บทความ

ฉายา “The Doctor” จะเป็นของใครไม่ได้ นอกจาก “จอร์จิโอ เปโตรเซียน”

26 มิ.ย. 2020

“จอร์จิโอ เปโตรเซียน” คิกบ็อกเซอร์ชาวอาร์เมเนีย-อิตาลี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำ และเทคนิคการต่อสู้อันชาญฉลาด การออกหมัดของเขานั้นทำให้คู่แข่งยากจะต้านทาน ราวกับมี 20 มือเยี่ยงทศกัณฑ์

เขาก้าวขึ้นเป็นตัวท็อประดับโลกมากว่า 10 ปี มีชื่อเสียงเรียงนามเป็นที่กล่าวขานและโด่งดังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฉายา “The Doctor (คุณหมอ)” นั้นสามารถสะท้อนเทคนิคการชกของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะการเปรียบเปรยถึง “คุณหมอ” นั่นย่อมหมายถึง ความชำนาญการและความแม่นยำอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะเมื่อต้องลงมีดผ่าตัดจะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว

 

 

“พวกเขาเรียกผมว่า The Doctor เพราะความแม่นยำในการชกของผม ซึ่งฉายานี้ผมได้รับมาหลายปีแล้ว และปัจจุบันก็ยังใช้อยู่”

“กรรมการคนหนึ่งได้ตั้งฉายานี้ให้ผมในปี 2004 ในไฟต์ที่ผมขึ้นชกกับนักมวยชาวฝรั่งเศส ผมน็อกเขาตั้งแต่ยกแรกด้วยการเตะขาล่าง 4 ครั้ง เมื่อเขาพิจารณาดูจากภาพถ่ายก็พบว่า การเตะทั้ง 4 ครั้งแม้มันจะดูเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกันเลย มันเป็นการเตะที่ต่างกัน แต่ย้ำลงจุดเดิม ระยะเดิม และเทคนิคเดิม”

“ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ได้รับฉายาว่า The Surgeon (ศัลยแพทย์) และกลายมาเป็น The Doctor (คุณหมอ) จนปัจจุบัน”

 

 

ถึงแม้ว่าการเตะขาล่างจะเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ จอร์จิโอ เปโตรเซียน ได้รับฉายานี้ แต่การออกอาวุธทุกลูก และทุกการโจมตีของเขามีความแม่นยำเสมอ

นักชกซูเปอร์สตาร์วัย 34 ปี ผู้ผ่านสังเวียนมาถึง 108 ไฟต์ ด้วยชัยชนะ 102 แพ้ 2 เสมอ 2 และไม่มีผลตัดสิน 2 ครั้ง เขาไม่เคยปล่อยอาวุธออกมามั่วๆ โดยเปล่าประโยชน์ เขาวิเคราะห์ทุกความเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบ และหาจังหวะเข้าโจมตีเพื่อหวังผล

“ความแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันไม่มีคำว่าฟลุกบนสังเวียน มีเพียงไม่กี่จุดเท่านั้นที่จะใช้โจมตีคู่ต่อสู้ได้ จะมั่วหรือสุ่มไม่ได้ ดังนั้นหากคุณเร็วและแม่นยำพอ คุณก็จะได้เปรียบ”

 

 

หมอที่ต้องรักษาคนไข้ต้องใช้วิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ “The Doctor” แห่งวงการศิลปะการต่อสู้ก็เช่นกัน การจะสยบคู่แข่งขันบนสังเวียนได้ต้องใช้เทคนิค ประสบการณ์ และการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง

“ผมพยายามเปลี่ยนสไตล์การชกของตัวเองอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ แต่ย้ำอีกครั้งว่า ถ้าเรามีความเร็วและทักษะการต่อสู้ที่ดี มันจะเป็นข้อได้เปรียบมาก”

“ผมเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้ตอนที่ผมเริ่มชกมวยไทย และเมื่อผมได้ชก K-1 ซึ่งเป็นการชกคิกบ็อกซิ่ง ผมใส่เทคนิคการป้องกันตัวแบบมวยไทยเข้าไป บวกกับการปล่อยหมัดสไตล์คิกบ็อกซิ่ง ผมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน เหมือนแฟนๆ จะชื่นชอบและสนุกเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคู่แข่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าด้วย”

 

 

จอร์จิโอ เปโตรเซียน ปัจจุบันครองตำแหน่งแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต ซึ่งในอนาคตอันไม่ไกลจากนี้เขาจะต้องพบกับบทพิสูจน์ที่ท้าทายและตื่นเต้นกว่าที่เคย กับคู่แข่งสุดหินที่กำลังรอเขาอยู่ใน วัน แชมเปียนชิพ

 

อ่านเพิ่มเติม: