บทความ

ชะตาลิขิต “โจ ณัฐวุฒิ” ชกมวยในบ้านไม่รุ่ง แต่ไปดังที่เมืองลุงแซม

“โจ ณัฐวุฒิ” นักมวยไทยฝีมือดี ที่อดีตเคยชกมวยอยู่เมืองไทย แต่กลับไม่รุ่ง ได้ค่าตัวไม่พอเลี้ยงปากท้อง จึงตัดสินใจไปขุดทองที่อเมริกา ผ่านไป 7 ปี ตอนนี้เขาเป็นแชมป์รายการดัง แถมกำลังเปิดยิมเป็นของตัวเอง

ย้อนหลังไปราว 10 กว่าปี หากเอ่ยชื่อ “โจ ณัฐวุฒิ” หรือชื่อในวงการมวยไทยว่า “ธนะศักดิ์ ส.บุญเลี้ยง” หรือ “เพชรชมพู ท็อปคิงส์บ็อกซิ่ง” อาจไม่ค่อยมีใครสนใจ หรือแทบไม่คุ้นหูด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เขาเป็นนักมวยฝีมือดี มีอาวุธเข่าและศอกอันรุนแรง เคยโลดแล่นอยู่ตามเวทีทหาร และชกรายการถ่ายทอดสดอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่ดังเปรี้ยงปร้าง ได้ค่าจ้างจากการขึ้นชกไฟต์ละแค่ 7,000 บาท ไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โจ จึงมองหาโอกาสที่ดีกว่า

เมื่อมีคนชักชวนให้ไปอเมริกา มันไม่ง่ายสำหรับนักมวยธรรมดาจากเมืองย่าโม ซึ่งขณะนั้นอายุ 23 ปี เขาแทบจินตนาการไม่ออกเลยว่าอเมริกามันอยู่ตรงไหน แถมพูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ แต่ในเมื่ออยู่เมืองไทยแล้วไม่เห็นอนาคต ไปลองดูสักตั้งจะเป็นไร

ทีแรก โจ ไปทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊ก ที่โรงแรมบนเขาในรัฐโคโลราโด อยู่แต่ในครัวแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน จนกระทั่งมีโอกาสได้รู้จัก “ขุนพล เดชคำภู” หรือ “ขุนพล แก้วสัมฤทธิ์ (ช.โรจนชัย)” อดีตนักมวยไทยชื่อดังที่ไปขุดทองในอเมริกาจนประสบความสำเร็จ เป็นเจ้าของยิมในรัฐแอตแลนตา กำลังประกาศตามหาเทรนเนอร์สอนมวยไทย เพื่อไปทำงานในยิม

เมื่อได้เจองานถนัดกับการเป็นเทรนเนอร์สอนมวยไทย ประกอบกับไฟที่ยังไม่สิ้นเชื้อ เขายังอยากชกมวยอยู่ และได้รับแรงผลักดันจาก ขุนพล ผู้ถ่ายทอดวิทยายุทธขั้นสุดยอดให้

เมื่อได้โอกาสขึ้นเวทีผ้าใบ โจ ชนะนักมวยดัง และกวาดรางวัลแชมป์รุ่น 154 และ 160 ปอนด์จากรายการ ไลออนไฟต์ ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอเมริกา รวมถึงแชมป์สภามวยไทยโลก (WMC) กลายเป็นพยัคฆ์ติดปีก ขึ้นแท่นเป็นซูเปอร์สตาร์ที่แฟนหมัดมวยอเมริกันทุกคนต้องรู้จัก

ภายใต้การดูแลของโค้ชมากความสามารถ ทำให้ชื่อเสียงของ “สโมกกิน โจ” ณัฐวุฒิ ดังกระฉ่อนไปทั่ว เขาเดินสายชกในหลายประเทศโดยเฉพาะจีนกับอเมริกา และด้วยความสามารถ บวกดีกรีแชมป์ จึงเป็นใบเบิกทางให้ โจ ได้เซ็นสัญญากับ วัน แชมเปียนชิพ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา

ชีวิต 7 ปีในอเมริกา แม้ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตหลายอย่างไปตามวัฒนธรรมของตะวันตก แต่เมื่ออยู่บนสังเวียนการต่อสู้ครั้งใด โจ คือตัวแทนของนักมวยจากประเทศไทยคนหนึ่ง

วันนี้ “สโมกกิน โจ” ในวัย 30 ปี มีอเมริกาเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง เขาอยู่ถูกที่ถูกทาง และกำลังเติบโตขึ้นด้วยการมียิมเป็นของตัวเองในชื่อว่า United Training Center (ยูไนเต็ด เทรนนิง เซ็นเตอร์) หรือ UTC ที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งถือเป็นเดือนเดียวกับที่เขาเหยียบเข้าไปอยู่อเมริกาครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อนนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม: ขยันผิดที่อยู่ไทย 10 ปีไม่รวย “โจ ณัฐวุฒิ” ไปอเมริกา 7 ปีมียิมของตัวเอง