บทความ

ฉายา “The Doctor” จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก “จอร์จิโอ เปโตรเซียน”

16 ก.ย. 2019

“จอร์จิโอ เปโตรเซียน” ซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เมเนีย-อิตาลี ที่ขึ้นชื่อเรื่องการโจมตีอันแม่นยำ และสมองอันปราดเปรื่อง อันเป็นที่มาของฉายา “The Doctor”  คุณหมอนักบู๊ที่คู่ต่อสู้ต้องขยาด

คนไข้ที่เตรียมขึ้นเขียงคนต่อไปของ “The Doctor” คือ “AK47” เซมี ซานา ที่เตรียมดวลหมัดกันในศึก ONE: CENTURY Part II เพื่อชิงความเป็นหนึ่งของการแข่งขัน ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต รอบสุดท้าย ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมนี้

การต่อสู้อย่างพิถีพิถันและเด็ดขาด คือปัจจัยสำคัญที่พาเขาทะลุเข้ามาจนถึงรอบชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเงินรางวัลถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐรออยู่

แม้ว่าเปโตรเซียนจะพัฒนาฝีมืออยู่เรื่อยๆ และก้าวขึ้นมาเป็นนักมวยคิกบ็อกซิ่งตัวท็อปมากว่า 10 ปี แต่ชื่อเสียงเรียงนามของเขายังเป็นที่กล่าวขานและโด่งดังมาอย่างต่อเนื่อง

นักชกจากเมืองมิลานยังเป็นวัยรุ่นในตอนที่เขาได้รับการขนานนามว่า “The Doctor” ฉายาที่สะท้อนถึงเทคนิคการชกของเขาบนเวทีได้เป็นอย่างดี

“พวกเขาเรียกผมว่า The Doctor เพราะผมมีความแม่นยำในการชกมาก ผมได้รับฉายานี้มาหลายปีแล้ว และปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่”

“กรรมการคนหนึ่งได้ตั้งฉายานี้ให้ผมในปี 2004 ในไฟต์ที่ผมขึ้นชกกับนักมวยชาวฝรั่งเศส ผมน็อกเขาตั้งแต่ยกแรกด้วยการเตะตัดขา 4 ครั้ง เมื่อเขาพิจารณาดูจากภาพถ่ายก็พบว่า การเตะทั้ง 4 ครั้งแม้มันจะดูเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกันเลย”

“ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ได้รับฉายาว่า “The Surgeon” เพราะมันเหมือนเป็นการเตะเพียงครั้งเดียว แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นการเตะ 4 ครั้งที่ต่างกัน แต่ย้ำลงจุดเดิม ระยะเดิม และเทคนิคเดิม จากนั้นฉายา The Surgeon ก็กลายมาเป็น The Doctor”


ถึงแม้ว่าการเตะขาล่างจะเป็นอาวุธเด็ดที่ทำให้ เปโตรเซียน ได้รับฉายานี้ แต่การออกอาวุธทุกลูก และทุกการโจมตีของเขามีความแม่นยำไม่แพ้กัน

นักสู้วัย 33 ปีเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการมีคลังอาวุธที่น่าทึ่ง เทคนิคของเขาเฉียบคม และไม่เคยทำให้การบู๊ใส่คู่ต่อสู้เป็นไปโดยเปล่าประโยชน์

เปโตรเซียนไม่เคยปล่อยหมัดออกมามั่วๆ เขาวิเคราะห์ทุกความเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบ และหาจังหวะเข้าโจมตีเพื่อหวังผล

“ความแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันไม่มีคำว่าฟลุ๊คบนสังเวียน”

“มันมีเพียงบางจุดเท่านั้นที่ควรใช้โจมตีคู่ต่อสู้ มันไม่สามารถสุ่มได้ ดังนั้น หากคุณเร็วและแม่นยำพอ คุณก็จะได้เปรียบ”

เช่นเดียวกับหมอที่ต้องรักษาคนไข้อย่างรวดเร็ว โดยใช้วิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ “The Doctor” ของวงการศิลปะการต่อสู้ จึงต้องพัฒนาและปรับตัวเข้ากับกาลเวลาที่เปลี่ยนไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าแชมป์โลก K-1 World MAX Grand Prix สองสมัยจะปรับปรุงสไตล์การชกให้เข้ากับการแข่งขันใหม่ กฎใหม่ และคู่แข่งคนใหม่อย่างไร ความแม่นยำของเขายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

มันไม่ง่ายที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เมื่อก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับนี้ แต่ เปโตรเซียน ทำได้อย่างราบรื่นและปราศจากปัญหา

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือที่ไหน เขายังรักษามาตรฐานความสามารถและคงความตื่นเต้นเร้าใจในทุกๆ ไฟต์ที่เขาขึ้นชกได้เสมอ

“ผมพยายามเปลี่ยนสไตล์การชกของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ แต่ย้ำอีกครั้งว่า ถ้าเรามีความเร็วและทักษะการตอบโต้ที่ดี มันจะเป็นข้อได้เปรียบมาก เพราะไม่ใช่คู่แข่งทุกคนที่จะมีจังหวะการชกที่ดี”

“ผมเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้ตอนที่ผมเริ่มชกมวยไทย และเมื่อผมได้ชก K-1 ผมก็ต้องเปลี่ยนสไตล์อีกครั้ง เพราะ K-1 เป็นการชกแบบคิกบ็อกซิ่ง”

“ผมใส่เทคนิคการป้องกันของมวยไทยเข้าไป บวกกับการปล่อยหมัดสไตล์คิกบ็อกซิ่ง ผมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อความสำเร็จบนสังเวียน และเหมือนแฟนๆ จะชื่นชอบและสนุกเป็นพิเศษ”

“ผมเก่งในเรื่องการดวลหมัด นั่นคือสไตล์ของผม ไฟต์ล่าสุดของผมทำให้ จอร์จิโอ คนนี้ดุดันขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคู่แข่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าด้วย”

ความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวตนของเขา เปโตรเซียน ผ่านความสำเร็จอย่างมากมาย จนได้รับการยกย่องในฐานะนักมวยที่ดีที่สุดในยุคของเขา เพราะเขาไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับชื่อเสียงและเกียรติยศ

เปโตรเซียน พัฒนาการชกของตัวเองให้มีความเฉียบคม และใช้อาวุธที่มีอย่างเหนือชั้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขายืนหนึ่งในวงการคิกบ็อกซิ่งมาโดยตลอด

“ผมปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และผมยังคอยหาวิธีพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ”

โตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชมhttp://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้