ชักธงรบ! ONE แถลงความพร้อมศึกใหญ่ ONE ซามูไร 1 จัดเต็มความมัน 29 เม.ย.นี้
เหลือเวลาอีกไม่นานแฟนกีฬาต่อสู้ใน 195 ประเทศทั่วโลก จะได้ติดตามอีเวนต์ใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ศึก ONE ซามูไร 1 ที่จะเปิดฉากมอบความมันเต็มอิ่ม ที่ประเทศญี่ปุ่น ณ สนามอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ในวันพุธที่ 29 เม.ย.นี้
โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ONE ได้จัดงานแถลงข่าวอัปเดตความพร้อมล่าสุดของศึก ONE ซามูไร 1 อย่างเป็นทางการ ณ โรงละคร โฮโช โนะ ในกรุงโตเกียว ซึ่งมีนักสู้คู่ไฮไลต์ร่วมขึ้นเวทีพูดคุยกันอย่างคึกคัก พร้อมได้รับการต้อนรับจากสื่อมวลชนจำนวนมาก

ศึกนี้เต็มไปด้วยการแข่งขันที่น่าสนใจมากมาย โดยยกทัพนักสู้ระดับซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องมาดวลเดือดกันถึง 12 คู่ และมีเดิมพันเข็มขัด 4 เส้นในอีเวนต์เดียว ซึ่งโอกาสนี้ มีตัวแทนจอมบู๊จากไทยร่วมแข่งขันถึง 2 ราย และต่างมีลุ้นคว้าแชมป์กลับมาฝากแฟนมวยชาวไทย
พิธีการเริ่มด้วยการกล่าวเปิดงานจาก บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของ ONE ที่ออกโรงตอกย้ำว่า ศึก ONE ซามูไร จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้วงการศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมมอบประสบการณ์ล้ำค่าให้ทุกคนจดจำ

“รายการ ONE ซามูไร ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เรากำลังสร้างสะพานเชื่อมวงการศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นไปสู่ระดับโลก สิ่งที่ทำให้ ONE ซามูไร แตกต่าง คือการมอบอนาคตและทิศทางที่ชัดเจนให้กับนักสู้ญี่ปุ่น พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจผ่านเงินรางวัลพิเศษในระดับสูงสุดของวงการกีฬาต่อสู้ในประเทศ โบนัสในรายการนี้เริ่มต้นที่ 1.5 ล้านเยน (กว่า 3 แสนบาท) และอาจเพิ่มสูงถึง 15 ล้านเยน (กว่า 3 ล้านบาท) โดยมีการมอบในทุกไฟต์ ทุกอีเวนต์ และไม่มีการจำกัดจำนวนรางวัลต่อรายการ”
“เราหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้นักกีฬาทุกคนแสดงผลงานอย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันเชื่อว่าแฟน ๆ จะได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวการฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำบาก จนก้าวขึ้นเป็นฮีโรบนเวทีระดับโลก”

สำหรับคู่เอกนำรายการ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) เปิดศึกรีแมตช์กับ “ทาเครุ เซกาวา” จอมบู๊ขวัญใจเจ้าถิ่น โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล เป็นเดิมพัน หลังทั้งคู่เคยเจอกันในศึก ONE 172 เมื่อเดือน มี.ค. 68 โดยเป็น “รถถัง” ที่ใช้เวลาเพียง 80 วินาที เอาชนะน็อกเอาต์ไปได้
ด้าน “รถถัง” เผยถึงความสำคัญของศึกนี้ว่าเป็นไฟต์สำคัญ โดยตนพร้อมดับฝันของกองเชียร์เจ้าบ้านคว้าเข็มขัดกลับไปนอนกอดให้ได้

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นคู่เอกของรายการ และเป็นคนที่ ทาเครุ เลือกชกด้วยในไฟต์อำลาสังเวียน ผมคิดว่ามันจะเป็นไฟต์ประวัติศาสตร์ของทั้งผมและ ทาเครุ”
“สำหรับไฟต์นี้ ผมมีการฟิตซ้อมและแก้เกมอย่างสม่ำเสมอ ผมรู้จักสไตล์การชกของ ทาเครุ และมีวิธีเอาชนะเขาได้แต่ผมไม่สามารถประมาท ทาเครุ ได้ และเขาก็ไม่สามารถประมาทผมได้เช่นกัน”

ขณะที่ “ทาเครุ” ยืนยันพร้อมทำผลงานสุดความสามารถ ในไฟต์ปิดฉากอาชีพ เพื่อฝากความทรงจำที่ดีให้กับกองเชียร์ที่คอยสนับสนุนมาตลอด และส่งท้ายให้ทุกคนได้จดจำว่าเป็นตำนานของประเทศ
“การเจอกับ รถถัง ครั้งแรกเป็นประสบการณ์แย่มากที่แพ้ไป แต่ก็มีความสุขมากที่จะได้กลับมาล้างตาในครั้งนี้ เป้าหมายเดียวของผมคือการเอาชนะ รถถัง ที่ได้ชื่อว่าแกร่งที่สุดในรุ่นนี้ของ ONE ให้ได้”
“ตั้งแต่เซ็นสัญญาชกใน ONE ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสโชว์ผลงานต่อหน้าแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นบ่อยนัก ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ขึ้นชกในศึก ONE ซามูไร นัดปฐมฤกษ์ ที่สำคัญ ครั้งนี้จะเป็นไฟต์สุดท้ายของผมด้วย ผมตั้งใจอยากจะคว้าเข็มขัดกลับบ้านให้ได้ครับ”

ส่วนอีกคู่ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 29 ปี จากสหราชอาณาจักร ป้องกันบัลลังก์ครั้งที่ 2 พบกับ “ยูกิ โยซะ” จอมเตะซูเปอร์สตาร์ขวัญใจเจ้าถิ่น
ทาง “แฮ็กเกอร์ตี” เปิดใจยอมรับว่าผู้ท้าชิงอย่าง “ยูกิ” มีความอันตรายรอบด้าน แต่พร้อมรั้งบัลลังก์สุดหวงเอาไว้ต่อไป

“คู่ชกที่ผมเคยเผชิญหน้าล้วนเป็นระดับท็อป ขณะที่ ยูกิ เป็นนักสู้ที่มีสไตล์แตกต่าง มีความมั่นใจสูง หมัดหนัก และครบเครื่อง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องเตรียมตัวอย่างเต็มที่ แต่ผมว่าเขากำลังประเมินผมต่ำไป ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมผมถึงได้ชื่อว่าเก่งที่สุดโลก และจะรักษาเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้เอาไว้ให้ได้ครับ”

ส่วนฝั่ง “ยูกิ” ยอมรับว่าตนอาจเป็นรอง แฮ็กเกอร์ตี ในเรื่องประสบการณ์ไฟต์ชิงแชมป์ แต่เมื่อโอกาสมาถึงแล้วพร้อมทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด เพื่อก้าวมาเป็นราชันคนใหม่ และทำให้แฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้ในบ้านเกิดต้องภูมิใจ
“ผมยอมรับว่า แฮ็กเกอร์ตี มีประสบการณ์ในไฟต์ชิงแชมป์ 5 ยกมากกว่า แต่ไม่ว่าสถานการณ์ไหน ผมเตรียมตัวมาเพื่อชนะ และมั่นใจว่าผมเหนือกว่าและจะน็อกเขาได้ผมรอโอกาสนี้มานาน และในที่สุดมันก็มาถึง แต่นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากคือจุดเริ่มต้น เป้าหมายเดียวของผมคือคว้าแชมป์โลก เพื่อเปิดฉากบทใหม่ในเส้นทางอาชีพครับ”

ด้าน “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” จอมบู๊ร่างเล็กใจใหญ่ อีกหนึ่งนักสู้ขวัญใจชาวไทย ได้โอกาสท้าชิงบัลลังก์จาก คู่ปรับเก่า “นาดากะ” ยอดนักสู้เจ้าถิ่นผู้ครองเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) โดย “ทรงชัยน้อย” มั่นใจว่าในการวนกลับมาเจอกันเป็นครั้งที่ 2 จะไม่เหมือนเมื่อครั้งที่เขาแพ้ให้เมื่อเดือน เม.ย. 66
“นาดากะ มีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ดีขึ้น มีความรวดเร็วในการออกอาวุธ รวมถึงมีทัศนคติในการอ่านเกมที่ดี ซึ่งผมเองก็มอง นาดากะ ไม่เหมือนเดิมเหมือนกัน เพราะเห็นเขาเป็นเบอร์ 1 ของโลก และผมมีความตั้งใจอย่างมากที่จะเอาเข็มขัดจากบ่าของเขา เห็นเขาว่ามันหนัก ก็เลยอยากช่วยถือบ้างครับ”
ขณะที่ “นาดากะ” มองว่าผู้ท้าชิงมีความอันตรายขึ้นมากเช่นกัน “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะป้องกันเข็มขัด ONE มวยไทย และทราบดีว่าเมื่อ 3 ปีก่อนเคยเจอกับ ทรงชัยน้อย และเอาชนะไปได้ แต่หลังจากนั้นเขาชนะต่อเนื่องถึง 9 ไฟต์ แพ้แค่ครั้งเดียว ผมคิดว่า ทรงชัยน้อย มีความเร็วและความแข็งแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมไม่ได้มองว่าไฟต์นี้คือการรีแมตช์ แต่มองว่า ทรงชัยน้อย คือคนใหม่ครับ”

นอกจากนี้ ยังมีการชิงเข็มขัดอีก 1 คู่ โดย “ยูยะ วากามัตสึ” แชมป์โลก ONE การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นฟลายเวต ลุยรักษาเข็มขัดครั้งที่ 2 พบกับ “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” ผู้ท้าชิงจากอุซเบกิสถาน
ร่วมด้วยการต่อสู้ของนักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์อีกมากมาย อาทิ “อายากะ มิอูระ” วัดฝีมือ “ชิฮิโร ซาวาดะ” ในการต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นอะตอมเวต, “ฮิว” ดวลแกร่ง “ทาอิกิ นาอิโตะ” ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต, “ชิมอน” ดาวรุ่งเจ้าถิ่นชนสด “โจฮัน กาซาลี” นักสู้ลูกครึ่งมาเลเซีย-อเมริกัน ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต และ “ฮิโรมิ วาจิมะ” จอมบู๊เก๋า วัดพลังแกร่ง“ริคาร์โด บราโว” นักสู้ตัวแทนญี่ปุ่น-อาร์เจนตินา ในกติกาคิกบ็อกซิ่งรุ่นเฟเธอร์เวต โดยทั้งหมดพร้อมฝากผลงานสุดฝีมือเพื่อให้เป็นที่จดจำในนัดนัดปฐมฤกษ์รายการใหม่!
ประมวลภาพงานแถลงข่าวศึก ONE ซามูไร 1
แฟนกีฬาที่สนใจเข้าชมศึก ONE ซามูไร 1 ถึงขอบสนาม สามารถจองบัตรเข้าชมผ่านทาง ONEFC.com/ONESamurai1 และติดตามข่าวสารอัปเดตของศึกนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH