ้นขนาดไหนในฐานะนักสู้”

“ผมจะไม่นิยามอาชีพของผมด้วยฟอร์มการชกแค่ครั้งเดียว ด้วยเวลาไม่กี่นาทีในคืนนั้น ผมจะไม่ยอมให้มันถ่วงแข้งถ่วงขาตัวเองหรอก”

Eddie Alvarez locks up the rear-naked choke on Eduard Folayang

อัลวาเรซ ได้ทำตามที่ตัวเองลั่นวาจาไว้ เมื่อเขาประจันหน้ากับ โฟลายัง ในศึก ONE: DAWN OF HEROES ที่มอลล์ ออฟ เอเชีย อารีน่า กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนที่ผ่านมา

แน่นอนว่าไฟต์นี้ก็ดราม่าไม่แพ้ครั้งก่อน เมื่อนักชกเจ้าถิ่นชาวฟิลิปปินส์ฟาดลูกเตะเข้าที่ขาของ อัลวาเรซ จนทำให้เขาร่วงลงไปบนผืนผ้าใบ และเกือบที่จะเพลี่ยงพล้ำ

โฟลายัง ได้ทีตามลงไปบนพื้น แล้วอัดด้วยหมัดอย่างไม่ยั้ง แต่จอมอึดชาวอเมริกันกลับไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่ แถมฉวยจังหวะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นต่อ ก่อนจะจับคู่ต่อสู้ล็อกด้วยท่า Rear-Naked Choke จนนักสู้เจ้าถิ่นต้องยอมแพ้ในที่สุด

“มันคือการต่อสู้ในแบบฉบับของ Underground King”

“โดนอัดสักหน่อย แล้วรับมือกับความบาดเจ็บและอุปสรรคต่างๆ จากนั้นก็หาทางกลับมาสู่เกม โฟกัสกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็หาทางเอาชนะ”

American martial arts superstar Eddie Alvarez stares at the Manila crowd following his win over Eduard Folayang

ตอนนี้ อัลวาเรซ กำลังโฟกัสเพื่อหาทางเอาชนะ อาร์สลานาลิเอฟ ในศึก ONE: CENTURY Part I

ถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะนั่งแท่นแชมป์โลก ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต พร้อมคว้าโอกาสขึ้นท้าชิงกับแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวตอย่าง “The Warrior” คริสเตียน ลี

นั่นอาจเป็นฝันที่เป็นจริงของ “The Underground King” และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาในบ้านแห่งศิลปะการต่อสู้แห่งนี้อีกด้วย

ตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้