ข่าว

“เสมาเพชร” เนื้อเต้นเป็นคู่เอกกับ “รถเหล็ก” ลั่นศึกล้างตาภาค 4 สดบดเก๋าไม่ต้องสงสัย

4 ส.ค. 2020

“ซ้ายฟ้าผ่า” เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์ สิงห์เหนือจากเชียงใหม่ พร้อมขึ้นสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ อีกครั้งในฐานะคู่เอกนำรายการ ONE: NO SURRENDER II วันที่ 14 สิงหาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ ด้วยการเปิดศึกสายเลือดกับเสือใต้จากสมุย “รถเหล็ก พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” ในทัวร์นาเมนต์ มวยไทย 3 ยก รุ่นแบนตัมเวต (61.3-65.8 กก.) รอบรองชนะเลิศ เจ้าตัวเชื่อศึกนี้ “สดบดเก่า” แถมได้เปรียบเรื่องรูปร่างความสูง จะทำให้ผ่านด่านแรกนี้ไปได้

 

 

เสมาเพชร นักมวยจากเชียงใหม่ วัย 25 ปี ที่มีดีกรีเป็นแชมป์ปูนเสือตัวที่ 12 เคยประลองฝีมือกับนักมวยปริญญาโทอย่าง รถเหล็ก วัย 30 ปี มาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกที่สุราษฎร์ธานี บ้านเกิดของ รถเหล็ก และเจ้าถิ่นคว้าชัยไปครอง

ครั้งที่สองจัดขึ้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2557 หลังจากที่เขาคว้าตำแหน่งแชมป์ปูนเสือตัวที่ 12 ก็กลับมาล้างตาคืนได้สำเร็จ ในสนามมวยสัญจรของช่อง 7 สีที่สงขลา

ส่วนครั้งสุดท้ายตัดเชือกเจอกันที่สนามมวยช่อง 7 สี ไฟต์นี้ รถเหล็ก โดนนับไปก่อน แต่สุดท้ายก็เบียดเข้าป้ายคว้าชัยไปได้แบบสะใจ เมื่อ 10 สิงหาคม 2557

ศึกครั้งที่ 4 ใน วัน แชมเปียนชิพ จึงนับเป็นการล้างตาที่มีความสำคัญเหลือเกิน เพราะนอกจากจะเป็นการเรียกคืนศักดิ์ศรีที่เคยพ่าย รถเหล็ก มา 2 ต่อ 1 ไฟต์ ชัยชนะครั้งนี้ยังมีเดิมพันยิ่งใหญ่ เป็นบันไดที่จะไต่ไปสู่การเป็นแชมป์ในระดับโลกด้วย

 

 

นับตั้งแต่ไฟต์เปิดตัวของ เสมาเพชร ในวัน แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 เขาก็คว้าชัยได้ 3 ไฟต์รวด จากการเอาชนะ เดวิดาส แดนิลา, อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ (ปัจจุบันเป็นแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต) และ อ็อกเยน ทอปิค ซึ่งเคยซ้อมอยู่ค่าย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ทำให้เขาได้ตั๋วขึ้นชิงแชมป์โลกกับ น้องโอ๋ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 และพ่ายน็อกไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

หลังจากขึ้นชกไฟต์นี้ทำให้ เสมาเพชร ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วโป้งขวา จนต้องพักยาวร่วม 3 เดือน บวกกับช่วงมวยงดเนื่องจากวิกฤติโควิด-19 อีก 4 เดือน จึงกลายเป็น 7 เดือนที่แสนทรมานจากการร้างเวที ไม่มีรายได้ จนต้องหันไปช่วยรุ่นพี่ทำงานรับเหมาก่อสร้างไปพลางๆ

“พอรู้ว่า วัน แชมเปียนชิพ กลับมาจัดการแข่งขันได้ตามปกติ ผมก็ดีใจมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของศึกนี้ ยิ่งได้รู้ว่าต้องเจอกับ พี่รถเหล็ก ผมก็ยิ่งอยากล้างตาให้หายคาใจ เพราะครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ผมเสียดายมากๆ อุตส่าห์ชกเขาจนได้นับไปก่อนแล้ว ดันย่ามใจไปพลาดท่ายกสุดท้าย”

 

 

กว่า 6 ปีที่ต่างแยกย้ายกันไป เสมาเพชร และ รถเหล็ก ต่างฝ่ายก็ได้มาอยู่กับค่ายใหม่ พร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง เสมาเพชร เองก็มองเห็นความได้เปรียบของเขาในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

“เท่าที่ผมศึกษาการชกทั้ง 3 ไฟต์ใน วัน แชมเปียนชิพ ของ พี่รถเหล็ก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ฝีมือเขาดีขึ้น มีอาวุธที่รุนแรงขึ้น แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าตัวเองก็พัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าจะวัดกันที่เชิงมวย เราทั้งคู่ต่างสูสีกัน แต่สิ่งที่ผมจะได้เปรียบกว่าคือเรื่องของความสด อายุผมน้อยกว่าเขาถึง 5 ปีครับ นอกจากนี้ผมยังสูงกว่าเขาอยู่นิดหน่อย ทำให้ได้เปรียบช่วงชกพอสมควร”

“อาวุธหลักของผมยังคงเป็นหมัดและศอกซ้ายเหมือนเดิมครับ แต่คมขึ้นกว่าครั้งล่าสุดที่ได้เจอกับ รถเหล็ก อย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่ที่ได้กลับมาเก็บตัวซ้อมมวยในค่ายแฟร์เท็กซ์ ผมก็ได้ “เทอร์โบ แฟร์เท็กซ์” เทรนเนอร์ใหม่ประจำค่ายมาคอยช่วยเคาะสนิม ลับอาวุธให้แหลมคมยิ่งกว่าเก่า”

 

 

แม้ เสมาเพชร จะเชื่อว่าความหนุ่มสดของเขาจะบี้เอาชนะ รถเหล็ก ไปได้ แต่เขาก็เผื่อใจไว้บ้างหากต้องผิดหวัง เพราะในทัวร์นาเมนต์นี้ยังมีอีกสองนักชกระดับหัวกะทิอย่าง “แสงมณี คลองสวนพลูรีสอร์ต” กับ “กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย” ซึ่งเป็นคู่เอกของศึก ONE: NO SURRENDER III ซึ่งผู้ชนะจากทั้งสองศึกนี้ จะต้องมาขับเคี่ยวกัน เพื่อหาคนที่เก่งที่สุดขึ้นไปเทียบชั้นกับเจ้าบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต อย่าง  “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” ต่อไป

 

อ่านเพิ่มเติม: