ไม่กลัวสายตรง! “เพชรสยาม” ลับแข้งหนักรับน้อง “หวัง จงเฉียน” เอาดีสายคิกบ็อกซิง ศึก The Inner Circle 31
“เพชรสยาม น้ำดื่มทีทูเอวอเตอร์อุบล” มวยซ้ายอันตราย วัย 21 ปี จากสุรินทร์ เตรียมลูกเตะรับน้องโหด “หวัง จงเฉียน” วัย 23 ปี ตัวแทนจากจีน หวังซิวชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 3 ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ในศึก The Inner Circle 31 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 18 ก.ย. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
เปิดเส้นทาง เพชรสยาม จากเวทีภูธรสู่แชมป์ระดับประเทศ
“เพชรสยาม” เข้าสู่เส้นทางหมัดมวยจากสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับวงการผืนผ้าใบมาตั้งแต่เด็ก ก่อนสั่งสมประสบการณ์บนเวทีภูธรที่บ้านเกิด จ.สุรินทร์ และเดินสายขึ้นชกในกรุงเทพฯ จนสร้างผลงานคว้าแชมป์มวยไทยเวทีราชดำเนิน รุ่น 122 ป. ในปี 2567 และแชมป์ช่อง 7 สี รุ่น 122 ป. ในปี 2568 ซึ่งเป็นเกียรติประวัติสำคัญบนเส้นทางนักชกของเขา
“ผมเริ่มชกมวยประมาณ 7 ขวบตามเพื่อนครับ ลองไปซ้อมเล่น ๆ ประมาณอาทิตย์หนึ่ง ก็ได้ขึ้นชกในงานเปรียบมวยเวทีภูธร แล้วชนะคะแนนไฟต์แรกเลย จากนั้นลุงข้างบ้านที่เคยเป็นนักมวยเห็นแวว ก็ชวนให้มาซ้อมจริงจังและมาสอนที่บ้าน ผมซ้อมอยู่ได้ประมาณ 3-4 ปี แล้วก็ชกเรื่อยมา ก่อนย้ายไปอยู่ค่ายมวย จ.ภัทรียากีฬาสยามสุรินทร์ครับ”
“ตอนอายุประมาณ 14-15 ปี ผมเริ่มเข้ามาชกที่กรุงเทพฯ แล้วก็เดินสายชกจนได้แชมป์ราชดำเนินในปี 2567 และแชมป์ช่อง 7 รุ่น 122 ป. ในปี 2568 ซึ่งเป็นสองรางวัลที่ผมภูมิใจมากครับ”
ประสบการณ์ ONE เปลี่ยนทางสู่คิกบ็อกซิง
หลังจากนั้น “เพชรสยาม” ได้รับโอกาสให้ขึ้นสังเวียน ONE ในศึก ONE ลุมพินี 130 เมื่อ ต.ค. 68 ประเดิมด้วยกติกาคิกบ็อกซิง ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเหมาะกับสไตล์การชกของตัวเองที่คุ้นเคยกับนวมใหญ่ และโดดเด่นด้านชั้นเชิงมากกว่าเดินบู๊ โดยเจ้าตัวถูกประกับให้เผชิญหน้ากับ “ริวกิ มัตซึดะ” นักชกดีกรีแชมป์คิกบ็อกซิงจากเวทีใหญ่ในญี่ปุ่น แม้ต้องปรับตัวกับกติกาใหม่ แต่ “เพชรสยาม” ก็ทำผลงานยอดเยี่ยม คว้าชัยด้วยคะแนนเอกฉันท์ได้สำเร็จ
“ตอนที่รายการติดต่อมา ผมดีใจมากครับ เพราะอยากชกในรายการ ONE อยู่แล้ว พอประเมินตัวเองแล้ว ผมเป็นมวยเชิงและมีความไว เลยคิดว่าคิกบ็อกซิงน่าจะเหมาะกว่า ถ้าประเดิมมวยไทยนวมเล็กอาจจะไม่ถนัด ซึ่งผมคิดว่าตัดสินใจถูก เพราะไฟต์แรกก็ชนะ ริวกิ ที่เป็นสายแข็งจากญี่ปุ่นเลยครับ”
นอกจากการค้นพบว่าสามารถชกคิกบ็อกซิงได้ดีไม่แพ้มวยไทย “เพชรสยาม” ยังมี “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” อดีตนักชก ONE และตำนานคิกบ็อกซิงของไทยเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจในการพัฒนาฝีมือบนเส้นทางสายนี้
“พี่สิทธิชัยเป็นนักมวยที่ผมชื่นชอบครับ เพราะเขามีฝีมือดี เก๋าเกม ฟุตเวิร์กว่องไว และมีไอคิวมวยดี ผมเคยดูพี่เขาชกหลายครั้ง และก็พยายามนำจุดเด่นของพี่เขามาปรับใช้และฝึกฝนกับตัวเองบ้างครับ”
จากนั้น “เพชรสยาม” กลับไปทำฟอร์มบนเวทีมวยไทยก่อนคืนสังเวียน ONE ลุมพินี 161 เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ด้วยการเอาชนะทีเคโอ “นิฮัด ทากิซาเด” นักสู้สายแข็งด้านคิกบ็อกซิงจากอาเซอร์ไบจาน หลังใช้แข้งซ้ายเล่นงานคู่ชกจนปิดเกมสำเร็จ พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทเป็นครั้งแรก
“ไฟต์ที่แล้วผมเจอ นิฮัด เขาเป็นคิกบ็อกซิงสายตรง แต่ตัวเล็กกว่าเรา เลยทำให้ผมได้เปรียบเรื่องช่วงชก ช่วงต้นเกมผมโดนเตะขาจนเจ็บ เลยพยายามแก้เกมและเปลี่ยนวิธีชกไปเรื่อย ๆ พอผมเตะโดนแขนแล้วเห็นเขาออกอาการ ก็คิดว่าน่าจะน็อกได้ เลยเดินหน้าเตะซ้ายเต็มที่จนปิดเกมได้ครับ”
เพชรสยาม ลับแข้งหนักรับมือ หวัง จงเฉียน
บททดสอบไฟต์ที่ 3 ของ “เพชรสยาม” คือ “หวัง จงเฉียน” นักคิกบ็อกซิงระดับหัวแถวของจีน ปัจจุบันมีสถิติชกชนะ 25 จาก 34 ไฟต์ในระดับอาชีพ โดยเจ้าตัวมองว่าคู่ชกรายนี้มีจุดเด่นที่ความเร็ว แต่เชื่อว่าประสบการณ์จากสองไฟต์ที่ผ่านมา ช่วยให้ตัวเองปรับตัวและพร้อมรับมือกับบททดสอบครั้งนี้มากขึ้น

“หวัง จงเฉียน เป็นนักชกคิกบ็อกซิงสายตรง เขาออกอาวุธเร็วและเคลื่อนที่เข้าออกไว แต่ผมมองว่ายังไม่มีอาวุธที่อันตรายเป็นพิเศษ”
“หลังจากผ่านคิกบ็อกซิงมาแล้วสองไฟต์ ผมรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมาก แต่ก็จะไม่ประมาทแน่นอน ไฟต์นี้ผมซ้อมมาเกือบสองเดือนตั้งแต่จบไฟต์ที่แล้ว เตรียมมาครบทุกอาวุธ โดยเฉพาะลูกเตะที่เป็นจุดแข็งของผม และพยายามเพิ่มความหนักให้มากกว่าเดิมด้วยครับ”
เพชรสยาม หวังปิดเกมไว ล่าชัยไฟต์ที่ 3
ไฟต์นี้ “เพชรสยาม” เผยว่าเตรียมรับมือเกมบุกของ “หวัง จงเฉียน” ด้วยลูกเตะตามสไตล์ถนัด พร้อมยืนยันชัดเจนว่าหากคู่ชกเลือกเดินเข้าหา เจ้าตัวก็พร้อมเปิดเกมแลกเช่นกัน และตั้งเป้าหมายไปที่การปิดเกมให้เร็วที่สุด
“หวัง จงเฉียน เขาเป็นมวยที่ค่อนข้างเร็ว หากเขามาแนวบู๊หรือเดินบี้ ผมก็มีลูกหนักเข้าสู้ ผมไม่ยอมใครอยู่แล้ว ลองมาวัดกันไปเลยว่าแรงใครจะดีกว่ากัน”
“ครั้งนี้ผมอยากปิดเกมให้ได้เหมือนไฟต์ล่าสุด เพราะอยากลุ้นคว้าโบนัสด้วยครับ ถ้าเห็นจังหวะปิดเกมผมก็จะลงมือทันทีตั้งแต่ยกแรก เพราะปกติผมไม่ใช่มวยที่ชอบดูเชิงนาน พอเห็นว่าคู่ชกโดนอาวุธอะไรแล้วมีอาการ ก็จะเล่นงานจุดนั้นทันทีครับ”
“เป้าหมายในรายการ ONE ตอนนี้ผมเน้นพัฒนาตัวเองครับ ไฟต์ต่อไปจะเจอกับใครก็ได้ ขอแค่เก็บชัยชนะไปเรื่อย ๆ เพื่อไปให้ถึงแชมป์ครับ”
“ไฟต์นี้ฝากแฟน ๆ ช่วยเชียร์ด้วยนะครับ ผมขอแค่ชนะอย่างเดียว และอยากชนะสวย ๆ ด้วยลูกเตะที่เตรียมมาครับ”
ติดตาม “เพชรสยาม vs หวัง จงเฉียน” วันศุกร์ที่ 18 ก.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 31 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle