บทความ

บทเรียนเปลี่ยนชีวิตของยอดคิกบ็อกซิ่งชาวดัตช์ “รีเกียน เออร์เซล”

25 ต.ค. 2019

ในอดีต “The Immortal” รีเกียน เออร์เซล แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต เขาเป็นเด็กมีปัญหา ดื้อรั้นมาก และไม่เห็นความสำคัญของคำสั่งสอนของพ่อแม่ จนกระทั่งถูกควบคุมความประพฤติด้วยการใช้ไม้แข็ง ห้ามเล่นกีฬารักบี้ที่เขารัก จนกว่าจะสามารถทำตัวให้เหมาะสมและเดินทางที่ถูกต้องได้ ซึ่งในวันนี้ เออร์เซล รู้แล้วว่าบทเรียนนั้นมันมีคุณค่ายิ่งนักสำหรับชีวิตของเขา

นักชกชาวดัตช์วัย 26 ปี กำลังจะทำศึกล้างตากับ “The Natural” นิกี โฮลสเกน บนสังเวียน ONE: DAWN OF VALOR ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคมนี้

“ที่โรงเรียนผมเป็นเด็กเกเร ไม่ฟังครู ไม่ทำการบ้าน พ่อกับแม่จึงต้องพรากสิ่งเดียวที่ผมรักไป นั่นก็คือรักบี้ ท่านบอกว่า ‘ลูกจะไม่ได้เล่นรักบี้อีก เพราะไม่ฟังที่พวกเราหรือที่ครูพูดเลย ถึงเวลาที่จะต้องเอาจริงแล้ว’ ซึ่งตอนนั้นผมโกรธแทบคลั่ง”

เออร์เซล ยอมรับว่าเขาต่อต้านความคิดนี้ แต่เขามีเพียงทางออกเดียวที่จะทำให้พ่อแม่เชื่อมั่นในตัวเขา และยอมใจอ่อนให้กลับไปเล่นรักบี้ได้เหมือนเดิม ก็คือการหันมาตั้งใจเรียน และปรับปรุงตัวเอง

“มันน่าเบื่อมากที่ต้องอยู่บ้านเฉยๆ และมันไม่ดีต่อตัวผมเลย เพราะผมเป็นพวกพลังเยอะ (หัวเราะ)”

“สี่เดือนหลังจากที่ถูกบังคับ ผลการเรียนของผมก็เริ่มดีขึ้น พ่อแม่พูดกับผมว่า ‘โอเค ตอนนี้ลูกทำตัวดีขึ้น วิธีนี้มันเวิร์ก และคงถึงเวลาที่จะทำในสิ่งที่ชอบแล้ว”



มันเหมือนจุดเปลี่ยนในชีวิต เมื่อ เออร์เซล ตัดสินใจไม่กลับไปเล่นรักบี้ แต่มาเรียนศิลปะการต่อสู้แทน 

ตอนเด็กๆ เขาเคยฝึกเทควันโดมาก่อน แต่เมื่อได้ลองคิกบ็อกซิ่ง เขาจึงเห็นลู่ทางใหม่ที่ลงตัวกับการปลดล่อยความเกรี้ยวกราดและดุดันในตัวเอง จนกระทั่งเมื่อย่างเท้าเข้าไปที่ค่ายศิษย์ยอดธง อัมสเตอร์ดัม เออร์เซล ก็ไม่เคยหันกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีกเลย

“ผมถามตัวเองว่าควรเล่นรักบี้ต่อไป หรือเปลี่ยนไปเล่นกีฬาอื่นแทน ผมคิดว่ารักบี้ไม่ดุเดือดพอสำหรับผม”

“มันก็โอเคนะ แต่ผมไม่สามารถปลดปล่อยความดุดันในตัวออกไปทั้งหมด ผมเลยลองคิกบ็อกซิ่งดู และมันกระตุ้นผมได้เยอะทีเดียว ในที่สุด ผมก็เจอสิ่งที่ดึงดูดตัวผมได้ ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ไปยิมและฝึกซ้อมหลังเลิกเรียน” 

ก่อนหน้านี้ เออร์เซล แค่ทำตัวไหลตามน้ำเพื่อที่จะได้กลับมาเล่นกีฬาเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมพ่อแม่ถึงห้ามไม่ให้ทำในสิ่งที่รัก ก็เพื่อให้เขาทำตัวให้ดีขึ้น และเรียนรู้ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ทุกอย่างไม่ใช่ของตาย วันนี้เขาไม่จำเป็นต้องบังคับหรือกดดันตัวเองแล้ว เพราะทุกอย่างดำเนินไปตามสัญชาติญาณ

“ผมเป็นเด็กซน และตอนนั้นผมก็ทำตัวแย่มากๆ กับพ่อแม่ แต่นั่นล่ะนะ เด็กไม่ได้มองโลกเหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่มอง”

“ถึงตอนนี้ ผมอยากขอบคุณพ่อกับแม่สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำเพื่อผม รวมถึงบทเรียนที่ได้สอนผมมา ผมได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ บางครั้งเราก็ต้องยอมเสียสละบ้างเพื่อทำตามเป้าหมายนั้น”

“มันทำให้ผมรู้ว่า เราต้องทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ และยิ่งผมประสบความสำเร็จในอาชีพนักชกคิกบ็อกซิ่งมากเท่าไหร่ ผมยิ่งเห็นความสำคัญของข้อนี้มากขึ้น”

จาการ์ตา | 25 ตุลาคม | DAWN OF VALOR | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onedawnofvalor19