ไลฟ์สไตล์

ทำความรู้จัก “4 ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิม” ที่ยืนหยัดในเวียดนามมาอย่างยาวนาน

28 ส.ค. 2019

เมื่อพูดถึง ศิลปะการต่อสู้ในเวียดนาม ต้องมองย้อนไปถึงยุคสมัยที่ชาวบ้านต้องป้องกันตัวจากการถูกรุกรานของต่างประเทศ ชาวเวียดนามได้พัฒนาทักษะการต่อสู้แบบมือเปล่า และศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ เพื่อป้องกันตัวเอง

ระหว่างศตวรรษที่ 16 จนถึงศตวรรษที่ 18 ช่วงเวลาที่เกิดการแยกตัวของเวียดนาม จนกระทั่งมีการรวมตัวกันใหม่ ศิลปะการต่อสู้เริ่มกระจายไปตามภาคต่างๆ รวมไปถึงโรงเรียน

ในช่วงเวลาเดียวกัน ศิลปะการต่อสู้จากประเทศในแถบเอเชีย เริ่มเข้าสู่ “ดินแดนแห่งมังกรสีน้ำเงิน” และมีอิทธิพลต่อการพัฒนาระบบการต่อสู้ในท้องถิ่น

สิ่งนี้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนศิลปะการต่อสู้ของเวียดนาม โดยทุกวันนี้ยังตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของความบันเทิง, ระเบียบวินัย, การป้องกันตัว และความสมบูรณ์แบบของจิตวิญญาณ

ในโอกาสที่ วัน แชมเปียนชิพ เตรียมไปจัดการแข่งขันในนครโฮจิมินห์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ ภายใต้ชื่อศึกว่า ONE: IMMORTAL TRIUMPH ในวันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ เราจะขอพาไปดู 4 ศิลปะการต่อสู้อันเก่าแก่ของเวียดนามที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

Binh Dinh Gia (เบิ่น เดิ๋น แย)

จังหวัด Binh Dinh (เบิ่น เดิ๋น) ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม คือต้นกำเนิดของ Binh Dinh Gia

สำหรับ Binh Dinh Gia เกิดขึ้นในช่วงราชวงศ์ Tay Son (ไต้ เซิก) ซึ่งเกิดการจลาจลอยู่บ่อยครั้ง ช่วงเวลานั้นชาวไร่ชาวนาได้พัฒนาศิลปะการต่อสู้แบบง่ายๆ แต่มากไปด้วยประสิทธิภาพ

ทุกวันนี้ Binh Dinh Gia มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงเรื่องของสุขภาพและปฏิกิริยาตอบสนอง ผู้เรียนศิลปะการต่อสู้แขนงนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความแข็งแกร่ง ความคิดริเริ่ม ความมั่นใจในตัวเอง การเปิดรับความคิด และความเคารพต่อประเทศชาติ

จังหวัดบินห์ดินห์ เป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมนานาชาติ เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของศิลปะการต่อสู้ของเวียดนาม

นอกจากนี้ “เหงียน ตรัน ดุย งัด” ที่จะเจอกับ “อัซวาน เจ วิล” ในการแข่งขัน วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ มวยไทย ในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH ก็มาจากครอบครัวที่มีรากฐานของศิลปะการต่อสู้ ซึ่งปู่และพ่อของเขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ Binh Dinh Gia ด้วย

 

Dau Vat (เด๋า ว่ะ) มวยปล้ำแบบดั้งเดิมของเวียดนาม

Dau Vat หรือมวยปล้ำแบบดั้งเดิมของเวียดนาม มีต้นกำเนิดในจังหวัดฮานาม ทางตอนเหนือของเวียดนาม และมุ่งเน้นไปที่การปล้ำจับล็อก

ศิลปะการต่อสู้ประเภทนี้เป็นที่นิยมใน “ดินแดนแห่งมังกรสีน้ำเงิน” โดย Dau Vat เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน สามารถพบได้ในหลายทัวร์นาเมนต์ และงานเทศกาลมากมายในพื้นที่ชนบท

การคว้าชัยชนะ จำเป็นต้องยกคู่ต่อสู้ขึ้นโดยที่เท้าทั้งสองข้างนั้นอยู่เหนือพื้น ซึ่งผู้เข้าแข่งขัน Dau Vat ต้องเหวี่ยง, คว้า และทำเทคดาวน์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้

 

Sa Long Cuong (ซา ลอง กึง)

Sa Long Cuong แตกหน่อมาจากศิลปะการต่อสู้แบบ Binh Dinh และมีรากฐานมาจากทางตอนกลางใต้ของประเทศเวียดนาม

มันถูกค้นพบที่ ไซง่อน ในปี 1964 โดยปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้อย่าง Truong Thanh Dang (จืง ทันห์ ดัง) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคนิคของ Binh Dinh Gia และศิลปะการต่อสู้แบบเส้าหลิน

สำหรับ Sa Long Cuong มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงที่ไร้ซึ่งการคาดเด าและความคล่องแคล่ว ผู้เรียนจะถูกสอนให้ผสมผสานเอาทักษะต่างๆ มาสร้างเป็นการโจมตีในรูปแบบใหม่ และขจัดจุดอ่อนด้วย

ศิลปะการต่อสู้แขนงนี้ แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของระเบียบวินัยและความนอบน้อมในทุกๆ ด้านของชีวิต

 

Tan Khanh Ba Tra (ตัง ขัน บา จา)

การพัฒนาเกิดขึ้นในหมู่บ้าน ตัง ขัน ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม โดย ตัง ขัน บา จา มีพื้นฐานมาจาก Binh Dinh ด้วยเช่นกัน ซึ่งเกิดจากการล่มสลายของราชวงศ์ Tay Son ด้วยฝีมือของชาวฝรั่งเศส

ผู้คนมากมายอพยพไปอยู่ทางตอนใต้ โดยได้นำเอาศิลปะการต่อสู้แบบ Binh Dinh ไปปรับใช้ในบ้านหลังใหม่ที่หมู่บ้าน Tan Khanh

สำหรับ Tan Khanh Ba Tra เป็นการผสมผสานระหว่างการใช้มือและเท้า เพื่อทำลายการป้องกันของคู่ต่อสู้ รวมถึงการใช้ศอก เข่า และหมัด เท่าๆ กับพลังของมือและเท้า

หากคุณต้องการที่จะเห็นนักสู้ร่วมสมัยของเวียดนาม อย่าง “เหงียน ตรัน ดุย งัด” และ “เหงียน ทันห์ ตุง” แสดงฝีมือด้านศิลปะการต่อสู้ ความสามารถติดตามได้ในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH วันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้

โฮจิมินห์ ซิตี้ | 6 กันยายน | 17:30 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | TV: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19