บทความ

“ริตู โฟกาต” นักมวยปล้ำดาวดัง ที่อยากไต่บันไดบนเส้นทางการต่อสู้แบบผสมผสาน

12 ก.พ. 2020

การเปิดตัวของ “ริตู โฟกาต” เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมที่ปักกิ่ง หลังเผด็จศึกคู่แข่งสาวชาวเกาหลีใต้ “Captain Marvel” นัม ฮี คิม ไปแบบสังเวียนเดือด สมใจชาวอินเดียทั่วประเทศที่ตั้งตารอคอย

ประชาชนแดนภารตะต่างรู้จักครอบครัวโฟกาตเป็นอย่างดี ในฐานะครอบครัวนักมวยปล้ำชื่อดัง ซึ่งมี ริตู เป็นตัวแทนของประเทศในการก้าวสู่เวทีระดับโลก และกำลังจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับบ้านเกิดของเธอ

สายเลือดนักมวยปล้ำ

โฟกาต มาจากหมู่บ้าหนึ่งในรัฐหรยาณา เป็นลูกสาวคนที่สามของ มหาเวียร์ ซิงห์ โฟกาต นักมวยปล้ำและโค้ชโอลิมปิกชื่อดังระดับประเทศ เขาฝึกลูกสาวทั้ง 6 คนตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อหวังให้ประสบความสำเร็จในกิจการครอบครัว

ริตู เริ่มฝึกวิชาการปล้ำตั้งแต่วัย 8 ขวบ ซึ่งเวลานั้นผู้หญิงที่ฝึกศิลปะต่อสู้มักถูกมองอย่างอคติ แต่เธออธิบายว่าในเมื่อบรรดาพี่ๆ อย่าง คีตา, บาบิตา และ ปรียันกา ได้แผ้วถางเส้นทางไปก่อนหน้าแล้ว ก็ถึงเวลาที่เธอเองก็ต้องเจริญรอยตามพวกเขาบ้าง

สำหรับฉัน มันชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องมาเส้นทางนี้ พูดตามตรง ก่อนที่ฉันจะมายืนจุดนี้ ผู้คนก็พากันตั้งแง่กันมานานแล้ว ซึ่งพ่อกับพี่ๆ ก็ต้องอดทนและข้ามผ่านจุดนั้นกันมาได้ ฉันยังโชคดีที่มีเกราะป้องกันจากเรื่องเดียวกัน”

คีตาและบาบิตา กลายเป็นวีรสตรีของชาติจากการคว้าเหรียญทองและเหรียญเงินจากการแข่งขัน Commonwealth Games ในปี 2010 ดังนั้นเมื่อ ริตู ออกจากโรงเรียนหลังจากจบเกรดสิบ เพื่ออุทิศชีวิตที่เหลือให้กับกีฬา เธอจึงต้องแบกรับความกดดันจากความคาดหวังไม่น้อย

พรสวรรค์ฟ้าประทาน

แม้จะใช้เวลาอีกหลายปีก่อนที่ ริตู จะมีโอกาสก้าวตามรอยเท้าพี่สาวทั้งสองในการแข่งขันระดับสากล แต่เธอก็ยอมรับว่า แม้แต่การฝึกง่ายๆ อย่างกระโจนใส่เบาะ การต้องทำให้ได้เทียบเท่ามาตรฐานของพี่ๆ ซึ่งมันสร้างความกดดันให้เธอไม่น้อยทีเดียว

พี่ๆ สร้างบันไดขั้นแรกให้ฉันปีนตามขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว ฉันเป็นน้องสาวของคนเก่ง ทุกคนจึงคาดหวังในตัวฉันไว้มาก แต่เวลาลงแข่ง ฉันจะพยายามลืมเรื่องพวกนี้ให้หมดเพื่อจะได้มีสมาธิอยู่บนเวทีอย่างเต็มร้อย”

แม้จะมีความคาดหวังหนักอึ้งอยู่บนบ่า แต่เธอก็ทำผลงานได้ดี ริตู เก็บชัยชนะในการแข่งขันชิงแชมป์ระดับชาติสองรายการ และในการแข่งขัน Commonwealth Wrestling Championship ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นรายการแข่งระดับสากลครั้งแรก และเธอสามารถคว้าเหรียญทองกลับมาฝากคนที่บ้านได้

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่เธอภูมิใจที่สุดคือในรายการ World Under 23 Championships ที่ประเทศโปแลนด์

ความสำเร็จสูงสุดสำหรับฉันมาจากการแข่งขัน Under 23 World Championship ฉันคว้าเหรียญเงินให้กับประเทศ ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศนั้น มันเฉียดฉิวมาก เพราะฉันกับคู่แข่งมีคะแนนเท่ากันคือ 4-4 แต่แล้วเธอก็คว้าแต้มสุดท้ายไป”

ถึงฉันแพ้ในการแข่งขันครั้งนั้นก็ไม่เป็นไร แต่ฉันก็ยังดีใจที่ได้เป็นนักกีฬาหญิงคนเดียวของอินเดียในจำนวนหลายคนที่ลงแข่งขัน โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลให้กับประเทศได้

ชีวิตบทใหม่

ช่วงที่ ริตู เป็นนักมวยปล้ำ เธอเป็นแฟนตัวยงของศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน และสั่งสมความทะเยอทะยานที่จะสัมผัสมันให้ได้สักครั้ง เพราะทักษะในการปล้ำจับล็อกที่เธอมีอยู่ นับว่าเป็นรากฐานที่ดีสำหรับต่อยอดไปสู่การต่อสู้แขนงนี้ได้

ฉันอยากลองทำอะไรที่แตกต่างบ้าง ฉันสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีแชมป์โลกชาวอินเดียในกีฬาชนิดนี้บ้าง และความคิดนี้เองที่กระตุ้นให้ฉันอยากไขว่คว้ามันมาครอบครอง

ทว่า ที่ที่เธออยู่ไม่มีสถานที่ฝึกซ้อมดีๆ ความหวังที่จะไล่ตามความฝันบนเส้นทางสายนี้จึงต้องอดใจรอไปก่อน จนกระทั่งเธอได้รับข้อเสนอจากยิมอีโวลฟ์ที่สิงคโปร์

มันเป็นโอกาสที่หามานาน แต่เธอจำต้องไกลบ้านเป็นระยะทางกว่า 2,500 ไมล์ และทิ้งทุกอย่างที่เธอคุ้นเคยไว้เบื้องหลัง ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของครอบครัว

ฉันคงไม่มีโอกาสยืนอยู่ตรงนี้หากไม่มีครอบครัวให้การสนับสนุน

ฉันมักจะคุยกับพี่ๆ ก่อนที่จะพูดกับพ่อ พวกเธออยากให้ฉันตั้งใจทำตามความฝัน โดยบอกว่า ถ้าฉันอยากเอาดีทางนี้ ก็ลุยเลย ขอเพียงมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างที่สุด”

พี่ๆ ของฉันไปพูดเรื่องนี้กับพ่อ คือฉันไม่ได้พูดกับท่านตรงๆ และท่านก็สนับสนุนฉันเต็มที่เช่นกัน พ่อขอให้ฉันทำให้คนอินเดียภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหน จงไล่ตามมันด้วยความทุ่มเท”

เป้าหมายในอนาคต

ริตู เดินทางมาถึงแดนสิงโตในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และเริ่มต้นฝึกฝนทักษะการยืนสู้ และบราซิลเลียนยิวยิตสูที่เธอจำเป็นต้องใช้ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งหมดรวมถึงกิจวัตรการฝึกฝนที่แตกต่างเป็นเรื่องลำบากไม่น้อย แต่แรงบันดาลใจจากผู้เป็นพ่อทำให้เธอไม่ย่อท้อให้กับความพยายามครั้งนี้

พ่อจะเตือนเสมอว่า ไม่ว่าจะทำอะไร จงทำให้เต็มที่ คติของท่านมักให้มองการณ์ไกล ทำงานหนัก ด้วยความมุ่งมั่น ฉันตั้งใจฟังคำสอนของท่านและทำตามมันให้ดีที่สุด”

ฉันอยากคว้าเข็มขัดแชมป์โลกของ วัน แชมเปียนชิพ มาครอง นั่นคือเป้าหมายเดียวของฉัน”

“ฉันจะเป็นผู้หญิงอินเดียคนแรกที่เป็นแชมป์โลกในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสานให้ได้

อ่านเพิ่มเติม: เจเน็ต ท็อดด์ทิ้งชีวิตวิศวกรการบิน สู่เส้นทางนักสู้บนสังเวียนเดือด

ONE: KING OF THE JUNGLE | สิงคโปร์ | 28 กุมภาพันธ์ 2563 | 16.30 ตามเวลาไทย | รับชมทาง ONE Super APP เวลา 16.30 . | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 21.30 น.