บทความ

“เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค” นักสู้ผู้สร้างประวัติศาสตร์วงการต่อสู้เมืองไทย

12 พ.ย. 2019

ฮีโร่นักสู้ชาวไทย “ครูรงค์” เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค ผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ในประเทศไทย ด้วยการเป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่ขึ้นแท่น แชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ รุ่นสตรอว์เวต

อดีตนักมวยไทยชื่อดังระดับตำนานผู้คลุกคลีอยู่บนเส้นทางนักสู้มากว่า 30 ปี ผ่านสังเวียนผืนผ้าใบมากว่า 350 ไฟต์ และในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสานอีก 15 ไฟต์ จนปีนี้อายุผ่านวัย 41 ปีไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลายคนมองว่าอาจถึงเวลาที่ เดชดำรงค์ ควรปลดระวางและหันไปยึดอาชีพเทรนเนอร์ที่ Evolve MMA ที่สิงคโปร์เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว

ไม่มีใครรู้จัก เดชดำรงค์ ดีเท่าตัวเขาเอง เขายังมีหัวใจที่กระหายชัยชนะบนสังเวียนการต่อสู้ โดยพยายามดูแลรักษาสภาพร่างกายและฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เขาเชื่อว่าตราบใดที่หัวใจยังมีไฟก็เท่ากับได้ชัยชนะมาแล้วครึ่งหนึ่ง

อำลาเวทีผ้าใบ

เส้นทางการเป็นนักสู้ของ เดชดำรงค์ เริ่มต้นจากครอบครัวที่ชอบดูมวย จึงหัดซ้อมมวยให้เขาเพื่อความสนุกสนาน แต่ชีวิตก็พลิกผันให้เขาได้ก้าวขึ้นสังเวียนครั้งแรกโดยรับค่าตัว 70 บาท ก่อนจะสั่งสมกระดูกมวยและขยับไปแข่งขันในเวทีใหญ่อย่างสนามมวยเวทีสยามอ้อมน้อยในรุ่น 35 กิโลกรัม ชก 3 ครั้งแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้งเดียว

เดชดำรงค์ย้ายไปซ้อมอยู่ที่ค่ายลูกบ้านใหญ่ ใช้ชื่อ “เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค” อย่างเต็มตัว เก็บเกี่ยวประสบการณ์กว่า 350 ไฟต์ สั่งสมชัยชนะและคว้าแชมป์โลกมวยไทยจากสนามมวยเวทีลุมพินีมาครอง ก่อนจะตัดสินใจอำลาวงการมวยไทย ทิ้งไว้เพียงชื่อเสียงในฐานะตำนาน

หลังรีไทร์จากอาชีพนักมวย เดชดำรงค์ ผันตัวเองไปเป็นเทรนเนอร์ที่ Evolve MMA ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมนักกีฬาการต่อสู้ระดับแชมป์โลกหลายคนที่ปักหลักเป็นเทรนเนอร์อยู่ที่นั่น มันไม่ใช่จุดจบของอาชีพนักสู้ แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายใหม่เมื่อเขาได้รู้จักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน

สู่เส้นทาง MMA

แรกเริ่ม เดชดำรงค์ ไม่สนใจกีฬาชนิดนี้เลย เพราะมีอคติว่าเป็นการต่อสู้ที่ล้มแล้วซ้ำได้ ซึ่งแตกต่างจากมวยไทยที่ล้มแล้วห้ามซ้ำ แต่เมื่อได้คลุกคลีกับกีฬานี้อย่างจริงจัง จึงเข้าใจว่ามันเป็นกฎกติกาซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กันทั่วโลก

ที่สำคัญนักกีฬาสามารถตัดสินใจขอยอมแพ้ได้ด้วยตัวเอง โดยการแตะไปที่ตัวของคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกให้กรรมการรู้ว่าขอยอมแพ้ ไม่จำเป็นต้องฝืนสู้จนหมดยก ซึ่งถือเป็นการเซฟตัวเองตามกำลังที่นักกีฬายังสู้ไหว และขอยุติการแข่งขันได้โดยไม่จำเป็นต้องถึงขั้นน็อกเอาต์

ด้วยเหตุผลหลายประการจึงทำให้ ครูรงค์ เปิดใจเรียนรู้ศาสตร์การต่อสู้แขนงนี้ โดยใช้พื้นฐานมวยไทยที่ตัวเองมีมาเป็นแกนหลัก และเสริมด้วยวิชาบราซิลเลียนยิวยิตสูสำหรับเกมภาคพื้น

นั่งบัลลังก์แชมป์โลก

หลังฝึกซ้อมอยู่ราว 4-5 เดือน เดชดำรงค์ ก็เริ่มชำนาญในการต่อสู้แบบผสมผสานและตัดสินใจขึ้นสังเวียนวงกลมเหล็ก และสร้างผลงานสุดประทับใจกับการคว้าชัยชนะด้วยการน็อกเอาต์ตั้งแต่ครั้งแรก

เจ้าตำนานมวยไทยวัย 37 ปีในขณะนั้น เดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องก่อนจะได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกกับคู่แข่งขันชาวฟิลิปปินส์ “รอย โดลิเกวซ”

แม้จะเคยผ่านเวทีชิงแชมป์โลกมวยไทยมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เดชดำรงค์ ยังจำความรู้สึกตื่นเต้นในวันนั้นได้เป็นอย่างดี และทปลาบปลื้มใจจนลืมไม่ลง เมื่อกรรมการชูมือให้เขาเป็น แชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ รุ่นสตรอว์เวต คนแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ที่ประเทศสิงคโปร์ ในศึกที่มีชื่อว่า ONE: WARRIOR’S QUEST

น้ำตาลูกผู้ชาย

การได้แชมป์ว่ายากแล้วแต่การป้องกันแชมป์นั้นยากกว่า หลังจากขึ้นแท่นแชมป์โลก เดชดำรงค์ ได้ไฟเขียวให้ป้องกันแชมป์อวดฝีมือให้ชาวไทยได้สัมผัสด้วยตาตัวเองเป็นครั้งแรก ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ครอบครัว เพื่อนฝูง และกองเชียร์ขนกันมาทั้งหมู่บ้าน แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อ เดชดำรงค์ พลาดท่าถูกซับมิชชัน เสียแชมป์ในบ้านตัวเอง และถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน

เดชดำรงค์ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจมากถึงกับน้ำตาร่วงบนเวที ความเสียใจที่พ่ายแพ้ ไม่เท่ากับที่ทำให้คนไทยทุกคนผิดหวัง แต่สิ่งที่ เดชดำรงค์ ทำต่อไปไม่ใช่การท้อแท้ แต่เป็นการเดินหน้าหาจุดบกพร่องและนำมาปรับปรุงแก้ไข ฟิตซ้อมให้หนักขึ้น ด้วยความหวังว่าจะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์โลกคืนให้ได้

จากวันแรกของการก้าวสู่วงการต่อสู้แบบผสมผสาน จนถึงวันนี้ที่ เดชดำรงค์ เดินทางมาถึงไฟต์ที่ 16 ในวัย 41 ปีเต็ม เขามั่นใจว่าด้วยหัวใจที่กระหายชัยชนะ บวกร่างกายที่มีความพร้อมเต็มที่ คือไฟแห่งความปรารถนาที่จะผลักดันพลังบนสังเวียนการต่อสู้ให้สำเร็จไปกว่าครึ่งทางแล้ว

วันนี้ “เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค” พร้อมแล้วกับการขึ้นสังเวียนอีกครั้งที่ประเทศสิงคโปร์ ดวลกับนักสู้หนุ่มจากปากีสถานวัย 27 ปี “มูฮัมมัด อิมราน” ในศึก ONE: EDGE OF GREATNESS วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ แฟนชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง ONE Super App ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไปตามเวลาประเทศไทย

ONE: EDGE OF GREATNESS  | สิงคโปร์ | 22 พฤศจิกายน  2562 | 18.30 น. | ONE Super App ยิงสด 17.30 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 21.30 น.