ข่าว

“สามเอ” ไม่ฝืนน้ำหนักเดิม กรุยทางสู่ความยิ่งใหญ่ในรุ่นสตรอว์เวต

13 ก.ย. 2019

แม้จะเป็นถึง “เจ้าตำนาน” แต่คำว่า “พ่ายแพ้” เกิดขึ้นได้เสมอบนสังเวียนการต่อสู้ นอกจากปัจจัยเรื่องฝีมือ ประสบการณ์ และสภาพร่างกายในวันแข่งขัน วัยและสังขารก็มีส่วนสำคัญยิ่งหย่อนไม่แพ้กัน

“สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่ปัจจุบันเดินทางเข้าใกล้วัย 36 ปีในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ ยอมรับความพ่ายแพ้แก่นักชกหนุ่มฟอร์มร้อนแรง “The General” โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี ที่กระชากเข็มขัดไปได้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในศึก ONE: FOR HONOR ที่ประเทศอินโดนีเซีย

เรื่องฝีมือและประสบการณ์ไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่การร้างเวทีไปร่วมปีก่อนจะขึ้นชก รวมถึงวัยที่มากกว่าถึง 13 ปี ทำให้ สามเอ สูญเสียบัลลังก์แชมป์โลกไปอย่างน่าเสียดาย

อีกสิ่งหนึ่งที่ สามเอ ตระหนักว่าน่าจะเป็นปัจจัยเกี่ยวข้องนั่นคือเรื่องของ “น้ำหนักตัว” ที่ชกอยู่ในรุ่นฟลายเวต (56.8-61.2 กิโลกรัม) นั้นอาจจะมากไปสักหน่อย เจ้าตัวจึงตัดสินใจขยับลงมาสู่รุ่นสตรอว์เวต (52.3-56.7 กิโลกรัม)

การหวนคืนสังเวียนในศึก ONE: CENTURY PART I ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น สามเอ ต้องโคจรมาพบกับ “ดาร์เรน โรลแลนด์” นักชกวัย 20 ปี จากฝรั่งเศส ดีกรีแชมป์โลก WBC มวยไทย ซึ่งนี่ถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของยอดมวยวัย 36 ปี เพราะรุ่นนี้ตำแหน่งแชมป์โลกยังว่าง เนื่องจากเป็นการจัดการแข่งขันรุ่นนี้เป็นครั้งแรก จึงเป็นโอกาสของ สามเอ ที่จะคว้าเข็มขัดเส้นนี้มาครองได้ในอนาคต

ส่วนบัลลังก์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวตที่ สามเอ เคยครอบครองนั้น ปัจจุบัน “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ขึ้นมานั่งแท่นต่อจาก “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ที่เสียแชมป์ให้นักชกไทยในศึก DAWN OF HEROES ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

นอกจากปัจจัยหลายอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการกระชากเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต กลับคืนมาแล้ว การทำศึกสายเลือดยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของ สามเอ อยู่ดี การย้ายลงมาสู่รุ่นสตรอว์เวตนั้น จึงเป็นทางออกที่ สามเอ พึงพอใจมากที่สุด