ข่าว

“มาร์ติน เหงียน” กับปี 2019 แห่งการกู้ศรัทธาให้ตัวเอง

24 ธ.ค. 2019

แม้ปี 2019 ของแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวต “The Situ-Asian” มาร์ติน เหงียน จะค่อนข้างไม่ราบรื่น ตั้งแต่การพลาดโอกาสที่จะได้เป็นแชมป์โลก ONE 3 รุ่นน้ำหนักคนแรกในประวัติศาสตร์ ประสบปัญหาบาดเจ็บ ตลอดจนการออกจากค่ายเก่ KMA Top Team แต่ดาวดังชาวเวียดนาม-ออสเตรเลีย ก็กลับมาโชว์ฟอร์มแกร่งกว่าเดิมในปี 2019

เหงียน อาศัยคอนเน็กชันที่มีกับฮีโร่ชาวเมียนมา แชมป์โลก ONE สองรุ่นอย่าง “The Burmese Python” ออง ลา เอ็น ซาง จนได้มาอยู่กับค่ายใหม่ที่ Sanford MMA และ Hard Knocks 365 ในสหรัฐอเมริกา และเปลี่ยนเป้าหมายมาเน้นที่รุ่นเฟเธอร์เวต อันเป็นน้ำหนักธรรมชาติของเขาเป็นหลัก ผลลัพธ์คือเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้สองคนที่ถือเป็นตัวท็อปของรุ่นได้ด้วยการน็อกเอาต์

ก่อนเข้าสู่ปี 2020 เจ้าของฉายา “The Situ-Asian” จึงขอพูดถึงปีแห่งการทวงศักดิ์ศรี และก้าวต่อไปเพื่อสร้างตำนาน

ONE featherweight king ???? Martin Nguyen called his shot and came through with a stunning second-round knockout of Koyomi Matsushima!

ONE featherweight king ???? Martin "The Situ-Asian" Nguyen called his shot and came through with a stunning second-round knockout of Koyomi Matsushima!????: Check local listings for global TV broadcast

Posted by ONE Championship on Friday, August 2, 2019

ONE: หลังจากผ่านปี 2018 ที่ไม่ราบรื่น แต่ปี 2019 กลับสุดเพอร์เฟกต์ด้วยชัยชนะสองไฟต์แบบน็อกเอาต์ ช่วยพูดปีที่ผ่านมาว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง

มาร์ติน เหงียน: ปี 2019 สำหรับผมถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยม ผมได้เริ่มต้นกับทีมใหม่ และรู้ว่าผมเป็นนักกีฬาที่เก่งขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เส้นทางมันชัดเจนแล้ว และผมเชื่อว่าปี 2020 จะน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีก

ONE: คุณตัดสินใจอยู่โยงกับรุ่นเฟเธอร์เวต และได้ผลตอบแทนที่งดงาม เหตุใดคุณถึงไม่ขยับรุ่นขึ้นลงอีกในปี 2019

มาร์ติน เหงียน: การทำน้ำหนักขึ้นลงไปสู้ในรุ่นอื่น สร้างปัญหาให้กับร่างกายผมมาก ผมเริ่มเจ็บป่วยง่ายและมากขึ้น อีกทั้งสภาพจิตใจไม่ดีเหมือนเดิม

ตอนผมขึ้นไปสู้รุ่นไลต์เวต ผมคิดว่าคราวนี้จะกินอะไรก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ แต่พอลดน้ำหนักกลับไปรุ่นเฟเธอร์เวต ร่างกายของผมมันไม่เหมือนเดิม

ภรรยาของผมบอกให้ยึดอยู่กับรุ่นน้ำหนักใดน้ำหนักหนึ่งเสียที เพราะการทำน้ำหนักขึ้นลงไปมามันไม่ดีต่อสุขภาพ ผมฟังคำแนะนำของเธอ และเลือกที่จะอยู่ในรุ่นที่ผมทำผลงานได้ดีและเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งมันทำให้ผมกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม และเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทั้ง 2 ไฟต์ คงไม่มีสุขใดจะมากกว่านี้ในสังเวียนแล้วครับ

ONE: เป้าหมายแรกของคุณในปี 2019 คืออะไร

มาร์ติน เหงียน: ต่อยอดในสิ่งที่ผมได้สร้างไว้ในรุ่นเฟเธอร์เวต เพราะการทำน้ำหนักขึ้นลงไปมาก่อนหน้านี้ ทำให้ผมเหมือนสูญเสียความมั่นใจ ผมไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำในตอนนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาชีพของผม ตอนที่ทำน้ำหนักไปท้าชิงแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวตและไลต์เวต ผมจึงตัดสินใจที่จะสร้างตัวตนที่เคยเป็นกลับขึ้นมาใหม่ และรักษาตำนานที่ตัวเองได้สร้างไว้

Martin Nguyen clinches a scintillating flying knee knockout victory to retain the ONE Featherweight World Title!

???? RIGHT ON TARGETMartin "The Situ-Asian" Nguyen clinches a scintillating flying knee knockout victory to retain the ONE Featherweight World Title! TV: Check local listings for global broadcast

Posted by ONE Championship on Friday, April 12, 2019

ONE: ไฟต์ที่คุณชนะอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวตอย่าง “นารันตุงกาลัก จาดัมบา” เมื่อเดือนเมษายนมันหอมหวานขนาดไหน สำหรับการเผด็จศึกคู่ต่อสู้ได้เป็นครั้งแรก หลังจากไฟต์ล่าสุดเมื่อปี 2017

มาร์ติน เหงียน: ฟต์ที่ชนะ จาดัมบา ถือเป็นอะไรที่พิเศษมาก เพราะตั้งแต่ปิดเกมเขาได้ ผมรู้สึกเลยว่ายุคของ มาร์ติน เหงียน สมัยปี 2017 กำลังจะกลับมา

ปี 2018 หลายสิ่งไม่เป็นใจ ส่งผลให้ผมไม่สามารถปิดเกมแบบไม่ครบยกได้เลย การเผด็จศึกนักสู้อย่าง จาดัมบา ได้ มันแสดงให้เห็นว่าการซ้อมของเราใน Sanford MMA เป็นทางที่ถูกต้อง ผมมีคนที่ใช่อยู่รายล้อม ทำให้ผมกล้ามองเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ONE: ไฟต์ต่อมาในเดือนสิงหาคม คุณเก็บชัยชนะแบบน็อกเอาต์ได้เป็นครั้งที่ 9 เหนือ “โคโยมิ มัตสึชิมา” พูดถึงไฟต์นั้นให้ฟังหน่อย

มาร์ติน เหงียน: จริงๆ ไฟต์นั้นผมมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ไหล่ มันเลยทำให้ผมทำอะไรได้ไม่ถนัด แต่พอถึงวันแข่งขัน สิ่งที่ผมทำคือไม่คิดถึงอาการบาดเจ็บ คิดแค่ว่าต้องชนะเขาให้ได้ไม่ว่าทางไหน จริงๆ เขาเป็นนักสู้ที่รับมือยากนะ ผมเองก็โดนอาวุธเขาไปไม่น้อย แต่พอจับจังหวะได้ มันก็ลื่นไหล การสยบนักสู้หนุ่มแบบเขาได้ ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ

ONE: หากเทียบผลงานในปี 2019 กับปีก่อนหน้านี้เป็นอย่างไรบ้าง

มาร์ติน เหงียน: ก่อนหน้านี้ผมรู้สึกเหมือนว่าผมเป็นนักสู้ที่มีความหลากหลายนะ ผมเชื่อว่าผมจะประสบความสำเร็จได้ไม่ว่ากับรุ่นไหนๆ ไม่ว่าจะแบนตัมเวต เฟเธอร์เวต หรือไลต์เวต แต่ตอนนี้ผมจะทำในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง

รุ่นเฟเธอร์เวต คือรุ่นที่ผมทำสร้างผลงานได้ดีที่สุด และทุกคนเห็นผมในแบบที่ดีที่สุด นั่นจึงเป็นรุ่นที่ผมอยากแสดงฝีมือ ทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อให้แฟนๆ จดจำผมไว้

ONE Featherweight World Champion Martin Nguyen at the DAWN OF HEROES Press Conference

ONE: คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ในปีนี้ที่ฟลอริดา มีเหตุการณ์อะไรที่น่าจดจำบ้างไหม

มาร์ติน เหงียน: ผมอยากให้คุณต้องเขียนลงไปเลยนะ ว่าผมนี่แหละคือราชาแห่งเกม “Skull King” มันเป็นเกมการ์ดที่ผมเล่นกับ ออง ลา เอ็น ซาง, เคธี (ภรรยาของเขา), เทียล ธัง และเพื่อนๆ ของเราที่ฟลอริดา ซึ่งเราเล่นกันจริงจังมาก จากนั้นเราก็ไปพักผ่อนที่นิวยอร์ก และท่องเที่ยวในฟลอริดาบ้าง ขณะที่เราก็หาเวลาชมการแข่งขันของนักสู้คนอื่นๆ ในการถ่ายทอดสดด้วย

นอกจากนั้น ผมยังใช้เวลาช่วงวันหยุดกับครอบครัวที่บาหลี หลังจบไฟต์ที่ชนะ จาดัมบามาได้ ผมได้เจอเพื่อนใหม่ๆ และหลังจากผ่านปัญหาที่ค่ายเก่า ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่เคียงข้างผมบ้าง

ONE: คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณต้องห่างจากครอบครัวในออสเตรเลีย คุณรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

มาร์ติน เหงียน: ผมคิดถึงครอบครัวทุกวัน เวลาออกไปตกปลา หรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในค่าย ผมคิดถึงครอบครัวเป็นอันดับแรก เพราะนี่คือสิ่งที่ผมกับ บรูค ภรรยา และลูกๆ ทำในวันหยุดด้วยกัน

ทุกสิ่งที่ผมทำร่วมกับ ออง ลา เอ็น ซาง และ เคธี คือสิ่งที่ผมอยากทำร่วมกับครอบครัวของผม หากพวกเขาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาด้วยกัน

ONE: ปีใหม่กำลังจะมาถึง คุณพอจะบอกเป้าหมายในปี 2020 ทั้งในและนอกสังเวียนให้เราฟังได้ไหม

มาร์ติน เหงียน: สิ่งที่พอจะพูดได้ในตอนนี้คือ มันจะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ ผมอยากจะแข่งขันสัก 3-4 ไฟต์ในปีหน้า กับใครก็ได้ ผมจะเผชิญหน้าพวกเขาตัวต่อตัว วัน แชมเปียนชิพ เตรียมจะต่อสัญญากับผม ผมก็แค่อ่านแล้วเซ็น และขึ้นสังเวียนกับคู่แข่งขันทุกคน พวกเขาไม่จำเป็นต้องเจอกันเองก่อนเพื่อมาเจอผมก็ได้ รอเจอผมในการชิงแชมป์โลกทีเดียวเลยละกัน

ส่วนเรื่องนอกสนาม ปี 2020 เป็นปีที่ผมตั้งปณิธานว่า ผมจะเป็นคนดีขึ้นทุกวันครับ

อ่านเพิ่มเติม: TOP 5 สุดยิ่งใหญ่ของ “มาร์ติน เหงียน”