ไลฟ์สไตล์

มนต์รัก วัน แชมเปียนชิพ เปลี่ยนโลก “รถถัง-แสตมป์” เป็นสีชมพู

24 ก.ย. 2019

รถถัง จิตรเมืองนนท์นักชกบ้าพลังแห่งสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ ระยะหลังมานี้ ชีวิตมีความกระชุ่มกระชวยและมีความสุขมากขึ้น หลังจากได้นักมวยสาวจากค่ายดังพัทยา “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” เข้ามาดูแลหัวใจ ทำให้โลกนี้กลายเป็นสีชมพู

เมื่อสอบถามถึงเรื่องหัวใจ รถถังเปิดประเด็นว่า ตนมองความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม และความรักไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนสองคน แต่ความรักยังหมายรวมถึงพ่อแม่ พี่น้องและเพื่อนๆ

ที่ผ่านมา รถถัง เคยผ่านการมีชีวิตคู่มาแล้วและมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนคือ “น้องแพรวา” อายุ 2 ขวบกว่าซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง โดยทางแม่ของลูกได้นำไปเลี้ยงที่ต่างจังหวัด รถถังในฐานะพ่อเมื่อมีเวลาว่างก็จะวิดีโอคอลหาลูกสาวหรือไปเยี่ยมเยียนตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย เพราะความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกอย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด และถึงแม้จะเลิกรากับอดีตภรรยาไปแล้ว ตนขอทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด

“กับความรักที่ไม่สมหวังครั้งที่ผ่านมา ผมไม่ได้คิดอะไรมากแล้วนะครับ มันก็เหมือนนักมวยที่โดนหมัด วันนี้ฟิต ออกเสต็ปได้ เราก็ชนะ วันไหนเราไม่ฟิต เล่นไม่ออกเราก็แพ้ เราก็แค่ประคองเกมให้ผ่านไป อย่าให้ถึงกับโดนน็อก ถ้าแพ้คะแนนเรายังมีโอกาสแก้ตัวไฟต์หน้า แต่ถ้าโดนน็อกขึ้นมาก็จบ ความรักก็เช่นกัน”

แม้หัวใจจะเคยบอบช้ำแต่เวลาที่ผ่านไปและวัยที่เติบโตขึ้นก็สามารถเยียวยาบาดแผลของความรักครั้งเก่าได้ และเมื่อหัวใจแข็งแรง เจ้าตัวก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีความสุขกับความรักอีกครั้ง

เมื่อถามถึงรักครั้งใหม่ รถถังบอกว่า เขามีโอกาสได้รู้จัก แสตมป์ จากการร่วมงานในฐานะนักกีฬา วัน แชมเปียนชิพ และมีโอกาสได้คุยกันบ้าง

แต่หลังจากที่ได้ไปร่วมทริปกระชับมิตรภาพนักกีฬา “ONE ELITE RETREAT” ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน ที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเหล่านักสู้ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของ วัน แชมเปียนชิพ มากมาย ทั้งคู่จึงเริ่มเปิดใจที่จะทำความรู้จักกันมากขึ้น

“จริงๆ แล้วระหว่างผมกับแสตมป์ เริ่มต้นขึ้นหลังจากผมชกเสร็จที่ญี่ปุ่น และเรามีทริปนักกีฬาที่ภูเก็ตต่อ ซึ่งในช่วง 3-4 วันนั้นเป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้ทำความรู้จักเธอมากขึ้น”

“สำหรับผมความรักมันก็เหมือนนักมวยที่โดนหมัด นี่ผมโดนเธอชกเข้าเต็มๆ ที่หัวใจ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตส์ นิสัย มุมมอง เราเข้ากันได้ทุกอย่าง”

ทุกวันนี้ทั้งคู่เรียกสถานะของกันและกันว่าเป็น “คนรู้ใจ” ซึ่งทำให้โลกใบนี้ของนักชกระดับแชมป์โลกทั้งสองคน กลายเป็นสีชมพูสดใส และมีกำลังใจในการส่งเสริมกันและกันในฐานะนักกีฬา ตราบใดที่ทั้งคู่รู้จักหน้าที่และอยู่ภายในกรอบของประเพณีอันดีงาม การมีคนรู้ใจก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร จริงไหมขอรับ