ความคิดเห็น

“ยอดแสนไกล” มองศึกสองคู่ปรับ “เซมี vs จามาล” น็อกยาก น่าจะจบด้วยคะแนน

23 ธ.ค. 2020

“ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์” นักชกระดับตำนานมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง ผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดมวยสมองคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันในวัย 35 ปีผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการมวยมากว่า 2 ทศวรรษ ในฐานะที่เคยปะทะฝีมือกับสองนักชกคู่เอกในศึกส่งท้ายปี ONE: COLLISION COURSE II ทั้ง “เซมี ซานา” และ “จามาล ยูซูพอฟ” มาแล้ว เขามองเกมนี้อย่างไร ไปฟังทัศนะจาก ยอดแสนไกล ได้ที่นี่ค่ะ

 

ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์

 

สำหรับ เซมี ซานา เขาคือผู้มอบความปราชัยครั้งแรกในรอบ 7 ปีให้ ยอดแสนไกล โดยทั้งคู่เจอกันในการแข่งขัน ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต รอบแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์รวมสุดยอดนักชกคิกบ็อกซิ่ง 8 คน เพื่อหาคนเก่งที่สุดของรุ่น ชิงเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ยอดแสนไกล ในฐานะตัวเก็งของทัวร์นาเมนต์ที่แฟนๆ หมายมั่นปั้นมือว่าเขาจะผ่านไปสู่รอบสุดท้ายได้เจอตัวพ่ออย่าง “จอร์จิโอ เปโตรเซียน” แต่เขากลับถูกนักชกสัญชาติฝรั่งเศส-แอลจีเรีย วัย 32 ปี ดีกรีแชมป์โลกมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งสองสมัย เซมี ซานา เขี่ยตกรอบแรกไปอย่างช็อกโลก ด้วยคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์

 

เซมี ซานา vs ยอดแสนไกล (17 พ.ค.62)

 

“ที่ผมแพ้ในไฟต์นั้น เพราะแรงผมตกไป ทำให้อาวุธเบา ทำอะไรเขาก็ไม่ค่อยสะเทือน กลับกันถ้าในกติกามวยไทย ผลจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้แน่นอน เขาจะไม่สามารถเข้ามาประชิดตัวได้ เพราะต้องคอยระวังศอกด้วย”

“เซมี ได้เปรียบเรื่องความสูงอย่างชัดเจน ทั้งลูกเข่า ถีบ หมัด เขาทำได้ดีหมด ติดตรงที่การเคลื่อนไหวและออกอาวุธช้า ถ้าจะสู้กับมวยที่ช่วงชกได้เปรียบกว่า สายตาต้องดี ประชิดตัวไว้ห้ามอยู่ห่าง และที่สำคัญคือแรงต้องดี ตอนนี้ผมคิดว่า เซมี เขาพัฒนาขึ้นเยอะ แข็งแรงขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น ไม่เฉื่อยไม่เล่นเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ”

 

ยอดแสนไกล vs จามาล ยูซูพอฟ (16 พ.ย.62)

 

หลังจากพ่ายให้กับ เซมี 6 เดือนต่อมา ยอดแสนไกล มีแพลนขึ้นชกกติกามวยไทยกับนักมวยดังจากยูเครน “ซาชา โมอิซา” ที่น้ำหนัก 72 กิโลกรัม แต่เกิดต้องเปลี่ยนตัวกระทันหัน โดย “จามาล ยูซูพอฟ” เข้ามาเสียบแทนในช่วงก่อนสัปดาห์สุดท้าย ทำให้ ยอดแสนไกล ต้องเบ่งน้ำหนักขึ้นไปชกที่แคตช์เวต 73 กิโลกรัม ซึ่งไฟต์นั้น ยอดแสนไกล ถูกปิดเกมไวด้วยการน็อกเอาต์ในยกที่ 2 ช็อกทั้งโลกยิ่งกว่าตอนพ่ายให้ เซมี ซานา ซะอีก

“จุดแข็งของ จามาล คืออาวุธหมัด แม่นและหนัก สายตาคม เตะขาก็ดี ส่วนจุดอ่อนผมยังดูไม่ออกเพราะว่าเกมจบไว แรงปะทะสู้เขาไม่ได้ และประมาทเกินไป อีกทั้งสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม สถานที่ฝึกซ้อมที่จีนตอนนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ”

“เจอกับมวยทรงนี้ สายตาต้องดี เตะเยอะๆ ถีบทำลายจังหวะ และคอยใช้หมัดหน้ารบกวน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวนักมวยด้วยว่าไหวพริบดีหรือไม่”

 

 

สำหรับการเผชิญหน้ากันของ “จามาล ยูซูพอฟ vs เซมี ซานา” ในครั้งนี้ ทั้งคู่ชกกันในกติกามวยไทย 3 ยก นวมเปิดนิ้ว 4 ออนซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต (70.3 กิโลกรัม) ซึ่ง ยอดแสนไกล มองว่าความได้เปรียบจะตกไปอยู่ที่ เซมี

“คู่นี้ถ้าชกกันในพิกัดน้ำหนัก 70.3 กก. ผมให้ เซมี ซานา ที่ได้เปรียบเรื่องความสูง ต่อยยาก และครบเครื่องมวยไทยกว่า และแรงปะทะอาวุธของ จามาล จะเบาลงด้วยในน้ำหนักนี้”

“ด้วยนวมเล็กมีสิทธิ์ถึงน็อกได้ ซึ่งถ้ามีน็อกผมว่า เซมี ซานา มีสิทธิ์โดนน็อกหรือโดนนับ แต่คิดว่าคงน็อกกันยาก น่าจะจบที่ เซมี ซานา ชนะคะแนนครับ”

 

 

หมัดมวยเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ และเราก็เคยเห็นการพลิกล็อกมาหลายครั้ง ใน วัน แชมเปียนชิพ บทสรุปศึก ONE: COLLISION COURSE II ช่างน่าติดตาม แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคมนี้ ปูเสื่อรอได้เลย

รับชมได้ทาง

 

อ่านเพิ่มเติม: