ไลฟ์สไตล์

“นักมวยสวมสตั๊ด” ใครเป็นใครในทีมฟุตบอล วัน แชมเปียนชิพ

4 ก.ย. 2019

ต้องบอกว่าช่วงนี้กระแสฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียนั้นกำลังมาแรง ไม่เพียงเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ทั่วเอเชียให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในไทยที่แฟนบอลกำลังเฝ้านัดเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของคู่รักคู่แค้นอย่างเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายนนี้

วันนี้เราจึงขออิงกระแสแฟนบอลด้วยการพาทุกท่านจินตนาการว่า หากจับนักสู้ไทยใน วัน แชมเปียนชิพ มาลองถอดนวมแล้วหันมาสวมรองเท้าสตั๊ด ใครจะเหมาะจะเล่นตำแหน่งไหน แล้วใครจะกลายเป็น 11 ตัวจริงของทีมชาติไทยในแบบสไตล์ วัน แชมเปียนชิพ

โดยทีมชาติไทยในแบบฉบับของ “บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้” นั้น จะมาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบไปด้วยผู้รักษาประตู 1 คน กองหลัง 4 คน กองกลาง 5 คน และหน้าเป้า 1 คน ซึ่งเป็นแผนการเล่นที่ดี เมื่อปรับสมดุลระหว่างเกมส์รุก-รับ ดูๆ แล้วคล้ายกับแผนการชกมวยที่บางทีจะบุกตะลุยอยู่ฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้ ต้องมีระบบการป้องกันตัวที่ดีด้วย

โจ ณัฐวุฒิ

ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู

เริ่มกันที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “Smokin Jo” โจ ณัฐวุฒิ ที่มีสไตล์สุขุมและเยือกเย็น แถมรูปร่างสูงยาวหน่วยก้านดี เหมาะสำหรับการยืนเฝ้าเสาเป็นอย่างมาก พร้อมกับการออกอาวุธที่รวดเร็วทั้งหมัดและเตะ การชกหรือใช้ขาสกัดลูกฟุตบอลจึงน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับแชมป์โลกมวยไทยรายนี้

ฉมวกทอง ไฟต์เตอร์มวยไทย – ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์

กองหลังคู่เซ็นเตอร์

เป็นตำแหน่งที่ต้องคอยสะกัดการรุกของคู่ต่อสู้ แน่นอนว่าตำแหน่งนี้จะต้องเหมาะกับนักชกสไตล์ที่เน้นตั้งการ์ดแน่นๆ รอจังหวะสวนกลับ บวกกับต้องมีรูปร่างที่หนาเพื่อไว้ชนกับคู่แข่งในจังหวะเบียดแย่งบอลกัน เมื่อมองดูแล้ว 2 คนที่เหมาะกับตำแหน่งนี้ก็คือ “ฉมวกทอง ไฟต์เตอร์มวยไทย” ที่การชกของเขานั้นทำได้ดีในระยะประชิดคู่ชก หากได้ยืนคู่กับ “The Boxing Computer” ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์ ที่มีรูปร่างหนาคอยชนกับคู่แข่งนั้น น่าจะเป็นอะไรที่ยากสำหรับกองหน้าฝั่งตรงข้าม

เลิศศิลา ภูเก็ตท็อปทีม

แบ็กขวา

ตำแหน่งนี้ต้องมีความไวและสามารถวิ่งขึ้นลงจากแดนตัวเองไปสู้แดนตรงข้ามได้แบบไม่รู้จักเหนื่อย เพราะตำแหน่งนี้ต้องเล่นได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ เปรียบเสมือนนักมวยที่ชกได้ทั้งบ็อกเซอร์ และ ไฟต์เตอร์ เมื่อมองดูแล้วคงจะหนีไม่พ้น “เลิศศิลา ภูเก็ตท็อปทีม” ที่สามารถชกได้ทั้ง 2 สไตล์ ทั้งตั้งรับและเดินบู๊ แถมอาวุธก็คมกริบอีกด้วย ถ้าได้ลงสนามในตำแหน่งนี้ บางทีเขาอาจจะเป็นแบ็กขวาที่สามารถทะลุทะลวงเข้าไปยิงประตูให้กับทีมได้เลยทีเดียว

ก้องศักดิ์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม

แบ็กซ้าย

ตำแหน่งนี้ต้องมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือ ต้องสามารถเล่นเท้าซ้ายได้ดีอีกด้วย เพื่อไว้เปิดจากด้านข้างสนามเข้าไปสู่กรอบเขตโทษให้เพื่อร่วมทีมได้ทำประตู จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “ซ้ายสังหาร” ก้องศักดิ์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ที่มีลูกเตะซ้ายเป็นจุดเด่นจนเป็นที่มาของฉายานี้

เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์ – ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์

กลางรับคู่

เป็นตำแหน่งที่ต้องสกัดกั้นการเคลื่อนที่ของฝ่ายตรงข้ามและคอยจ่ายบอลไปด้านหน้า หากตำแหน่งนี้ตกไปอยู่ในการดูแลของ “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” และ “ขุนเข่าสายฟ้า”ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์ ที่มีสไตล์การชกรัดกุมและสามารถเอาตัวรอดจากการเดินเกมของคู่ชกได้อย่างไม่ตื่นเวที ก่อนจะคอยสวนกลับชนิดที่ว่าตูมเดียวลงไปกองกับพื้นเวที

รถถัง จิตรเมืองนนท์

กลางรุก

สไตล์เดินบู๊บ้าระห่ำ เชิงมวยเข้าออกรวดเร็ว แถมมีอาวุธที่หนักหน่วง เขาเปรียบเสมือน “เมสซี่ เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางทีมซุปตาร์ทีมชาติไทย ที่ความสามารถเฉพาะตัวสูง และคล่องแคล่ว จนคู่แข่งเอาไม่อยู่ แถมยังมีลูกยิงที่แม่นยำ ราวกับอาวุธที่คมกริบของ “The Iron Man” รถถัง จิตเมืองนนท์ จึงยกตำแหน่งนี้ให้ใครไม่ได้นอกจากแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต รายนี้

พงษ์ศิริ มิตรสาธิต

กลางรุกด้านขวา

เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการเดินเกมสูง ตำแหน่งนี้เห็นทีจะต้องยกให้ “นักฆ่าหน้าเปื้อนยิ้ม” พงษ์ศิริ มิตรสาธิต ที่มีความรวดเร็วในเกมรุก สามารถปิดบัญชีคู่ต่อสู้ได้รวดเร็ว แต่เมื่อใดที่ถูกสถานการณ์ให้ชกเกมรับมักจะทำได้ไม่ดี เหมือนนักฟุตบอลในตำแหน่งนี้อีกหลายๆ คน

พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์

กลางรุกด้านซ้าย

ที่ต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับ “ยอดมวย 3 พ.ศ.” พันพยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ เพราะว่านักฟุตบอลในดวงใจของยอดนักสู้รายนี้คือ “คริสเตียโน โรนัลโด” ยอดนักเตะจากโปรตุเกส ที่เขาลงเล่นให้กับทีมชาติและสโมสรต้นสังกัดในตำแหน่งนี้  ประกอบกับสไตล์การชกที่บู๊ทะลุทะลวง จึงทำให้เขาคว้าตำแหน่งนี้ไปครอบครอง

น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว

กองหน้าตัวเป้า

เหมาะสมที่สุดแล้วตำแหน่กองหน้าตัวเป้าสำหรับ “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ที่อาวุธครบเครื่อง โดยเฉพาะอาวุธที่ออกได้อย่างคมกริบสามารถพลีชีพคู่ชกได้ตลอดเวลา ราวกับกองหน้าที่ต้องใช้ความคมในการเข้าทำประตูคู่ต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ